อภิปรายไม่ไว้วางใจ 2565 : อมรัตน์ ก้าวไกล เปิดข้อมูลทุจริตก่อสร้างในกองทัพ ล็อกผลผู้ชนะประมูล
ในวันที่สามของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาญัตติขอเปิดการอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 จำนวน 11 คน ส.ส. ก้าวไกล อภิปรายเปิดข้อมูลทุจริตการก่อสร้างของกองทัพในยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ล็อกผลผู้ชนะการประมูล ยอมปล่อยให้ผู้รับเหมาเริ่มทำงานก่อนประมูล
นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลโดยชู 3 ประเด็น ประกอบด้วย จงใจปล่อยปละละเลยให้เกิดเครือข่ายทุจริตในกองทัพอย่างกว้างขวาง สร้างความเสื่อมเสียกับพระเกียรติยศในโครงการเทิดพระเกียรติ มีจิตสำนึกเผด็จการและจงใจทำลายการปกครอง อุดมการณ์ ระบอบประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่อง
ที่มาของภาพ, Thai News Pix
เธอได้ยกตัวอย่างและตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสในการคัดเลือกผู้รับเหมาดำเนินโครงการต่าง ๆ
โครงการของกองทัพบกคือ งานปรับปรุงภูมิทัศน์เตรียมการและสนับสนุนการอัญเชิญพระบรมราชานุสาวีรย์ ร. 9 มาประดิษฐาน ที่ศูนย์การทหารปืนใหญ่หรือค่ายพหลโยธิน จ.ลพบุรี ใช้วิธีการคัดเลือกและผู้ที่ผ่านการคัดเลือก ประกาศผู้ชนะการประมูลในวันที่ 23 เม.ย. 2564 ด้วยการเสนอราคามา 1,173,000 บาท จากราคากลาง 1,200,000 บาท ที่น่าสนใจคือผู้รับเหมาเข้าไปพื้นที่ก่อนที่จะมีการประกาศชื่อผู้ชนะการประมูลนานถึง 15 เดือน
ที่มาของภาพ, YouTube/ทีวีรัฐสภา
ส่วนโครงการที่สองคือ โครงการสร้างแท่นประดิษฐานและปรับปรุงภูมิทัศน์โดยกรมยุทธโยธาทหารบกเป็นผู้จัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการคัดเลือก โดยผู้ชนะการประมูลมาด้วยการเสนอราคา 59,873,500 บาท เมื่อตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมพบว่ามีการปรับพื้นที่ก่อนบริษัทจะไปเซ็นสัญญาล่วงหน้า 4 เดือน
นอกจากนี้ยังมีโครงการก่อสร้างบ้านพักรับรองผู้บัญชาการทหารเรือหลังใหม่ พร้อมรื้อถอนบ้านพักหลังเดิมวงเงิน 65 ล้านบาท เนื่องจากผู้รับเหมาได้เข้าทำการสร้างคฤหาสน์หลังใหม่ให้กับผู้บัญชาการกองทัพเรือล่วงหน้า 3 เดือน ก่อนที่จะรู้ผลว่าใครเป็นผู้ชนะการประมูลแท้จริง
ที่มาของภาพ, YouTube/ทีวีรัฐสภา
“ได้มีการแอบล็อคผู้ชนะการประมูลกันก่อนเรียบร้อยแล้ว แบ่งกันล่วงหน้าว่างานนี้เป็นของใคร งานนั้นเป็นของใคร จากนั้นก็จ่ายค่าน้ำร้อนน้ำชาให้พวกนายพลไปตามลำดับชั้น แล้วค่อยทำการการประมูลหลอก ๆ กันอย่างที่เห็นหรือไม่” เธอตั้งคำถาม
ปมรื้อถอนสัญลักษณ์ประชาธิปไตย
ส.ส. พรรคก้าวไกล รายนี้ยังอภิปรายว่า ภายใต้การบริหารงานของ พล.อ. ประยุทธ์ มีความพยายามลบประวัติศาสตร์ ด้วยการรื้อถอนทำลายสัญลักษณ์การสถาปนาประชาธิปไตยในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยยกตัวอย่าง ดังนี้
- การเปลี่ยนแปลงหน้าบันที่ว่าการอำเภอเวียงป่าเป้าหลังเก่า จ.เชียงราย จากเดิมที่เป็นรูปพานรัฐธรรมนูญ เปลี่ยนเป็นครุฑ ระหว่างปี 2559-2560
- หมุดคณะราษฎรที่ลานพระบรมรูปทรงม้าหายไป และถูกแทนที่ด้วย “หมุดหน้าใส” ในเดือน เม.ย. 2560
- อนุสาวรีย์ปราบกบฏ ซึ่งถือเป็นอนุสรณ์รำลึกเหตุการณ์ปราบกบฏบวรเดช หายไปจากวงเวียนหลักสี่ เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2561 ทั้ง ๆ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโบราณสถาน
- อนุสาวรีย์พระยาพหลพลพยุหเสนาและอนุสาวรีย์จอมพล ป.พิบูลสงคราม ที่ศูนย์การทหารปืนใหญ่ หรือค่ายพหลโยธิน จ.ลพบุรี ถูกรื้อถอนไปเมื่อเดือน ม.ค. 2563
- อนุสาวรีย์จอมพล ป.พิบูลสงคราม หน้าสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ถ.วิภาวดีรังสิต หายไปเช่นกันในเดือน ม.ค. 2563
ที่มาของภาพ, STR/BBC Thai
นางอมรัตน์ ยังระบุอีกว่า ไม่นานมานี้ในเดือน ก.ค. 2565 มีความพยายามที่จะเปลี่ยนชื่อสะพานพิบูลสงคราม ใกล้กับอาคารรัฐสภาในกรุงเทพฯ ด้วยการใช้แผ่นป้ายอะคริลิคมาปิดทับชื่อสะพานด้วยข้อความ “สะพานท่าราบ” ซึ่งเธอเชื่อว่ามาจากชื่อของ “ดิ่ง ท่าราบ” ชื่อเดิมของพระยาศรีสิทธิสงคราม หนึ่งในผู้มีส่วนร่วมในเหตุการณ์กบฏบวรเดช