เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทยคม ตั้ง CEO ใหม่ “ปฐมภพ” ลาออกกรรมการ
Business ไทยคม ตั้ง CEO ใหม่ “ปฐมภพ” ลาออกกรรมการ
อัปเดตเหตุไฟไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว”ดับ 28 ราย เจ็บ 71 ราย
News อัปเดตเหตุไฟไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว”ดับ 28 ราย เจ็บ 71 ราย
แสนสิริ ผนึก กสิกรไทย ปฏิวัติอสังหาฯสีเขียวครบวงจรรายแรก Green Loan-Green Bond
Real Estate แสนสิริ ผนึก กสิกรไทย ปฏิวัติอสังหาฯสีเขียวครบวงจรรายแรก Green Loan-Green Bond
ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว มพบ. เปิดช่องทางเยียวยา ลูกค้า-นักดนตรี ฟ้องแพ่ง/ประกันสังคมได้
News ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว มพบ. เปิดช่องทางเยียวยา ลูกค้า-นักดนตรี ฟ้องแพ่ง/ประกันสังคมได้
YLG เปิดให้บริการซื้อขาย Gold Spot ด้วยเงินดอลลาร์แบบเรียลไทม์ หนุนทำกำไรส่วนต่างไม่ต้องแปลงค่าเงิน
Finance YLG เปิดให้บริการซื้อขาย Gold Spot ด้วยเงินดอลลาร์แบบเรียลไทม์ หนุนทำกำไรส่วนต่างไม่ต้องแปลงค่าเงิน
คลังประกาศผลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 17 ก.ค. เวลา 6 โมงเช้า
Finance คลังประกาศผลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 17 ก.ค. เวลา 6 โมงเช้า
ออมสิน ปิดท้ายแคมเปญ 113 ปี ลุ้นรางวัลสลากออมสินรวม 70 ล้านบาท ซื้อได้ถึง 15 ก.ค. นี้
Finance ออมสิน ปิดท้ายแคมเปญ 113 ปี ลุ้นรางวัลสลากออมสินรวม 70 ล้านบาท ซื้อได้ถึง 15 ก.ค. นี้
‘เอกนิติ’ สั่งตั้งคณะทำงานระบบ CHECKED เชื่อมโยงข้อมูลปราบทุนเทา
Finance ‘เอกนิติ’ สั่งตั้งคณะทำงานระบบ CHECKED เชื่อมโยงข้อมูลปราบทุนเทา
ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ร่วงลง 700 บาท รูปพรรณขายออก 65,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ร่วงลง 700 บาท รูปพรรณขายออก 65,100 บาท
กรมทางหลวง เปิดเวทีรัฐ-เอกชน ถอดโจทย์พัฒนาจุดพักรถรับ “บรรทุก-บัสอีวี“
Economic กรมทางหลวง เปิดเวทีรัฐ-เอกชน ถอดโจทย์พัฒนาจุดพักรถรับ “บรรทุก-บัสอีวี“
ดูทั้งหมด

คนพิการ กับ โอกาสในการมีงานทำกับคนปกติในไทย ในปี 2565

27 ก.ค. 2565 | 22:43น.

ครั้งล่าสุดที่คุณสมัครงาน เจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลถามอะไรกับคุณ

“ทำไมถึงอยากทำงานกับเรา” “เป้าหมายอีก 5 ปีคืออะไร” หรือ “คุณจะทำอะไรให้บริษัทได้บ้าง”

คำถามเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ ประเสริฐศรี อินต๊ะภา หรือ แบม นักศึกษาจบใหม่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเกษตรและชีวภาพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จ. เชียงใหม่ ได้ยิน

ท่ามกลางผู้สมัครที่ผ่านเข้ารับการอบรมราว 20 คน

เจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลของโรงงานแห่งหนึ่งถามเธอย้ำ ๆ ว่า “ตาเป็นอะไร” และสั่งให้เธอถอดแว่นสายตาที่ใส่อยู่ออก

“หนูไม่สามารถปฏิเสธการตอบคำถามของ (เจ้าหน้าที่) คนนั้นได้เลย เขาถามย้ำ ๆ ประมาณ 2-3 รอบว่า ‘ตาเป็นอะไร ๆ ถอดแว่นเลย’ เลยจำเป็นต้องตอบพราะว่าสถานการณ์มันบังคับ” ประเสริฐศรี เล่าให้บีบีซีไทยฟัง

เธอบอกว่าเตรียมใจมาแล้วกับการโดนล้อเลียนระหว่างช่วงการหางานเพราะ “โดนมาตั้งแต่วันแรกที่เข้าอนุบาล…แต่ไม่เตรียมถึงขนาดว่าเราจะต้องเจอกลางที่สาธารณชน”

น.ส.ประเสริฐศรี และครอบครัว

ที่มาของภาพ, AFP

ประเสริฐศรี ย้อนเรื่องราวในวันนั้นต่อว่าเหตุเกิดในช่วงท้ายวันที่กำลังจะมีการปล่อยผู้เข้ารอบกลับบ้านแล้ว หลังจากมีการทำข้อสอบในช่วงเช้า ซึ่งเธอเองก็ผ่านข้อสอบข้อเขียน

ไม่เพียงโดยตั้งคำถามอ่อนไหวต่อหน้าผู้อื่น เจ้าหน้าที่ทรัพยากรบุคคลคนนั้นยังดึงใบสมัครของเธอออกและบอกว่า “เดี๋ยวจะเอาไปพิจารณา แล้วจะโทรมาบอก”

บริษัทดังกล่าวไม่ได้ติดต่อประเสริฐศรี หลังจากวันสัมภาษณ์

สิทธิของผู้พิการ

ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการแห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็น เมื่อ 29 ก.ค. 2551

ผู้พิการ

ที่มาของภาพ, Getty Images

อนุสัญญาฯ ดังกล่าวระบุไว้ท่อนหนึ่งภายใต้หัวข้อการจ้างงานว่า “ห้ามการเลือกปฏิบัติเพราะเหตุแห่งความพิการในทุกด้านที่เกี่ยวกับการจ้างงาน รวมถึงเงื่อนไขในการคัดเลือกบุคคล”

รายงานจากกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษ์ ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2565 ไทยมีตัวเลขคนพิการทั้งสิ้น 2.1 ล้านคน ในจำนวนนี้แบ่งเป็น คนพิการที่อยู่ในวัยทำงาน (อายุ 15-59 ปี) ราว 850,000 คน

ในจำนวนนี้ มีกลุ่มผู้พิการในวัยทำงานซึ่งมีความสามารถเพียงพอที่จะทำงานแต่เป็นผู้ว่างงานถึง 81,500 คน หรือคิดเป็นเกือบ 10% ของจำนวนคนพิการวัยทำงานทั้งหมด

ขณะที่ตัวเลขคนพิการซึ่งประกอบอาชีพ มีทั้งสิ้น 313,000 คน คิดเป็นประมาณ 37% ของจำนวนคนพิการวัยทำงานทั้งหมด

มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้พิการที่มีงานทำ ทำงานในภาคเกษตรกรรม รองลงมาคือการรับจ้างทั่วไป และแม้รัฐบาลจะออกกฎหมายสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐต้องเปิดโอกาสจ้างงานคนพิการ แต่ข้อมูลสะท้อนว่ามีสัดส่วนคนพิการรับราชการหรือทำงานกับรัฐวิสาหกิจของรัฐเพียง 1.18% ของผู้พิการที่มีงานทำเท่านั้น

น.ส.ประเสริฐศรี อินต๊ะภา

คนพิการที่ตกหล่น

สิ่งหนึ่งที่จำเป็นต้องตอกย้ำคือสถิติและตัวเลขข้างต้นสะท้อนแค่ “คนพิการอย่างเป็นทางการ” หรือผู้ที่มีบัตรประจำตัวคนพิการเท่านั้น

ยังมีคนพิการอีกมากที่ตกหล่น

ในบทความของภาคภูมิ จตุพิธพรจันทร์ นักวิจัยนโยายด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง ที่ตีพิมพ์กับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เมื่อ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา พบว่า เมื่ออ้างอิงตัวเลขสถิติผู้พิการทั้งหมดในประเทศ ปี 2560 ผู้พิการที่มีบัตรคนพิการในปีเดียวกันคิดเป็นสัดส่วนเพียง 44.4% เท่านั้น

มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้พิการไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับรัฐบาล

สาเหตุสำคัญที่ภาคภูมิพบอยู่ที่การประเมินความพิการของไทยไม่สอดคล้องกับหลักการสากล โดยประเทศไทยกำหนดให้ผู้ที่จะสามารถขึ้นทะเบียนเป็นคนพิการได้ต้องเป็นผู้ที่ความพิการประเภทใดประเภทหนึ่งจาก 7 กลุ่มความพิการตามกฎหมาย ได้แก่:

  • ความพิการทางการมองเห็น
  • ทางการได้ยินหรือสื่อความหมาย
  • ทางจิตใจ
  • ทางพฤติกรรม
  • ทางสติปัญญา
  • ทางการเรียนรู้
  • ทางออทิสติก

เขายกตัวอย่างว่าจากมาตรฐานข้างต้นหากคุณเป็นผู้พิการทางสายตาหนึ่งข้างจะ “ไม่เข้าหลักคุณสมบัติการเป็นผู้พิการทางสายตา ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว สำหรับหลายๆ คน ถึงแม้จะไม่ได้มีความบกพร่องหรือโรครุนแรงในกลุ่มความพิการด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เมื่อรวมผลกระทบจากความบกพร่องหรือโรคหลายอย่างที่มี และผลจากปัจจัยแวดล้อมเข้าด้วยกันแล้ว ความบกพร่องหรือ โรคที่ไม่รุนแรงนั้นสามารถส่งผลให้บุคคลหนึ่ง มีข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อย่างมาก”

คนพิการยุคใหม่

ปีนี้ ประเสริฐศรี อายุ 22 ปี และ เปลี่ยนสถานะจากนักศึกษาเป็นคนว่างงานแล้ว เช่นเดียวกับนักศึกษาจบใหม่อีก 260,000 คน

ตามข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประเทศไทยมีตัวเลขผู้ว่างงานรวม 610,000 ตน ในไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งนับเป็นการปรับตัวที่ดีขึ้น เนื่องจากตัวเลขผู้ว่างงานในช่วงเดียวกันของปีก่อนสูงถึง 760,000 คน

ทว่าในตัวเลขดังกล่าวนักศึกษาจบใหม่หรือที่เรียกด้วยศัพท์ทางการว่า “ผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อน” กลับเพิ่มขึ้นถึง 5.2% จากช่วงไตรมาสแรกของปี 2564

เธอบอกกับเราว่าสมัครงานไปแล้วหลายร้อยที่ ทั้งที่บอกว่ารับพิจารณาเด็กจบใหม่และที่ลองยื่นไปแม้บริษัทจะต้องการคนมีประสบการณ์แล้ว

ประเสริฐศรี อธิบายว่าเธอเข้าใจว่าหากไปเทียบกับ “อีกคนหนึ่งปกติทุกอย่างมาสมัครเหมือนกัน ถ้าเราเป็น(เจ้าหน้าที่) ตัวเราก็ต้องเลือกคนปกติ เราก็เข้าใจ”

เธอจึงกำลังวางแผนที่จะติดต่อเพื่อเข้าไปทำบัตรผู้พิการ

ประเสริฐศรี เกิดมาโดยไม่มีตาข้างซ้าย เมื่ออายุได้ 7 เดือน แพทย์วินิจฉัยว่าเธอเป็นโรคประสาทตาฝ่อและแม้จะผ่าตัดใส่ตาจริงเธอก็ไม่สามารถมองเห็นได้อยู่ดี

เธอใส่ตาปลอมมานับตั้งแต่นั้น

น.ส.ประเสริฐศรี และแม่

ที่มาของภาพ, ประเสริฐศรี อินต๊ะภา

แท้จริงแล้วการมีบัตรคนพิการให้สิทธิการคุ้มครองผู้ถือบัตรทั้งมิติด้านการศึกษา การหางานทำ รวมไปถึงความช่วยเหลืออื่น ๆ

เธอเล่าว่า สาเหตุที่เพิ่งคิดจะมาทำบัตรตอนนี้เป็นเพราะพ่อของเธอเคยพาไปทำบัตรมาแล้วช่วงที่เธออายุได้ราว 15 ปี ทว่ากลับเจอกับการดูถูกจากเจ้าหน้าที่ซึ่งพูดทำนองว่า “อยากได้นักเหรอบัตรนี่ อยากได้นักเหรอเงิน”

หนึ่งในสิทธิประโยชน์ของการถือบัตรคนพิการ คือการเข้าถึงเงินสงเคราะห์คนพิการ ซึ่งรัฐสามารถช่วยเหลือเป็นเงินหรือสิ่งของครั้งละไม่เกิน 3,000 บาท ปีละไม่เกิน 3 ครั้ง สำหรับผู้พิการที่ประสบปัญหาทางการเงิน

สำหรับประเสริฐศรี สิ่งที่ทำให้เธอต้องการบัตรคนพิการตอนนี้ก็เพื่อการสมัครงานที่ไม่ต้องเอาตัวเองไปเทียบกับคนปกติ

“เอามาเป็นใบเบิกทาง ถ้าเราไม่มี แล้วต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนปกติ มันไม่ได้แน่นอน”

คนพิการในต่างประเทศ

ตัดภาพมาที่สหราชอาณาจักร จอช ออสบอร์น วัย 30 ปี ผู้พิการทางออทิสติก เพิ่งได้รับเข้าทำงานในตำแหน่งเชฟเตรียมอาหาร ณ เชนร้านอาหารเดอะไอวี สาขา มงต์แปริแย บราสเซอรี (Montpellier Brasserie) ซึ่งตั้งอยู่ที่เทศมณฑลกลอสเตอร์เชอร์ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอังกฤษ

นายจอช ออสบอร์น

เขาได้รับความช่วยเหลือจากเนชันนัล สตาร์ คอลเลจ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาเฉพาะทางสำหรับผู้พิการ

ออสบอร์นชี้ว่าโอกาสครั้งนี้ “มีความหมายอย่างมาก” สำหรับเขา เนื่องจากนี่จะช่วยให้เขาวางแผนในการหาเลี้ยงตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น

เขาได้รับการช่วยเหลือจากสถาบันการศึกษาเฉพาะทางนี้ในการเตรียมตัวสัมภาษณ์ รวมไปถึงเทคนิคในการจัดการกับอารมณ์เวลารู้สึกท่วมท้น

ไซมอน เวลช์ อาจารย์ใหญ่ของสถาบัน ชี้ว่าธุรกิจจำนวนมากจะได้แรงงานที่ “มีความหลากหลายมากขึ้น” หากพวกเขาปรับระบบการจ้างงาน “เพียงเล็กน้อยเท่านั้น”

จริงอยู่ว่ากรณีของออสบอร์นเป็นเรื่องน่าชื่นชม ทว่าการมาถึงจุดนี้มีราคาที่ต้องจ่ายไม่น้อย

เว็บไซต์ของสถาบันเนชันนัล สตาร์ คอลเลจ ระบุว่า การประเมินอาการรายบุคคลมีค่าใช้จ่ายราว 350 ปอนด์ (ราว 15,000 บาท) ขณะที่ค่าใช้จ่ายสำหรับการฝึกสอนทักษะต่าง ๆ อยู่ที่ราคา 395 ปอนด์ (ราว 17,000 บาท) แบบเต็มวัน และ 200 ปอนด์ (ราว 8,800 บาท) สำหรับครึ่งวัน

ไม่ใช่ผู้พิการทุกคนที่จ่ายไหว

ประเทศกำลังพลาดเม็ดเงินจากความสามารถของผู้พิการ

งานวิจัยจากปี 2018 ของสถาบันเพื่อการวิจัยอเมริกัน (AIR) ประเมินว่าประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจมากถึง 7% ของจีดีพีจากการมองข้ามคนพิการ

ปัจจัยอย่างการเข้าไม่ถึงการศึกษาเนื่องจากรัฐบาลไม่ได้ลงทุนในส่วนนี้มากเท่าที่ควร นำไปสู่ปัญหาการว่างงานหรือการทำงานในอาชีพที่ให้รายได้ตอบแทนต่ำ ซึ่งนำไปสู่ความยากจนและการต้องกลับมาพึ่งความช่วยเหลือทางสังคมของรัฐอีกที

ผู้วิจัยชี้ว่า สิ่งนี้เห็นได้อย่างชัดเจนในระดับบริษัท กล่าวคือ “เมื่อบริษัทมองไม่เห็นว่าคนพิการมีทั้งความสามารถในการพัฒนาบริษัทและเป็นผู้บริโภค พวกเขาผลาญเอาโอกาสที่จะขยายส่วนแบ่งตลาดและสร้างเศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคมไป”

ตัวเลขประเมินจากงานวิจัยในปี 2016 พบว่า คนพิการทั่วโลกมีรายได้ที่เอาไว้ใช้จับจ่ายได้สูงถึงปีละ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 44 ล้านล้านบาท)

กลับมาที่ประเทศไทย ประเสริฐศรี บัณฑิตจบใหม่วัย 22 ปี อยากทำงานด้านวิศวกรรมทางการเกษตรที่เธอเรียนมา

เธอบอกกับเราว่าต้องการให้ผู้จ้างงาน “ตัดสินกันที่ความสามารถ ไม่เอาความพิการมาตัดสินว่าเขาจะทำงานได้หรือไม่”

ทว่าตอนนี้ ไม่ต้องพูดถึงอาชีพวิศวกร แม้แต่พนักงานทั่วไปก็ยังไม่มีบริษัทไหนติดต่อเธอกลับไป

…..

ข่าว บีบีซี ไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คนพิการ