Skip to content

ลุ้นระทึกเลือกตั้งเร็ว-ช้า จับตา ‘ญัตติเชือด’ จาก ‘เพื่อไทย’

15 พ.ย. 2568 | 08:40น.
ลุ้นระทึกเลือกตั้งเร็ว-ช้า จับตา ‘ญัตติเชือด’ จาก ‘เพื่อไทย’

วงสนทนาต่าง ๆ ถามกันว่า รัฐบาลเสียงข้างน้อยของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะอยู่ครบ 4 เดือนแล้วยุบสภา ภายในวันที่ 31 ม.ค. 2569 หรือไม่

แน่นอนว่า สิ่งที่ตามมาคือ เมื่อความเห็นไม่ตรงกัน การพนันจึงเกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติของสังคมไทยในยามที่มีการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเลือกซ่อมหรือเลือกระดับประเทศ ที่เรียกว่า เลือกตั้งทั่วไป

ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการยุบสภา คือ นายกรัฐมนตรี และนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันชัดเจนว่าจะอยู่ตามกำหนดเวลาที่ได้เซ็น MOA กันเอาไว้ เพื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ครบถ้วน

คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อปลดล็อกเปิดประตู เตรียมไว้สำหรับการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ

แล้วนำเอาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 นี้ไปทำประชามติถามประชาชนว่าเห็นด้วยหรือไม่

ก็เข้าใจได้ว่า พรรคภูมิใจไทยจะย้ำมาตลอดว่า เป็นพรรคการเมืองที่พูดแล้วทำ

หากพรรคภูมิใจไทยบิดพลิ้ว ไม่ทำตาม MOA จะเกิดเป็น Footprint ที่ตราตรึงในหน้าประวัติศาสตร์ ยากที่จะลบเลือน

แต่ตรงกันข้าม หากนายกฯหนูรักษาคำพูด ก็จะเป็นหลักฐานของความน่าเชื่อถือ ที่หาได้ยากในแวดวงการเมือง

ต้องไม่ลืมว่า พรรคการเมืองหลายพรรค ต้องหลบตากันวูบวาบ เมื่อเอ่ยถึงเรื่องคำพูดกับการกระทำ

แต่ระยะหลัง ๆ เมื่อพรรคเพื่อไทยเริ่มพูดถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลมากขึ้น

ก็มีคำถามตามมาด้วยว่า ถ้ามีการยื่นญัตติไม่ไว้วางใจขึ้นมาจริง ๆ พรรคภูมิใจไทย จะชิงยุบสภาไปก่อนหรือไม่

ที่เริ่มพูดมากขึ้น ก็เพราะเวลาของการเปิดสมัยประชุมสามัญของสภา ในวันที่ 12 ธ.ค. ใกล้เข้ามาทุกที

เมื่อเปิดสภา ก็คือโอกาสในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ถ้ายื่นญัตติแล้ว นายกฯจะยุบสภาไม่ได้ จนกว่าญัตติจะตกไป หรือมีการลงมติ

ขณะที่สภาพของรัฐบาล ในฐานะรัฐบาลเสียงข้างน้อย ย่อมไม่พร้อมรับมือกับการอภิปราย

และมีความเสี่ยง หากพรรคประชาชน ที่สนับสนุนให้ภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล เปลี่ยนท่าทีในการลงมติ

ยิ่งทำให้เกิดการวิเคราะห์ว่า หากเพื่อไทยยื่นญัตติ นายกฯหนูอาจจะต้องชิงยุบสภา

ในเรื่องนี้ นายอนุทิน เปิดเผยเร็ว ๆ นี้ว่า หากมีการยื่นญัตติ ด้วยวัตถุประสงค์ เพื่อล้างแค้น ตนเองคงไม่ยอมให้ใครมาด่ารัฐบาลเล่นฟรี ๆ

แปลว่า หากมีญัตติที่มุ่งเน้นเรื่องล้างแค้นเข้ามา ก็จำเป็นต้องตัดสินใจเหมือนกัน

นี่คือประเด็นสำคัญของการเมืองในขณะนี้

แกนนำพรรคประชาชนเริ่มออกมาพูดว่า รัฐบาลไม่ได้ทำอะไรเสียหาย จะยื่นญัตติไปทำไม

เป็นน้ำเสียงที่ต่างจากพรรคเพื่อไทย

ที่น่าห่วง และคงเป็นความห่วงใยของพรรคประชาชน คือ หากพรรคเพื่อไทยยื่นญัตติแล้ว นายกฯอนุทินยุบสภา การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะจบเห่ไปด้วย

ที่อุตส่าห์ทำอะไรกันมามากมาย จะสูญเปล่าไปหมด มีแต่เดินหน้าไปเลือกตั้ง เพื่อจะไปนับหนึ่งกันใหม่

เว้นแต่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเสร็จสิ้นกระบวนการ ก่อน 12 ธ.ค. ซึ่งโดยกรอบเวลา เป็นเรื่องยากมาก

สภาพความไม่แน่ไม่นอนที่เกิดขึ้น ทำให้การเมืองอยู่ในสภาพฝุ่นตลบ

ทุกพรรคต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง ที่อาจจะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด

ตามปฏิทินเดิม หากยุบสภาเดือน ม.ค. 2569 การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นใน 45-60 วัน หรือประมาณเดือน มี.ค.-เม.ย. 2569

แต่ถ้ารีบยุบต้นเดือน ธ.ค. ก็ไม่ต้องฉลองปีใหม่กันแล้ว อาจจะเลือกตั้งเดือน ก.พ. หรือต้น มี.ค.

เวลาเตรียมตัวและหาเสียงจะน้อยลงไปอีก

จะมีความฉุกละหุกติดตามมาอีกมาก

การเมืองไทยระยะนี้ จึงเป็นการเมืองที่มีบรรยากาศอึดอัด เพราะต้องรอลุ้นว่าอะไรจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้น

รัฐบาลก็ทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากประคับประคองงานเฉพาะหน้า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แก้ไขน้ำท่วม แก้ไขปัญหาชายแดน

ว่าง ๆ ก็ไปเปิดตัวผูัสมัคร แจกเสื้อพรรคให้สมาชิกใหม่เก่า ภาคนั้น ภาคนี้

เช่นเดียวกับฝ่ายค้าน ก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก

ก็ต้องติดตามสถานการณ์การเมืองและข่าวสารกันต่อไปว่า พรรคที่มีบทบาทหลัก ๆ จะเอายังไง

สิ่งที่รออยู่ข้างหน้า คือการเลือกตั้ง

จะเลือกช้าหรือเลือกเร็ว และสุดท้าย จะได้ทำประชามติเรื่องไหนไปพร้อมกับการเลือกตั้ง