ซื้อรถห้ามรีบรอส่งมอบ 2 เดือน โรงงานกุมขมับ ‘ซัพพลายช็อก-สต๊อกเกลี้ยง’
ค่ายรถเร่งสางปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนผลิต หวั่นกระทบต่อเนื่องทั้งระบบต้นทุน-แรงงาน สั่งดีลเลอร์-เซลส์-แอดมิน แจงข้อมูลลูกค้าอย่างละเอียดสาเหตุรอรับรถนาน ด้าน “เกรท วอลล์ฯ-ฮอนด้า-นิสสัน” เผยบางรุ่นรอนานกว่า 45-60 วัน ย้ำผลิตรถทั้งปีอาจไปไม่ถึง 1.8 ล้านคัน
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนยานยนต์ โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) ที่เริ่มมาตั้งแต่กลางปี 2564 รวมทั้งผลกระทบโควิด-19 ภาวะสงครามและความล่าช้าของระบบโลจิสติกส์
ทำให้ต้นทุนการผลิตรถยนต์เกือบทุกแบรนด์ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าผู้บริหารหลายค่ายรถยนต์จะยืนยันว่า ยังสามารถบริหารจัดการกับภาวะดังกล่าวได้ แต่ช่วงหลัง ๆ ก็เริ่มแสดงความชัดเจนว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจำเป็นต้องผลักภาระไปให้ผู้บริโภคด้วยการปรับราคาขาย และปัญหาหนักอกช่วงนี้คือ รถในสต๊อกหมดเกลี้ยงไม่มีส่งมอบลูกค้า
ล่าสุดมีค่ายรถยนต์อย่างน้อย 3 ค่ายที่ออกมาประกาศความชัดเจน และยอมรับว่ากำลังเผชิญกับปัญหาเรื่องของซัพพลายและการผลิต อาทิ เกรท วอลล์มอเตอร์ ประเทศไทย ประกาศหลังจากบริษัทมียอดจองที่รอการส่งมอบของ ORA Good Cat มากกว่า 3,500 คัน
และบริษัทได้ประเมินความสามารถในการส่งมอบกับปริมาณยอดจองสะสมที่มีในปัจจุบัน รวมถึงผลกระทบโควิดทั่วโลกและในประเทศจีน และภาวะสงครามรัสเซีย-ยูเครน
ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้เกิดการขาดแคลนชิปและแบตเตอรี่ไปทั่วโลกตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และส่งผลกระทบต่อการผลิตรถยนต์ ORA Good Cat บริษัทขอหยุดรับการจองรถ ORA Good Cat ทั้ง 3 รุ่น มีผลตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา
เช่นเดียวกับ ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ประกาศผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th ว่า ขณะนี้บริษัทประสบปัญหาด้านการผลิตซึ่งมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก
ส่งผลให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในบางประเทศไม่สามารถจัดส่งชิ้นส่วนให้แก่ฮอนด้าเพื่อนำมาประกอบรถยนต์ได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจะเร่งดำเนินการจัดหาชิ้นส่วนมาเพื่อผลิตรถยนต์และส่งมอบให้กับลูกค้า โดยจะมีการแจ้งกำหนดการส่งมอบให้ลูกค้าทราบผ่านทางผู้จำหน่ายทันที
ก่อนหน้านี้ “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ฮอนด้าประกาศหยุดการผลิตที่โรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา จะหยุดระหว่างวันที่ 6-10 พ.ค. 2565 และโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.ปราจีนบุรี จะหยุดระหว่างวันที่ 9-12 พ.ค. 2565 โดยมีแนวโน้มว่าจะมีการประกาศหยุดผลิตต่อเนื่อง
ไม่ต่างจากค่ายนิสสันที่มีการแจ้งไปยังลูกค้าบนเว็บไซต์ www.nissan.co.th ว่า นิสสันประสบปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก และเป็นผลให้เกิดการหยุดชะงักของห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่การผลิตรวมถึงการขนส่ง ซึ่งรวมทั้งผลกระทบต่อเนื่องจากโควิด-19
ทำให้กำหนดการที่นิสสันจะสามารถส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าที่ได้ทำการจองรถยนต์ไว้แล้วล่าช้าออกไป โดยผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสันจะติดต่อลูกค้าเพื่อแจ้งให้ทราบถึงสถานการณ์และแนวทางการปรับเปลี่ยนกำหนดการส่งมอบในกรณีที่ลูกค้าไม่ได้รับการติดต่อ สามารถติดต่อผู้จำหน่ายของท่านเพื่อสอบถามถึงกำหนดวันส่งมอบที่เปลี่ยนแปลง
แหล่งข่าวระดับบริหารจากบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวยอมรับกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้นิสสันกำลังติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยขณะนี้รถยนต์บางรุ่นอาจจะต้องใช้ระยะเวลารอนานมากกว่า 45 วัน โดยเฉพาะรุ่นท็อปที่ต้องใช้ชิปในระบบต่าง ๆ ค่อนข้างเยอะ และเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมจากลูกค้า
ด้านนายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ฟอร์ดเชื่อมั่นว่าจะเริ่มส่งมอบรถฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชั่นใหม่ ให้กับลูกค้าได้ภายในเดือนพฤษภาคม ตามแผนที่ได้วางไว้
หลังจากสิ้นเดือนเมษายนที่ผ่านมามีลูกค้าให้ความสนใจจองรถฟอร์ด เจนใหม่ทั้ง 3 รุ่น รวมถึง 4,750 คัน ซึ่งบริษัทมีความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกับโรงงานอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางสถานการณ์ที่มีความผันผวนสูงจากปัจจัยภายนอกหลายประการ เพื่อส่งมอบรถให้แก่ลูกค้าตามแผนที่ได้วางไว้
แหล่งข่าวฝ่ายบริหารค่ายรถยนต์รายใหญ่กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาซัพพลายซ็อกกระทบต่อการผลิตรถยนต์ จัดเป็นวิกฤตของอุตฯรถยนต์ เนื่องจากกระทบเป็นห่วงโซ่ตั้งแต่โรงงานผลิต
โดยเฉพาะปัญหาทางด้านแรงงาน ตัวแทนจำหน่าย และพันธมิตรที่เกี่ยวข้องทั้งไฟแนนซ์ ประกันภัย ลูกค้า ฯลฯ ซึ่งทุกค่ายต่างพยายามเคลียร์ปัญหานี้อย่างเร่งด่วน มีรถบางรุ่นที่อาจต้องรอถึง 60 วัน
และถ้าปล่อยให้ปัญหานี้ยืดเยื้อ เป้าหมายการพลิกฟื้นของอุตฯรถยนต์ก็คงยากตามไปด้วย ทำให้เชื่อว่าปีนี้ที่มีการตั้งเป้าการผลิตรถยนต์ทั้งปีไว้1.8 ล้านคัน แบ่งเป็นส่งออกและขายในประเทศอย่างละครึ่งคงสะดุดแน่
ก่อนหน้านี้ นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เคยกล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2565 น่าจะมีการผลิตรถยนต์อยู่ในระดับ 1,800,000 คัน
เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 12% หรือประมาณ 90,000 คันแบ่งเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 850,000 คัน และผลิตเพื่อส่งออก 950,000 คัน ขณะที่ยอดผลิตรถจักรยานยนต์อยู่ที่ 2 ล้านคัน