การบินไทย ตามรอยตำนานวิเชียรมาศ ‘น้องเว’ ปูทางมาสคอตสร้างฐานลูกค้าเจนใหม่
การบินไทย ร่วมกับ Royal Orchid Holidays (ROH) จัดทริปพิเศษพาสื่อมวลชนและ KOL เดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภายใต้คอนเซปต์ “ตามรอยตำนานวิเชียรมาศ จากอยุธยาสู่อัมสเตอร์ดัม” หนึ่งในสมาชิกมาสคอต Junior Sky Explorer ที่การบินไทยเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้
นายกิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า Junior Sky Explorer Club ประกอบด้วยมาสคอตทั้งหมด 5 ตัว โดยทุกตัวได้แรงบันดาลใจจากสัตว์ที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทย ได้แก่ วิลา (เว) เป็นแมววิเชียรมาศตาสีฟ้า มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากการค้นคว้าพบว่าตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยามีสมุดข่อยโบราณระบุว่าแมววิเชียรมาศ หรือที่เรียกกันว่าแมวแก้ว ถือเป็นแมวมงคลที่นิยมเลี้ยงในราชสำนัก
ไอยรา (ไอซ์) เป็นช้าง มีบ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์, น้องทุย เป็นกระบือหรือควาย ได้แรงบันดาลใจจากควายน้ำที่ทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง, น้องริก้า เป็นนกเอี้ยงที่เกาะอยู่บนหัวน้องทุย ชื่อมาจากคำว่า “สาริกา” เพื่อให้ภาพลักษณ์ของควายสมบูรณ์แบบตามธรรมชาติที่มักมีนกเอี้ยงเกาะหัว และ น้องเบญจา (เบญ) เป็นไก่ชน ได้แรงบันดาลใจจากไก่ชนเหลืองหางขาวของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งมีตำนานไก่ชน 5 สี จากจังหวัดพิษณุโลก
จุดร่วมสำคัญของมาสคอตทั้ง 5 ตัวคือไม่มีเพศ เพื่อสื่อสารกับเด็กๆ ในเรื่องการเคารพความแตกต่างหลากหลาย โดยแต่ละตัวมีบุคลิกลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน เปรียบเสมือนตัวแทนของกลุ่มเพื่อนที่มีความหลากหลายในสังคมเด็ก
นายกิตติพงษ์ระบุว่า การสร้างมาสคอตเกิดจากการมองแนวโน้มผู้โดยสารในอนาคต โดยปัจจุบันการบินไทยมีผู้โดยสารรวมประมาณ 19 ล้านคนต่อปี ในจำนวนนี้เป็นเด็กอายุ 2-12 ปี ราว 300,000 กว่าคน ขณะที่สมาชิกโปรแกรมสะสมไมล์ Royal Orchid Plus (ROP) มีอยู่ราว 5 ล้านคน เป็นเด็กประมาณ 30,000 กว่าคน
ซึ่งผู้โดยสารตัวน้อยที่เป็นเด็กวันนี้ วันหนึ่งก็จะต้องเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต กลยุทธ์นี้มุ่งสร้างโอกาสด้าน Repeat Purchase ในระยะยาว หากเด็กๆ ผูกพันกับแบรนด์การบินไทยตั้งแต่วัยเยาว์ โอกาสที่ผู้ปกครองจะเลือกใช้บริการการบินไทยก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้มาสคอตยังเปิดโอกาสด้านรายได้เสริม (Revenue Stream) จากสินค้าที่ระลึก เช่น ตุ๊กตา
การบินไทยยังนำเรื่องราวของมาสคอตแต่ละตัวมาต่อยอดเป็นสินค้าทัวร์ผ่าน Royal Orchid Holidays สำหรับทริปอยุธยาครั้งนี้ ถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกับการเปิดเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ-อัมสเตอร์ดัม ที่เพิ่งเริ่มทำการบินเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังห่างหายจากเส้นทางนี้ไปนานถึง 28 ปี
โดยนายกิตติพงษ์เล่าถึงความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ว่า ชาวดัตช์เข้ามาติดต่อค้าขายกับกรุงศรีอยุธยาตั้งแต่เกือบ 400 ปีก่อน ผ่านบริษัท Dutch East India Company หรือ VOC ซึ่งขยายธุรกิจจากอินโดนีเซีย (ปัตตาเวีย หรือจาการ์ตาในปัจจุบัน) มาถึงกรุงศรีอยุธยาก่อนไปญี่ปุ่น จนได้รับพระราชทานที่ดินตั้งเป็นหมู่บ้านฮอลันดาในอยุธยา ซึ่งเป็นที่มาของการจัดทริปเชื่อมโยงเรื่องราวระหว่างอยุธยากับอัมสเตอร์ดัม
กิจกรรมภายในทริปประกอบด้วยการทำบุญที่วัดนิเวศธรรมประวัติ ซึ่งมีสถาปัตยกรรมโบสถ์แบบกอทิกสไตล์ยุโรป, การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา ชมการแสดงแมววิเชียรมาศโดยกรมศิลปากร ซึ่งการบินไทยอยู่ระหว่างประสานความร่วมมือเพิ่มเติม เนื่องจากกรมศิลปากรเคยจัดพิมพ์หนังสือตำราแมวไทยโบราณ ที่กล่าวถึงแมววิเชียรมาศในฐานะแมวมงคล, การชมเครื่องทองกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะและภาพวาดครอบครัวชาวจีนบนผนังกรุ, มื้อกลางวันธีมอาหารแมว และการเยี่ยมชมหมู่บ้านฮอลันดา
นายกิตติพงษ์สรุปเป้าหมายของทริปว่าต้องการให้เกิด 3 สิ่ง คือ ความสนุก ความรู้ และการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศผ่านการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ ทั้งร้านอาหารและร้านค้าท้องถิ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจการบินไทยที่ไม่ได้มุ่งเพียงขนส่งผู้โดยสารเข้า-ออกประเทศ แต่ยังต้องสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศควบคู่กันไป
“มาสคอตคือการเปิดบทสนทนาบทใหม่กับกลุ่มผู้โดยสารเด็ก ซึ่งจะต่อยอดไปถึงกิจกรรมบนเครื่องบิน และเป็นยุทธศาสตร์เพื่อความยั่งยืนในระยะยาวของสายการบิน”