เติมความได้เปรียบให้ธุรกิจ Startup ด้วย ‘Lean Startup’ แนวคิดสู่ความสำเร็จในยุคดิจิทัล
ช่วงทศวรรษที่ผ่านมามีการตื่นตัวในแวดวงธุรกิจสตาร์ทอัพ ที่พยายามจะพัฒนาองค์กรและสร้างธุรกิจให้เป็น ‘Lean Startup’ หรือ การลดทอนรายละเอียดที่ไม่จำเป็นและให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าสินค้าหรือแบรนด์เป็นหลัก เพื่อนำมาต่อยอดประยุกต์เข้ากับการบริหารจัดการธุรกิจ ให้สตาร์ทอัพมีโอกาสอยู่รอดและเติบโต
Lean Startup เป็นที่น่าจับตามองมากขึ้นหลังจากเริ่มมีการตื่นตัวในแวดวงธุรกิจสตาร์ทอัพในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
หลายๆ บริษัทสตาร์ทอัพพยายามที่จะพัฒนาองค์กรและสร้างธุรกิจให้เป็น ‘Lean Startup’ หรือ การลดทอนรายละเอียดที่ไม่จำเป็นและให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าสินค้าหรือแบรนด์เป็นหลัก เพื่อนำมาต่อยอดประยุกต์เข้ากับการบริหารจัดการธุรกิจ ให้สตาร์ทอัพมีโอกาสอยู่รอดและเติบโต
เมื่อแนวคิด Lean Startup มีบทบาทสำคัญและเป็นบันไดสู่ความสำเร็จของธุรกิจในยุคดิจิทัล ดร.ศรีหทัย พราหมณี (AIS The Startup Management) จึงได้มาเผยถึงกระบวนการทำงานของธุรกิจผ่านแนวคิด Lean Startup ที่จะช่วยให้สตาร์ทอัพเห็นภาพรวมของธุรกิจ จนสามารถนำไปพัฒนาหรือปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ดียิ่งขึ้น
ที่มาของแนวคิด ‘Lean Startup’
‘Lean Startup’ เป็นแนวคิดการพัฒนาสตาร์ทอัพที่คิดค้นขึ้นโดย อีริก รีส์ (Eric Ries) ผู้ร่วมก่อตั้ง IMVU แพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์กโลกเสมือนจริง 3 มิติ โดยการนำแนวคิดเรื่องลีน มาประยุกต์ใช้ในบริบทของการสร้างบริษัทสตาร์ทอัพสำหรับเทคโนโลยี VRและได้ผ่านการบ่มเพาะแนวคิด วิธีปฏิบัติกับบริษัทของตนเอง และเมื่อใช้ Lean Startup กับ IMVU ได้ผล จึงนำเอาแนวคิดนี้ไปใช้ในการเรียนการสอน และเวิร์กชอปต่างๆ รวมถึงเขียนหนังสือเกี่ยวกับ Lean Startup ออกมา จนเป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง
ซึ่งคำว่า ลีน (Lean) เป็นคำยอดนิยมในปัจจุบัน เนื่องจากมีการใช้คำดังกล่าวแทบทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหาร ออกกำลังกาย หรือแม้แต่การบริหารจัดการองค์กร แต่หากแปลความหมายให้ตรงตัว คำว่า ลีน (Lean) จะหมายถึงความผอม เปรียว บาง หรือการกำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการออกไป ส่วนคำว่า สตาร์ทอัพ (Startup) คือ ช่วงเวลาที่ต้องการจะสร้างธุรกิจบางอย่าง ซึ่งมักเป็นธุรกิจที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน หรือเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจที่ยังไม่มีใครเคยคิดหรือทำมาก่อน
สำหรับแนวคิดลีนมีการนำไปใช้ในสาขาอื่นมากมาย เช่น การพัฒนาซอฟต์แวร์ (Lean Software Development), กระบวนการคิด (Lean Thinking), การจัดการโครงสร้างองค์กร (Lean Organizational Structure) รวมถึงนำมาใช้วงการสตาร์ทอัพ เกิดเป็น ลีนสตาร์ทอัพ (Lean Startup)
แนวคิด Lean Startup คือ การพัฒนาและสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพ โดยให้ความสำคัญกับคุณค่าที่ผู้บริโภคหรือผู้ใช้จะได้รับ และมุ่งเน้นการลดขั้นตอนที่ไม่สำคัญหรือสูญเสียทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์ออกไป ซึ่งเริ่มจากการทำความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค เพื่อลดเวลาและทุนในการออกแบบฟีเจอร์ที่ไม่จำเป็นออกไป เพราะแต่เดิมการพัฒนาธุรกิจเริ่มต้นจากการสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการขึ้นมาก่อน แล้วค่อยตามหากลุ่มลูกค้าเป้าหมายในภายหลัง ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของสตาร์ทอัพ เพราะมักทำให้สูญเสียทรัพยากรและเวลาโดยไม่จำเป็น รวมถึงได้รับผลตอบแทนไม่คุ้มกับที่เสียไป นำไปสู่การล้มเลิกกิจการในที่สุด
ดังนั้น แนวคิด Lean Startup จึงเข้ามา โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างสินค้าและบริการจากการความเข้าใจผู้บริโภค สำรวจกลุ่มเป้าหมาย( Target Audience) ว่าต้องการอะไร มีปัญหาใดบ้างที่อยากแก้ไข จากนั้นรวบรวมข้อมูลเป็นไอเดียพัฒนาสินค้าหรือบริการที่จะช่วยเข้ามาตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง

build – measure – learn หัวใจหลักของ Lean Startup
หัวใจหลักที่มุ่งไปสู่ความสำเร็จของ Lean Startup คือ ‘build – measure – learn’ ซึ่งเป็นกระบวนการเพื่อการเรียนรู้ช่วยให้ธุรกิจสตาร์ทอัพอยู่รอดได้ในระยะยาว โดยยึด 3 คอนเซ็ปต์หลัก ดังนี้
เริ่มจาก สร้าง (build) เป็นการนำไอเดียที่สังเคราะห์ได้จากความต้องการหรือปัญหาของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายไปสร้างเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการปล่อยออกสู่สาธารณะโดยเร็วที่สุด โดยสินค้าหรือบริการนั้นไม่จำเป็นต้องมีองค์ประกอบสมบูรณ์ทุกอย่าง บางฟีเจอร์ที่ยากอาจยังไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ ขอเพียงมีส่วนที่จำเป็นครบถ้วนก็เพียงพอแล้ว เพราะจุดประสงค์สำคัญในขั้นนี้ คือ การส่งมอบสินค้าที่เพียงพอต่อการใช้งานได้จริง (Minimum Viable Product – MVPs) เพื่อเก็บข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นจากลูกค้า
ต่อด้วย วัดผล (measure) เป็นการวัดผลความพึงพอใจในตัวอย่างสินค้าหรือบริการที่เผยแพร่สู่สาธารณะ โดยกำหนดตัวชี้วัดอย่างมีหลักการชัดเจน เพื่อดูว่าผลที่ออกมาเป็นอย่างไร เป็นไปตามความคิดหรือไม่ สินค้าตอบสนองความต้องการมากน้อยเพียงใด อะไรที่ควรปรับปรุง และจะเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้านั้นอย่างไร ดังนั้น จึงควรเก็บรวบรวมผลตอบรับและความคิดเห็นจากลูกค้าให้ได้มากที่สุด เพื่อใช้ในการพัฒนาสินค้าหรือบริการต่อไป
และ เรียนรู้ (learn) นำข้อมูลที่ได้จากการวัดผล ตลอดจนความคิดเห็นที่จำเป็นจากลูกค้า มาวิเคราะห์และสรุปเพื่อใช้เป็นแนวทางปรับปรุงและพัฒนาสินค้าหรือบริการ สิ่งไหนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ผลตอบรับไม่ดี ก็เปลี่ยนไปใช้รูปแบบอื่น ส่วนสิ่งไหนที่ผลตอบรับดีก็ทำต่อไป
ขณะเดียวกันหลักการสำคัญของ Lean Startup คือ การทำความเข้าใจกับความต้องการของผู้บริโภคก่อน แล้วจึงค่อยผลิตสินค้าออกมาขายจริง ดังนั้น จึงให้ความสำคัญกับขั้นตอนการเรียนรู้มากกว่าขั้นตอนอื่นๆ เพราะหากรีบทำสินค้าออกมาโดยที่ยังไม่รู้ว่าผู้บริโภคต้องการอะไร ก็มีสิทธิ์ขาดทุนได้ง่าย ด้วยเหตุนี้ สตาร์ทอัพที่เพิ่งเริ่มต้นจึงควรศึกษาให้แน่ใจก่อน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเงินทุนที่ลงไป จึงจะได้ความสำเร็จกลับคืนมา
อย่างไรก็ตาม กระบวนการเหล่านี้ต้องมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การพัฒนาสินค้าหรือบริการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างสูงสุด ทั้งยังทำให้สินค้าหรือบริการมีความสมบูรณ์และมีคุณค่ายิ่งขึ้นอีกด้วย
จะเห็นได้ว่ากระบวนการเปลี่ยนไอเดียให้เป็นผลิตภัณฑ์ โดยใช้วิธีแบบ build – measure – learn เป็นเทคนิคสำคัญที่ช่วยตัดลดสิ่งไม่จำเป็นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกไป มุ่งเน้นการสร้างผลิตภัณฑ์ที่คำนึงและนึกถึงผู้ใช้ก่อน ดังนั้น ผู้ที่สนใจจะทำธุรกิจ Startup จึงควรออกไปค้นหาข้อมูล ความสนใจ และความต้องการของลูกค้า โดยการพบปะพูดคุยกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้มากที่สุด เพราะนอกจากจะได้เข้าใจลูกค้าแล้ว อาจจะได้มุมมองหรือข้อมูลใหม่ๆ มาต่อยอดผลิตภัณฑ์ได้อีกด้วย ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของตลาดมากที่สุด

3 สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึง ถ้าอยากให้องค์กรประสบความสำเร็จ
เมื่อผู้ประกอบการธุรกิจสามารถพัฒนาและคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ รับมือความเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงในการนำแนวคิด Lean Startup มาปรับใช้ในธุรกิจ ได้แก่
- ต้องใช้เวลาอย่างมีคุณค่า ด้วยการมุ่งเน้นไปที่การสร้างผลิตภัณฑ์ที่เพียงพอต่อการใช้งาน และมีการทำซ้ำอย่างต่อเนื่องตามความคิดเห็นของลูกค้า ซึ่งช่วยให้ธุรกิจต่างๆ เข้าถึงตลาดได้เร็วขึ้น ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้จริง ดังนั้น การเข้าสู่ตลาดอย่างรวดเร็วช่วยให้ผู้ประกอบการ Startupสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสที่เกิดขึ้นใหม่และได้เปรียบในการแข่งขัน ทั้งยังสามารถประเมินได้ว่าอะไรที่ใช้ได้หรือไม่ได้ในเวลาอันรวดเร็ว และไม่เสียเวลามากเกินไป
- ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยข้อมูล เป็นการรวบรวมข้อมูลจากการวัดผล เพราะทุกครั้งที่มีการวัดผลจะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อยู่เสมอ ซึ่งช่วยให้สามารถตัดสินใจได้ดีขึ้นเกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด และการจัดสรรทรัพยากร ฉะนั้น แนวทางที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลนี้ ช่วยให้บริษัทStartupเล็งเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ดียิ่งขึ้นต่อไป
- ต้องเข้าใจธุรกิจอย่างถ่องแท้ เมื่อ Lean Startup ถูกสร้างขึ้นโดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าที่ไม่ได้รับการตอบสนองและการแก้ปัญหาที่แท้จริง ทำให้ผู้ประกอบการต้องสร้างเข้าใจและเอาใจใส่ในกระบวนการทำธุรกิจมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จของธุรกิจต่อไป
‘ลดเสี่ยง-ลดต้นทุน-ปรับใช้ในองค์กร’ ประโยชน์ของการใช้ Lean Startup
การเริ่มต้นธุรกิจแบบ Lean Startup ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งในการดำเนินธุรกิจยุคปัจจุบัน เนื่องจากต้องมีการเรียนรู้และพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ผ่านการลองผิด ลองถูก เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าออกสู่ตลาดไป แต่ขณะเดียวกันแนวทางแบบลีนก็มีประโยชน์ต่อแวดวงธุรกิจเป็นอย่างมาก ดังนี้
- ลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจ แนวคิดแบบลีนให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และการตรวจสอบ ซึ่งช่วยให้ธุรกิจ SME หรือธุรกิจสตาร์ทอัพตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลและลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์หรือกิจการใหม่ อีกทั้งผู้บริโภคมีโอกาสที่จะได้รับสินค้าหรือบริการที่ดีที่สุด
- ลดค่าใช้จ่ายจากการพัฒนาที่คุ้มทุน โดย Lean Startup เป็นตัวอย่างกระบวนการที่ช่วยลดของเสียให้เหลือน้อยที่สุดและเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งวิธีการนี้ช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดสรรทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดต้นทุนล่วงหน้าด้วยการลงทุนเฉพาะฟังก์ชันที่ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค
- นำมาปรับใช้กับการทำงานในองค์กร วิธีการเริ่มต้นแบบลีนช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมและความสามารถในการปรับตัวภายในองค์กร ว่าจะทำงานอย่างไรให้มีความคล่องตัว รวดเร็ว และมีความกระชับยิ่งขึ้น ตัวอย่างองค์กร Lean Startup อาทิ AIS The StartUp ก็ต้องมีทีมงานที่ทำงานอย่างคล่องแคล่ว รวดเร็วและแม่นยำ เนื่องจากต้องทำงานร่วมกับสตาร์ทอัพที่เป็นกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี (Tech Startup) ซึ่งมีวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นมืออาชีพผสมผสานกับความลีน ดังนั้น กระบวนการทำงาน AIS The StartUp จึงมีความลีนเป็นอย่างมาก กล่าวคือ ลดความไม่จำเป็นออกไป แต่ผลลัพธ์ที่ได้ยังเท่าเดิมหรือมากขึ้นอีกด้วย
จะเห็นได้ว่า กระบวนการทำงานของ Lean Startup หากเปรียบกับคน ก็คงเป็นคนที่อยากมี ‘หุ่นลีน’ โดยต้องเลือกกินอาหารเฉพาะสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ขณะเดียวกันก็ต้องกินในปริมาณที่เหมาะสม และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การทำธุรกิจก็เช่นกัน ควรเริ่มจากการสร้างอย่างน้อยๆ เท่าที่จำเป็น ตามด้วยการปรับปรุงและพัฒนาทีละน้อยๆ แต่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ถือได้ว่า Lean Startup เป็นโมเดลธุรกิจที่เหมาะสำหรับสตาร์ทอัพที่มีต้นทุนน้อย แต่ไม่หยุดที่จะเรียนรู้อย่างแท้จริง
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว ‘AIS The StartUp’ สู่เส้นทางแห่งความสำเร็จ สามารถส่งผลงานเข้ามาได้ที่เว็บไซต์ www.ais.co.th/thestartup หรือ www.facebook.com/aisthestartup แล้วมาร่วมเดินหน้าพัฒนาธุรกิจให้เติบโตไปด้วยกัน!