“ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ใช้สิทธิจ่ายค่าโดยสารขนส่งสาธารณะได้ ที่ไหนบ้าง ?
โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” โครงการจากรัฐบาลในการช่วยผยุงค่าครองชีพ จากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน ผ่าน 2 มาตรการหลัก โดยเฉพาะ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ลดค่าครองชีพผ่านการร่วมจ่าย รัฐจ่ายให้ 60% ประชาชนจ่าย 40% จำกัดวงเงิน 200 บาท/คน/วัน ไม่เกิน 1,000 บาท/คน/เดือน จำนวน 4 เดือน และใช้สิทธิได้ตามร้านค้ารายย่อย
นอกจากนี้ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ยังสามารถใช้สิทธิในการจ่ายค่าโดยสารขนส่งสาธารณะได้ ทั้งรถโดยสาร รถไฟฟ้า และเรือประจำทาง ไปจนถึงแท็กซี่-วินมอเตอร์ไซค์-รถสองแถว
โดยกระทรวงคมนาคม ระบุว่า มีระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าร่วมโครงการ 7 ระบบ คือ รถไฟฟ้า MRT รถไฟฟ้า BTS รถไฟฟ้าชานเมือง สายสีแดง รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ รถโดยสารประจำทาง ขสมก. เรือด่วนเจ้าพระยา และรถโดยสาร บขส.

รถไฟฟ้า MRT
รถไฟฟ้า MRT เข้าร่วม “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ทั้ง 4 สาย คือ MRT สายสีน้ำเงิน MRT สายสีม่วง MRT สายสีเหลือง และ MRT สายสีชมพู
โดยประชาชนที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” สามารถใช้สิทธิ์ชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้าผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 ที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารทุกสถานีของรถไฟฟ้า MRT ทั้ง 4 สาย ระหว่างเวลา 06.00 – 23.00 น. ซึ่งรัฐบาลจะร่วมจ่ายค่าโดยสารในสัดส่วน 60% และประชาชนชำระเอง 40% โดยรัฐสนับสนุนไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ตลอดระยะเวลาโครงการ 4 เดือน
ทั้งนี้ ผู้ได้รับสิทธิ์สามารถใช้สิทธิ์ซื้อตั๋วโดยสารเที่ยวเดียว (Single Journey Ticket) เพื่อเดินทางภายในระบบรถไฟฟ้า MRT ได้ โดยมีขั้นตอนการใช้สิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ดังนี้
- เข้าเมนู “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40”
- เลือกสแกน QR เพื่อใช้สิทธิ์
- สแกน QR ที่เจ้าหน้าที่สถานีเพื่อชำระค่าโดยสาร
- ตรวจสอบยอดเงิน กดปุ่มยืนยันการชำระเงิน และใส่รหัส PIN
- รับตั๋วโดยสาร เพื่อนำไปใช้เดินทางในระบบรถไฟฟ้า MRT
สำหรับผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT ทุกสาย สามารถใช้สิทธิ์โครงการดังกล่าวได้ โดยซื้อตั๋วโดยสารเที่ยวเดียว ประเภทบุคคลทั่วไป และผู้สูงอายุ ที่ห้องออกบัตรโดยสารรถไฟฟ้า MRT ทุกสถานี
ทั้งนี้ สิทธิ์ในโครงการฯ ไม่สามารถใช้ได้ในกรณีดังต่อไปนี้
- ไม่สามารถเติมเงินหรือเติมเที่ยวโดยสารในบัตรแมงมุม EMV บัตร MRT EMV และบัตรแรบบิท
- ไม่สามารถซื้อบัตรโดยสารประเภทบัตรแมงมุม EMV และบัตรแรบบิท
- ไม่สามารถขอคืนหรือเปลี่ยนเป็นเงินสด (Refund) สำหรับตั๋วโดยสารเที่ยวเดียวที่ซื้อด้วยสิทธิ์ของโครงการ
- ไม่สามารถชำระค่าธรรมเนียมต่างๆ เช่น ค่าปรับกรณีอยู่ในระบบเกินเวลา หรือค่าธรรมเนียมเมื่อเหรียญโดยสารสูญหายหรือชำรุด
- ไม่สามารถชำระค่าจอดรถของรถไฟฟ้า MRT



รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าสายสีทอง ร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” โดยสามารถใช้ร่วมกับประเภทบัตรโดยสารเที่ยวเดียว (Single Journey Card) ใช้ได้ตั้งแต่ วันที่ 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00 – 23.00 น. ( สามารถใช้สิทธิได้ไม่เกิน 200 บาท / คน / วัน) บัตรจะไม่สามารถคืนเป็นเงินสดได้ และไม่สามารถใช้เติมเงิน / เติมเที่ยวเดินทาง ในบัตรแรบบิทได้
ขั้นตอนการซื้อบัตรโดยสารเที่ยวเดียว (Single Journey Card) โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ผ่านแอปฯ เป๋าตัง
- เติมเงินใส่แอปฯ เป๋าตัง ในช่อง G – Wallet
- กดแถบ โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” และสแกน QR เพื่อใช้สิทธิ
- สแกน QR ที่เจ้าหน้าที่สถานี เพื่อชำระค่าโดยสาร
- กดปุ่มยืนยันการชำระเงิน และใส่รหัส PIN
- ทำรายการสำเร็จ จะได้รับสลิปจากแอปฯ เป๋าตังยืนยัน

รถไฟฟ้าสายสีแดง
รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ซึ่งรัฐบาลจะร่วมจ่ายในสัดส่วน 60% และประชาชนชำระเอง 40% โดยรัฐสนับสนุนไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน
โดยประชาชนที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการ สามารถใช้สิทธิ์ชำระค่าโดยสารผ่านทางแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารทุกสถานี ระหว่างเวลา 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 รวมระยะเวลา 4 เดือน โดยมีเงื่อนไขสำหรับผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการที่สำคัญ ดังนี้
- ต้องเป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
- ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
- ต้องไม่เคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่งทุกเฟสที่ผ่านมาในอดีต
- สิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส” ใช้ได้สำหรับการซื้อเหรียญโดยสารเท่านั้น
- ไม่สามารถขอคืนหรือเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ (Refund)

รถไฟฟ้า Airport Rail Link
รถไฟฟ้า Airport Rail Link รองรับสิทธิ์ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 ใช้สิทธิ์ได้เวลา 06:00 – 23:00 น.
เงื่อนไขการใช้สิทธิ์
- ใช้สิทธิ์โดยซื้อเหรียญโดยสารได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารทุกสถานี
- ใช้สิทธิ์ซื้อเหรียญโดยสารเที่ยวเดียวเท่านั้น
- ใช้สิทธิ์ได้ตามวงเงินสิทธิ์คงเหลือในวันนั้นๆ
- ใช้สิทธิ์และเดินทางภายในวันเดียวกันเท่านั้น
ทั้งนี้ ไม่สามารถซื้อหรือเติมเงินบัตรโดยสารทุกประเภท และไม่สามารถแลกคืนเป็นเงินสดได้

รถโดยสารประจำทาง ขสมก.
องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” โดยผู้โดยสารสามารถใช้สิทธิชำระค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก. ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้แล้ว ตั้งแต่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 ช่วงเวลาที่ใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 06:00 – 23:00 น. ของทุกวัน
ขั้นตอนในการชำระค่าโดยสาร สิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง”
- เข้าแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และเลือกเมนู G Wallet
- กดเลือกแบนเนอร์โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส”
- กดปุ่ม “สแกน QR เพื่อใช้สิทธิ”
- นำโทรศัพท์ไปสแกน QR ร้านค้าถุงเงิน จากพนักงานเก็บค่าโดยสารบนรถเมล์ได้ทุกคัน
- ใส่รหัส PIN เป๋าตัง 6 หลัก เพื่อยืนยันการชำระเงิน (ระบบจะบันทึกสลิปเมื่อทำรายการสำเร็จ)

เรือด่วนเจ้าพระยา
เรือด่วนเจ้าพระยา รับชำระค่าโดยสารด้วย “ไทยช่วยไทยพลัส” เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 69 นี้ โดยใช้สิทธิ์ “ไทยช่วยไทยพลัส” ชำระค่าโดยสารได้ที่ท่าเรือ ไม่สามารถใช้สิทธิ์กับพนักงานขายตั๋วในเรือได้ สำหรับวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ อาจมีให้บริการเฉพาะบางท่าเรือเท่านั้น
โดยท่าเรือและช่วงเวลาที่รับชำระด้วย ”ไทยช่วยไทยพลัส“
สาทร
- จันทร์-ศุกร์ 06.00-07.50น.
- จันทร์-ศุกร์ 07.30-18.30น.
- เสาร์-อาทิตย์ 09.00-17.30น.
ไอคอนสยาม
- จันทร์-ศุกร์ 07.30-18.00น.
- เสาร์-อาทิตย์ 09.00-17.00น.
สี่พระยา
- จันทร์-ศุกร์ 15.30-18.30น.
ราชินี
- จันทร์-ศุกร์ 08.00-18.30น.
- เสาร์-อาทิตย์ 09.00-17.30น.
พรานนก
- จันทร์-ศุกร์ 06.30-18.40น.
- เสาร์-อาทิตย์ 09.00-17.00น.
ปิ่นเกล้า
- จันทร์-ศุกร์ 06.30-08.30น.
เทเวศร์
- จันทร์-ศุกร์ 15.00-19.00น.
พระราม 7
- จันทร์-ศุกร์ 06.30-08.30น.
นนทบุรี
- จันทร์-ศุกร์ 06.15-08.00น.
ปากเกร็ด
- จันทร์-ศุกร์ 06.00-07.50น.

รถโดยสาร บขส.
บขส. (BKS) เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ 60% ส่วนประชาชนร่วมจ่ายเอง 40% ตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ และกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศ
โดยประชาชนสามารถใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” ชำระค่าตั๋วโดยสารรถ BKS มีเงื่อนไขดังนี้
1.สามารถใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซื้อตั๋วรถโดยสาร BKS ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 ระยะเวลา 4 เดือน ช่วงเวลา 06.00 – 23.00 น. ณ ช่องจำหน่ายตั๋วโดยสารของสถานีเดินรถ BKS จำนวน 139 แห่งทั่วประเทศ
2.ซื้อตั๋วรถโดยสาร BKS ภายในวงเงินที่ได้รับสิทธิจากรัฐ 200 บาทต่อวัน กรณีที่ค่าโดยสารเกินวงเงินที่ได้รับต้องจ่ายส่วนต่างเป็นเงินสด หรือใช้วงเงินในแอปฯ เป๋าตัง จ่ายก็ได้
3.ซื้อตั๋วรถโดยสารได้ทุกมาตรฐาน ทุกเส้นทาง
4.ใช้ร่วมกับสิทธิส่วนลดค่าโดยสารของสมาชิก BKS Member ได้ 5 – 10% ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด
5.เมื่อซื้อตั๋วโดยสารแล้วไม่สามารถคืนตั๋วได้ทุกกรณี
6.กรณีผู้ใช้สิทธิซื้อตั๋วรถโดยสารโดยไม่ได้เดินทางเอง ต้องแจ้งชื่อผู้เดินทาง พร้อมเลขที่บัตรประชาชนของผู้เดินทางก่อนการออกตั๋วรถโดยสาร

นครชัยแอร์
นอกจาก 7 ระบบขนส่งสาธารณะที่กระทรวงคมนาคมระบุว่าเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” แล้ว ยังมีภาคเอกชนอื่น ๆ โดยหนึ่งในนั้นคือ “นครชัยแอร์” ประกาศรับชำระผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” สำหรับผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ผ่านแอปฯ เป๋าตัง เริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ 1 มิ.ย. 69 เป็นต้นไป ใช้สิทธิ์ได้ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วนครชัยแอร์เท่านั้น

รายละเอียดใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” เป็นอย่างไร ?
การใช้สิทธิในโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ประชาชนผู้ได้รับสิทธิโครงการฯ สามารถเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 (เวลา 06.00 – 23.00 น.) ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยจะได้รับวงเงินสนับสนุนค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ในอัตราร้อยละ 60 แต่ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน
ทั้งนี้ กรณีมีวงเงินสิทธิเหลือในเดือนใด จะไม่ทบสิทธิไปในเดือนถัดไป สำหรับการเริ่มใช้จ่ายตามโครงการฯ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ) ได้มีการเตรียมความพร้อมของระบบเพื่อรองรับการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ของประชาชนไว้แล้ว
โดยประชาชนสามารถเตรียมเติมเงินเข้า G-Wallet (กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐ) ไว้ล่วงหน้าก่อนวันเริ่มใช้จ่าย เพื่อใช้สำหรับสแกนใช้จ่ายในโครงการฯ หรือทยอยเติมเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ประชาชนยังสามารถซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยจะสามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 (เวลา 06.00 – 21.00 น.)

รับสิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” มีกำหนดการใช้สิทธิครั้งแรกภายในกี่วัน ?
ไม่มีการตัดสิทธิ เริ่มใช้จ่ายเมื่อใดก็ได้ระหว่างวันที่ 1 มิ.ย. 2569 – 30 ก.ย. 2569
ทั้งนี้ โครการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” กำหนดระยะเวลาใช้จ่ายผ่าน G Wallet บนแอปเป๋าตังกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ได้ดังนี้
- ใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2569 – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06:00 – 23:00 น.
- กรณีสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มผ่านฟู้ดดีลิเวอรี่ ใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. 2569 – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06:00 – 21:00 น.

เงื่อนไขการใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” โดยละเอียด
- รัฐช่วยจ่าย 60% ผู้ได้รับสิทธิจ่ายเอง 40% ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ตลอดระยะเวลาโครงการ ตั้งแต่ 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 69 เวลา 06:00 – 23:00 น.
- จำกัดสิทธิไม่เกิน 200 บาท/คน/วัน หรือสูงสุด ตามวงเงินสิทธิคนละ 1,000 บาท/เดือน สูงสุด 4,000 บาท ตลอดระยะเวลาโครงการ
- สิทธิ ‘ต่อเดือน’ ไม่เกิน 1,000 บาท/คน รวมตลอดทั้งโครงการไม่เกิน 4,000 บาท สิทธิจะไม่ถูกทบในเดือนถัดไป วงเงินสิทธิจะถูกปรับใหม่ ทุกวันที่ 1 ของเดือน
- ใช้สิทธิกับร้านค้าที่ร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เท่านั้น
- ใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 06:00 – 23:00 น. ของทุกวัน ไม่สามารถใช้สิทธินอกเวลาดังกล่าวได้
- แจ้งเตือนยอดใช้จ่ายสิทธิคงเหลือได้ที่แอปฯ เป๋าตัง
- ใช้จ่ายกับร้านค้าฟู้ดเดลิเวอรีได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. – 30 ก.ย. 69 เวลา 06:00 – 21:00 น. เฉพาะร้านอาหาร/เครื่องดื่มที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น (ไม่รวมค่าจัดส่ง)
สินค้า/บริการที่เข้าร่วมโครงการ
- อาหาร เครื่องดื่ม
- สินค้าทั่วไป
- บริการขนส่งสาธารณะ
สินค้า/บริการที่ไม่เข้าร่วมโครงการ
- สลากกินแบ่งรัฐบาล
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- ผลิตภัณฑ์ยาสูบ
- บัตรกำนัล บัตรเงินสด และบริการรูปแบบอื่นๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า
ทั้งนี้ การกำหนดเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงรายการสินค้าและบริการของโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้กำหนด
หมายเหตุ : ต้องมีการซื้อสินค้า/บริการจริงตรงตามมูลค่าที่สแกนจ่าย ไม่อนุญาตให้ผู้ประกอบการทอนเงินสด หรือรับแลกสินค้า/บริการ คืนเป็นเงินสด ไม่ว่ากรณีใด