เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สัมมนาใหญ่ ‘ประชาชาติ’ ปรับ-เปลี่ยน-ไปต่อ EP 2 ‘โลกป่วน-AI กำหนดเกม’
ข่าวหน้า 1 สัมมนาใหญ่ ‘ประชาชาติ’ ปรับ-เปลี่ยน-ไปต่อ EP 2 ‘โลกป่วน-AI กำหนดเกม’
มาม่าปรับกลยุทธ์ตามผู้บริโภค แนะรัฐเร่งรับมือซูเปอร์เอลนีโญ
ข่าวหน้า 1 มาม่าปรับกลยุทธ์ตามผู้บริโภค แนะรัฐเร่งรับมือซูเปอร์เอลนีโญ
LUXEED เปิดแบรนด์-รถไตรมาสแรกปี ’70 หลังผนึกพาร์ทเนอร์ผุด 12 โชว์รูมเฟสแรก
Automotive LUXEED เปิดแบรนด์-รถไตรมาสแรกปี ’70 หลังผนึกพาร์ทเนอร์ผุด 12 โชว์รูมเฟสแรก
บีบจีนตั้งโรงงานผลิต EV ในไทย กฎเหล็กชิ้นส่วนในประเทศ 40%
ข่าวหน้า 1 บีบจีนตั้งโรงงานผลิต EV ในไทย กฎเหล็กชิ้นส่วนในประเทศ 40%
อุตสาหกรรมนมแดนมังกรปรับแผน หันล็อกเป้าผู้ใหญ่ รับมือเด็กเกิดน้อย
Business อุตสาหกรรมนมแดนมังกรปรับแผน หันล็อกเป้าผู้ใหญ่ รับมือเด็กเกิดน้อย
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.07% อยู่ที่ 75,844 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.07% อยู่ที่ 75,844 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (7 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (7 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เอกชนมึนความเสี่ยงท่วมโลก ผวา AI เปลี่ยนทิศ-ฉุดส่งออก
ข่าวหน้า 1 เอกชนมึนความเสี่ยงท่วมโลก ผวา AI เปลี่ยนทิศ-ฉุดส่งออก
ถ้าพรุ่งนี้ธุรกิจต้องสะดุด เราพร้อมแค่ไหน
Finance ถ้าพรุ่งนี้ธุรกิจต้องสะดุด เราพร้อมแค่ไหน
The Rise of Solo Traveler โอกาสของไทยในยุค ‘ลุยเดี่ยว เที่ยวคนเดียว’
Columns The Rise of Solo Traveler โอกาสของไทยในยุค ‘ลุยเดี่ยว เที่ยวคนเดียว’
ดูทั้งหมด

ความภูมิใจของคนไทย วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช ยูเนสโกขึ้นบัญชี มรดกโลก

29 ก.ค. 2569 | 13:30น.
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช

ตามที่ นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร แถลงข่าวเปิดเผยว่า เนื่องในโอกาส 100 ปี วันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 5 ธันวาคม 2570 กรมศิลปากรได้จัดทำโครงการปรับปรุง พัฒนา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิด ซึ่งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่พระองค์ทรงเปิด เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2517 ซึ่งถือเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งแรกในภาคใต้ กรมศิลปากรจึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช

หลังจากประเทศไทยได้มีความพยายามในการผลักดันวาระของประเทศไทยในการเสนอขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ในบัญชีมรดกโลกขององค์การยูเนสโก “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกมาเป็นระยะเวลานานกว่า 10 ปี นับตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ.2555 วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ได้รับการบรรจุรายชื่อในบัญชีชั่วคราว (Tentative List)

โดย วธ.ในฐานะคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรมได้มอบหมายกรมศิลปากรให้คำปรึกษาแนะนำการปรับปรุงเอกสารนำเสนอขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก (Nomination Dossier) ของแหล่งวัดพระมหาธาตุฯ อย่างใกล้ชิด ในการปรับเปลี่ยนและเลือกคุณค่าโดดเด่นระดับสากล (Outstanding Universal Value หรือ OUV) ที่แสดงถึงคุณค่าความสำคัญในระดับโลกของวัดพระมหาธาตุฯ ซึ่งได้ส่งร่างเอกสารไปขอรับการตรวจสอบความถูกต้องของรูปแบบและความครบถ้วนของเอกสารจากศูนย์มรดกโลก เมื่อเดือนกันยายน 2567

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร 
นครศรีธรรมราช

กระทั่งเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก คนที่หนึ่ง และหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก คนที่สาม และประธานคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม ร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ประกอบด้วย กรมศิลปากร สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการ และจังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ณ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี เพื่อผลักดันวาระของประเทศไทยในการเสนอขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ในบัญชีมรดกโลกขององค์การยูเนสโก (วาระที่ 8B) “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลก

โดยได้นำเสนอคุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากล (Outstanding Universal Value) ทั้งในมิติของการเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและศิลปกรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนการเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต (Living Heritage) ซึ่งปรากฏผ่านประเพณีการแห่ผ้าขึ้นธาตุที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร 
นครศรีธรรมราช

และในครั้งนี้เองคนไทยในทั้งประเทศได้เฮ เมื่อผลการพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกได้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายของรัฐบาลไทย โดยคณะกรรมการมีมติเอกฉันท์เห็นชอบให้ขึ้นทะเบียน “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่

นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ คุ้มครอง และส่งเสริมมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติให้เป็นที่ประจักษ์และได้รับการยกย่องในระดับสากล

สำหรับวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ใจกลางมืองนครศรีธรรรมราช บริเวนนี้เป็นสันทรายที่ทอดยาว ในแนวเหนือ-ใต้ เรียกว่า “หาดทรายแก้ว” ในสมัยโบราณเรียกวัดแห่งนี้ว่า “วัดพระบรมธาต” หรือ “วัดพระธาตุ” เป็นพุทธสถานกลางของเมือง และถือว่าเป็นเขตพุทธาวาส ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา

แต่ได้กำหนดให้พระสงฆ์ที่จำพรรษาในวัดต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่รายรอบ ทำหน้าที่ดูแลพระมหาธาตุเจดีย์ โดยเจ้าผู้ครองนครร่วมกับพระเถระผู้ใหญ่ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนจะช่วยกันบูรณปฏิสังขรณ์เป็นครั้งคราว จนกระทั่ง พ.ศ. 2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสเมืองนครศรีธรรมราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ อุปราชมณฑลปักษ์ใต้ นิมนต์พระครูวินัยธร (นุ่น) จากวัดเพชรจริก มาเป็นเจ้าอาวาสวัด นับแต่นั้นมาจึงมีเจ้าอาวาสและพระสงฆ์อยู่ประจำที่วัด ในการนี้ได้พระราชทานนามวัดว่า “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร”

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร 
นครศรีธรรมราช

สันนิษฐานว่า พระมหาธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชคงสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเมืองโบราณพระเวียง โดยตั้งอยู่ห่างจากแนวกำแพงเมืองโบราณพระเวียงมาทางทิศเหนือประมาณ 500 เมตร และอาจเคยทำหน้าที่เป็นวัดอรัญวาสีที่อยู่นอกกำแพงเมืองตามคติที่ได้รับสืบทอดมาจากลังกาก็เป็นได้ ต่อมาเมืองโบราณนครศรีธรรมราช ที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเมืองโบราณพระเวียงเติบโตขึ้นมาแทนที่ ทำให้พระมหาธาตุเจดีย์อยู่ภายในเขตเมืองโบราณนครศรีธรรมราช ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางตั้งแต่สมัยอยุธยาเป็นต้นมา และมีฐานะเป็นเมืองสำคัญของกรุงศรีอยุธยาอีกด้วย

เนื่องจากสถานที่ตั้งของวัดอยู่บนแนวสันทรายลักษณะแคบยาวที่ทอดยาวตามแนวทิศเหนือ-ใต้ ดังนั้นสิ่งก่อสร้างหลักของวัดในยุคต้นจึงถูกสร้างตามแนวเหนือ-ใต้ ตามสภาพภูมิประเทศ ในสมัยอยุธยาพระมหาธาตุเจดีย์และผังบริเวณโดยรอบมีพัฒนาการอย่างเห็นได้ชัด ได้แก่ การสร้าง และบูรณะศาสนสถานหลายหลังตามคตินิยมของสถาปัตยกรรมอยุธยา อาทิ วิหารพระทรงม้า วิหารเขียน วิหารธรรมศาลา ระเบียงคด เจดีย์ราย พระวิหารหลวง รวมทั้งการบูรณปฏิสังขรณ์พระมหาธาตุเจดีย์ โดยพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นแหล่งมรดกโลก ภายใต้เกณฑ์คุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากล (OUV) คือเป็นหลักฐานการหลอมรวมศาสนาพราหมณ์ ฮินดู พุทธศาสนามหายาน และเถรวาท ในเอเชียกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แสดงถึงศิลปะและสถาปัตยกรรม ประเพณีทางศาสนาและท้องถิ่น ที่ส่งอิทธิพลให้กับอาคารสิ่งก่อสร้างในภูมิภาคมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ของมรดกโลก (Criterion)

ได้แก่ เกณฑ์ข้อที่ 2 วัดพระมหาธาตุฯ แสดงถึงอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ ฮินดู พุทธศาสนามหายาน และพุทธศาสนาเถรวาท ที่มีต้นแบบมาจากศิลปะปาละในนาลันทา ชวาภาคกลาง ลังกา และมอญจากภาคใต้ของเมียนมา และส่งอิทธิพลให้กับศาสนสถานในประเทศไทย มาเลเซีย และแหล่งอื่น ๆ

และเกณฑ์ข้อที่ 6 วัดพระมหาธาตุฯ เป็นประจักษ์พยานของระบบความเชื่ออันหลากหลายและเป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของนครศรีธรรมราช เป็นแหล่งประเพณีทางศาสนาที่ยังคงดำเนินอยู่ มีความโดดเด่นระดับสากลในทางศิลปะและวรรณกรรม

อาทิ การแสดงโนรา และตำนานท้องถิ่น แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งศักดิ์สิทธิ์และชุมชนโดยรอบ สร้างแรงบันดาลใจให้ศาสนสถานและชุมชนต่าง ๆ ในไทยและแหล่งอื่น ๆ ถือเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกในภาคใต้ของไทย โดยกรมศิลปากรและจังหวัดนครศรีธรรมราชได้รายงานเรื่องการเตรียมเฉลิมฉลองของวัดพระมหาธาตุฯ ในฐานะแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่ของไทย