สร้างความฮือฮาจนเป็นที่พูดถึงทั่วไทม์ไลน์กันไปแล้วสำหรับเลคเชอร์บาร์ THEATRUM สตูดิโอครั้งก่อน ล่าสุดกลับมาเสิร์ฟความรู้ควบคู่ไปกับความผ่อนคลายให้กับทุกท่าน ในเดือนไพรด์มันด์ เดือนแห่งความแตกต่างหลากหลาย ภายใต้หัวข้อการบรรยายถึง 2 หัวข้อ โดยวิทยากร 2 ท่าน จิล พิพัฒน์ วัฒนพานิช และ โกโก้ เทียมไสย์
ในวันนี้เราจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับ จิล พิพัฒน์ วัฒนพานิช ผู้นำเลคเชอร์บาร์ ในหัวข้อ “The Devil Wears Patriachy” เมื่อวงการบันเทิงยังคงอยู่ภายใต้ปิตาอธิปไตยและอำนาจนิยมส่งผลต่อคุณภาพงานในอุตสาหกรรม ผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงมีทั้งกับแรงงานเพศหลากหลาย และกับทางผู้บริโภค การบรรยายนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อความเข้าใจเชิงโครงสร้างในทุกอุตสาหกรรมบันเทิงทั่วโลก ด้วยความหวังที่จะต่อยอดนำไปสู่การแก้ไขในอนาคต
จิล พิพัฒน์ ก้าวเท้าเข้ามาใน THEATRUM สตูดิโอ ด้วยความมั่นใจ เขานิยามถึงตัวเองง่าย ๆ ว่า “เป็นกระเทยนางหนึ่งเป็นเกย์เป็นตุ๊ดเป็นใบ แล้วแต่จะนิยาม ได้หมดเลย นี่คือเพศสภาพ ส่วนตำแหน่งงานนั้น จิลเป็นนักเขียนมาก่อน ใช้งานเขียนในการขยับทุกอย่าง ไปสู่สิ่งอื่น”
นอกจากนี้เขาคือโปรดิวเซอร์ สื่อมวลชน นักเล่าเรื่อง ศิลปิน ผู้อยู่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และการเล่าเรื่องมาตลอด 16 ปี พร้อมแพชชันในการผลักดันระบบนิเวศน์ของภาพยนตร์ไทย ทั้งจากฝั่งคนทำหนังที่จะได้ผลิตงานรูปแบบใหม่ ๆ และสร้างสรรค์ รวมไปถึงคนดูที่จะได้ขยายขอบเขตการชมภาพยนตร์ในรูปแบบต่าง ๆ ขยายความหมายของคำว่า “สื่อบันเทิง” และ “งานเล่าเรื่องด้วยภาพยนตร์” ให้กว้างขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่จิลให้ความสำคัญเสมอมา
นำมาสู่ที่มา “The Devil Wears Patriachy” ด้วยประสบการณ์การเดินทางในวงการบันเทิงกว่า 20 ปี “เราคิดว่าเราพบเจอปัจจัยเรื่องต่างๆ ที่มีปัจจัยมาจากเพศสภาพเข้ามาเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมบันเทิงค่อนข้างเยอะ ทั้งแง่ที่ไม่งดงาม เท่าไหร่ ในเลคเชอร์บาร์จะเรียงร้อยประสบการณ์เรื่องต่างๆ ออกมาบอกถือซะว่าเป็นการแชร์ความรู้ให้ทุกคนที่มา”
ก่อนที่เขาจะเล่าให้เรา เห็นภาพว่า อุตสาหกรรมบันเทิงไทยของเรา ถ้าเทียบกับ Hollywood ที่มีมูลค่าหลักพันล้านไม่ได้ ของเราสเกลเล็กกว่ามาก เหมือนโครงสร้างในสังคมทั่วไป เพราะฉะนั้นเรื่องการกดขี่ในอุตสาหกรรมบันเทิงต่อให้ไม่มีเรื่องเพศมันก็หนักหนาอยู่แล้ว พอมันมีในแง่ของเรื่องเพศเข้าไปอีก เราไม่อยากใช้คำว่าหนักขึ้นแต่ เรื่องเพศเป็นหนึ่งในนั้นที่ทำให้อะไรๆ มันพิสดารมากขึ้น
ในอุตสาหกรรมบันเทิงไทยนั้นเรามีคอนเทนต์ที่พูดถึงความหลากหลายทางเพศมานาน ตั้งแต่สตรีเหล็ก ถึงแม้ว่าเนื้อหาจะจัดจ้านมากแต่มันก็ถูกเคลือบไปด้วยความเป็น Comedy 90% ของ นักแสดงในเรื่องเพศสภาพไม่ได้ตรงกับตัวละคร นั่นหมายความว่าเรามีการให้พื้นที่กับนักแสดงทีมีเพศสภาพต่างออกไปมานานแล้ว ความน่าสงสัยคือทำไมจะร้อนระยะเวลาเกือบ 30 ปีเราคือมีเท่าเดิม หรือจริงๆ มันอาจจะเพิ่มขึ้น เป็นเรื่องที่เราต้องมานั่งคุยกัน
หลังจากสตรีเหล็ก เรามี “รักแห่งสยาม”ที่ มะเดี่ยว – ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ทำให้เราเห็นว่า กะเทยไม่ได้อยู่แค่ในคาบาเร่ ไม่ต้องตลก เกย์ผมสั้นสามารถอยู่ในชุดนักเรียนเดินสยามได้ มีมิติของมนุษย์มากขึ้น ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ เราปัด Application Streaming ต่างๆ คุณเจอซีรีย์วายเป็นร้อยเรื่อง น้ำหนักของการขับเคลื่อน LGBTQIAN+ มันสูงขึ้น หลากหลายมากขึ้น

“เราเชื่อว่าคนไทย 75 ล้านคน ก็ 75 ล้านวิจารณญาณ สื่อบันเทิงไม่ได้มีหน้าที่ชี้ถูกผิดให้เขา มันเป็นหน้าที่ของสังคม ของการศึกษาช่วยการเรื่องความรับรู้ตรงนั้น ว่านั้นคือสื่อบันเทิง ที่มีเรื่องของเพศสภาพขึ้นมาอยู่บนจอและกำลังโชว์บางอย่างให้เราดู เมื่อคุณเอาเลนส์ย้ายจากหน้าจอมาสู่สังคม คุณต้องใช้วิจารณญาณ เปรียบเทียบ ชั่งน้ำหนักมันมากน้อยแค่ไหน”
“แต่ถ้าถามถึงการกดขี่ในอุตสาหกรรมบันเทิงที่เราเคยเจอมา คือเรา รู้สึกว่าเสียงของเราไม่เคยได้รับการได้ยิน เท่าเสียงของคนที่อุตสาหกรรมนี้ให้คุณค่า ทั้ง ๆ ที่บางครั้ง เราคือคนพูดถูก เราอาจจะต้องใช้เวลาหลัก 10 ปี ด้วยซ้ำที่จะให้เห็นว่าสิ่งที่ฉันพูดมันถูกนะ”
“ถ้าคุณมาฟังเลคเชอร์บาร์ในครั้งนี้ คุณจะได้รับว่ามิติทางเพศไม่ใช่เรื่องประสาทแดก มันมีประวัติศาสตร์ มีการเดินทางกว่าจะมาถึงวันนี้ ซึ่งมันไม่ค่อยมีใครถอดรหัวชิ้นส่วนเหล่านั้นออกมาพูดคุยกัน โลกใบนีมีหนังมากมายที่สะท้อนความหลากหลายทางเพศ ซึ่งหลายครั้งคุณลืมสังเกตมันไป”
“The Devil Wears Patriachy” 19.00 น. วันที่ 19-20-21 มิถุนายน 2569 ซื้อบัตรได้แล้วที่ ไลน์ @THEATRUM.BKK
