ครม.อนุมัติหลักการมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคด้านสาธารณสุขเพิ่มเติม สามารถหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าของเงินที่บริจาคเข้ามูลนิธิชัยพัฒนา-มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพฯ – มูลนิธิรามาธิบดี ถึง 31 ธ.ค. 67 คาดจัดเก็บภาษีลดลงปีละ 290 ล้านบาท
วันที่ 26 กรกฎาคม 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร(ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ซึ่งเป็นมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคด้านสาธารณสุข (เพิ่มเติม) มีสาระสำคัญเป็นการยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล โดยให้หักลดหย่อนหรือหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าของจำนวนเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาค สำหรับการบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ของกรมสรรพากร ให้แก่มูลนิธิต่าง ๆ รวม 3 แห่ง ได้แก่
1.มูลนิธิชัยพัฒนา 2.มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ 3.มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สินหรือการขายสินค้า หรือสำหรับการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการบริจาคให้แก่มูลนิธิดังกล่าว ที่ได้ดำเนินการตั้งแต่วันที่ ครม.มีมติเห็นชอบถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ภาคประชาชนและภาคเอกชนได้มีส่วนร่วมสนับสนุนการบริจาค ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนทั่วไปได้รับการรักษาพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งมีส่วนช่วยลดงบประมาณของภาครัฐด้านสาธารณสุขได้อีกทางหนึ่ง โดยกระทรวงการคลังได้ประมาณการการสูญเสียรายได้ คาดว่ามาตรการทางภาษีดังกล่าวจะทำให้ภาครัฐจัดเก็บภาษีลดลงประมาณปีละ 290 ล้านบาท แต่จะเป็นการช่วยลดภาระการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลในด้านสาธารณสุขเพื่อการแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อีกทางหนึ่ง