สวยงามดั่งนิยาย 3 งานแต่ง 3 สไตล์ “ณเดชน์-ญาญ่า”
กลายเป็นงานแต่งในฝันสำหรับใครหลายๆ คน สำหรับงานแต่ง ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ และ ณเดชน์ คูกิมิยะ ซึ่งล่าสุดได้จัดงานแต่งครั้งที่ 3 เป็นการปิดท้ายที่โรงแรมดุสิตธานี อย่างอบอุ่น หลังจากจัดงานตามประเพณีไทย-อีสาน ไปเมื่อช่วงเดือนเมษายน ที่จ.ขอนแก่น และเข้าพิธีแต่งงาน ที่ประเทศนอร์เวย์ ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และในวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2569
โดยในการแต่งงานครั้งที่ 3 นี้ “ณเดชน์-ญาญ่า” ได้จัดงานฉลองมงคลสมรสอย่างเป็นทางการ ที่ห้องนภาลัย แกรนด์ บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ความอบอุ่นของทั้งสองบ่าวสาวยังได้ให้เกียรติเชิญแฟนคลับมาร่วมงานจำนวนกว่า 200 คน

พร้อมการเปิดใจสุดน่ารักจากสาวญาญ่า ที่ซึ่งหัวใจแฟนคลับว่า “แฟนคลับบางคนที่อยู่ตรงนี้ อยู่กับญ่ามาก่อนที่จะได้รับกับพี่ณเดชน์อีก และแรงเชียร์จากแฟนคลับเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เราทั้งคู่มีวันนี้”
บรรยากาศในงานเป็นไปแบบน่ารักอบอุ่นบ่าวสาว ณเดชน์ จูงมือ ญาญ่า มาในชุดแต่งงานสีขาวสุดเรียบหรู เพื่อมาร่วมถ่ายภาพกับแขกผู้มีเกียรติ ก่อนจะเดินเข้างานในลุคที่สง่างาม สะกดทุกสายตา ท่ามกลางครอบครัว ผู้ใหญ่ที่เคารพรัก รวมถึงเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงกว่า 600 คน ที่เป็นคนพิเศษของทั้งสอง ที่พร้อมใจมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง ซึ่งแขกผู้ร่วมงานทุกคนต่างดื่มด่ำกับบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง พร้อมส่งมอบคำอวยพรและแชร์ช่วงเวลาดี ๆ ร่วมกัน

ซึ่งก่อนนี้ในการจัดงานที่จ.ขอนแก่น บ้านเกิดฝ่ายชาย ณ บ้านยิ่งเย็น จ.ขอนแก่นเป็นงานแต่งสไตล์อีสานที่ม่วนซื่นสนุกสนาน เมื่อณเดชน์นำทีมเพื่อนเจ้าบ่าวยกขบวนขันหมากพร้อมคุณแม่แก้ว แม่เจ้าบ่าว, เอ ศุภชัย ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าว มาสู่ขอเจ้าสาว ญาญ่า อุรัสยา โดยบ่าวสาวอยู่ในชุดไทยสีแดงงดงาม ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ด่าน “ประตูเงินประตูทอง” ซึ่งได้พี่สาวของเจ้าสาว และเพื่อนสนิทเจ้าสาว อย่างคิมเบอร์ลี่ มารับหน้าที่ตั้งด่านสุดโหด เพิ่มสีสันและเสียงหัวเราะให้กับขบวนขันหมากอย่างคึกคัก
ก่อนที่ณเดชน์บอกรักญาญ่าเป็นภาษาอีสานว่า “ฮักเจ้าลืมผู้สาวทั้งแผ่นดิน บ่ให้ตาเหลียวเบิ่งไผ บ่ให้ใจไปฮักผู้ใด๋ ให้ฮักเมียผู้เดียว คือเก่า คือเก่าทุกมื้อ ให้เห็นเมียคือคนงามที่สุดในโลก งามกว่าดาราทั้งโลก”

และต่อมาเป็นการจัดงานแต่งที่บ้านเกิดเจ้าสาวที่ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งยังคงสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นนอร์เวย์อย่างชัดเจน โดยก่อนงานแต่งสองบ่าวสาวได้ฉลองก่อนแต่งงานสุดโรแมนติก ด้วยการเหมาเรือไวกิ้งล่องฟยอร์ดตามวัฒนธรรมตามตำรานอร์ดิกโบราณของชาวนอร์เวย์ผู้มีสายเลือดไวกิ้ง สื่อความหมายถึงการ “ออกเดินทางครั้งใหม่ร่วมกันของสองจิตวิญญาณ”
ก่อนจะจัดงานแต่งขึ้นใน Glass House Wedding โครงสร้างเรือนกระจกใสท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงามราวกับอบาในเทพนิยาย
ไม่ว่าจะเป็นการแต่งงานที่ใด ได้สะท้อนตัวตัวของทั้งสองบ่าวสาวออกมาได้อย่างชัดเจนและสวยงาม สมกับเป็นการแต่งงานของสองพระเอกนางเอกคู่จิ้นแห่งยุค

