คุณเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดในสมองหรือไม่ ให้แบบทดสอบนี้ช่วย
โรคหลอดเลือดในสมอง (Stroke) คนส่วนใหญ่อาจมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่หารู้ไม่ว่าเป็นโรคใกล้ตัวที่อันตราย และคร่าชีวิตคนมาแล้วมากมาย หากไม่ถึงแก่ชีวิต ก็อาจทำให้กลายเป็นโรคอัมพฤกษ์ หรืออัมพาต ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้
อาการเตือนของโรคหลอดเลือดในสมอง
ลักษณะอาการจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน โดยจะขึ้นอยู่กับว่าสมองส่วนใดสูญเสียการทำงานไป เช่น
- อยู่ ๆ ก็พูดไม่ออกหรือพูดไม่ชัด
- แขนขาซีกใดซีกหนึ่งอ่อนแรง ชา หรือขยับไม่ได้
- ตาข้างใดข้างหนึ่งมัวหรือมองไม่เห็น อาจเห็นภาพซ้อนหรืออาการคล้ายม่านบังตา
- ปวดศีรษะรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
- มึนงง เวียนศีรษะ หรือเสียการทรงตัว ซึ่งจะเกิดร่วมกับอาการอื่นข้างต้น
เมื่อเกิดลักษณะอาการข้างต้น ผู้ป่วยไม่ควรชะล่าใจ ต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วนเพื่อเข้ารับการรักษา ยิ่งรักษาเร็วเท่าไหร่อัตราการตายและความพิการก็จะยิ่งน้อยลง
พฤติกรรมที่ทำให้เสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดในสมอง
ผู้ที่มีปัจจัยต่อไปนี้เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดในสมองได้มากกว่าปกติ
- ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง : ควรควบคุมความดันให้อยู่ในระดับปกติ เช่น รักษาน้ำหนักตัวไม่ให้อ้วนเกินไป, ลดอาหารเค็ม, รับประทานอาหารในปริมาณพอเหมาะ เน้นพืชผัก ผลไม้
- ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน : ควรงดทานอาหารที่มีรสหวาน พร้อมพบแพทย์และรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
- ผู้ที่เป็นโรคหัวใจชนิดต่าง ๆ : เช่น ลิ้นหัวใจพิการ, โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือโรคหัวใจขาดเลือด มีปัจจัยเสี่ยงซึ่งแพทย์อาจพิจารณาให้ยาบางชนิดเพื่อลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมอง
- ผู้มีภาวะไขมันในเลือดสูง : ควรลดการรับประทานอาหารที่มีไขมันมากเกินไป พร้อมรับประทานยาลดไขมันร่วมด้วยตามที่แพทย์แนะนำ
- ผู้ที่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ และเสพสารเสพติด : ควรงดทุกอย่างเพื่อป้องกันความเสี่ยง
- ผู้ทีมีภาวะเครียด : ซึ่งทำให้ความดันโลหิตสูงกว่าปกติและอาจทำให้เกิดอัมพาต ควรทำจิตใจให้สบาย และมีช่วงเวลาผ่อนคลายจิตใจบ้าง
- ผู้ที่ขาดการออกกำลังกาย : ซึ่งทำให้เกิดโรคอ้วนและภาวะเครียด ดังนั้นจึงควรออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง
คุณมีความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองหรือไม่ ตรวจสอบเบื้องต้นได้ดังนี้
- คุณมีความดันโลหิตสูงหรือไม่?
- คุณมีโรคเบาหวานหรือไม่?
- คุณมีโรคหัวใจหรือไม่?
- คุณมีภาวะไขมันในเลือดสูงหรือไม่?
- คุณมีการดื่มเหล้าหรือเบียร์เป็นประจำหรือไม่?
- คุณสูบบุหรี่เป็นประจำหรือไม่?
- คุณออกกำลังกายสม่ำเสมอหรือไม่?
- คุณตรวจสุขภาพเป็นประจำหรือไม่?
หากคุณตอบว่า “มี” หรือ “ไม่ทราบ” ในข้อ 1 – 6 และ “ไม่มี” ในข้อ 7 – 8 ข้อใดข้อหนึ่ง ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพหรือปรึกษาแพทย์
นอกจากการป้องกันความเสี่ยงด้วยวิธีต่าง ๆ แล้ว ที่สำคัญก็คืออย่าลืมที่จะเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นครั้งคราว เพราะโรคนี้ยิ่งรู้เร็วยิ่งดี หรือหากเป็นแล้วเกิดภาวะอัมพาต การรักษาในช่วงแรกจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพื่อให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วและไม่นำไปสู่ภาวะอัมพาตถาวร โดยจำเป็นต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์และทีมการพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งสามารถเข้ามาปรึกษาและตรวจวินิจฉัยกับประสาทอายุรแพทย์และประสาทศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญด้านระบบประสาทและสมองได้ที่ ศูนย์ระบบประสาทและสมอง โรงพยาบาลธนบุรี