เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ทส.ปลื้ม เอกชนขานรับนโยบายลดโลกร้อน

22 ส.ค. 2565 | 15:11น.

ทส. เป็นปลื้มหลังเอกชนขานรับนโยบายลดโลกร้อน แห่ตั้งเป้าหมาย Net-Zero ระดับองค์กรขึ้น  เผยความชัดเจนแผนยุทธศาสตร์ชาติ เตรียมส่งฉบับร่างก่อนเข้าประชุม COP27 ปลายปีนี้   

 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยถึงการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเพื่อให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net – zero GHG emission) ภายในปี ค.ศ. 2065 ว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีเพราะหลังจากที่กระทรวงทส. ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย หรือ TCAC ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 5-6 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ก็ได้รับการตอบรับจากผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจ ที่ได้เห็นความสำคัญของเรื่องดังกล่าวและได้กำหนดให้มีการตั้งเป้าหมาย Net – zero ขึ้นในระดับองค์กร เป็นการแสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวและนำมาซึ่งการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่า (Added Value) ให้กับธุรกิจอย่างยั่งยืน ที่จะสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและยั่งยืน

การประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย หรือ TCAC ทำให้เกิดความชัดเจนในส่วนของการขับเคลื่อนของหน่วยงานภาครัฐ โดยในส่วนของการขับเคลื่อนเชิงพื้นที่ระดับจังหวัดและท้องถิ่นนั้น ได้มีความชัดเจนเกิดขึ้นให้เห็นแล้วในหลายจังหวัด ในการนำนโยบายไปสร้างความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนทั้ง 67 ล้านคนทั่วประเทศ ไปสู่แนวทางและกำหนดเป้าหมายการลด GHG ระดับจังหวัด  ซึ่งทาง ทส. พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของจังหวัด และการขยายผลไปสู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมง่ายๆ และเริ่มได้ในวันนี้ จากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน อาทิ การประหยัดพลังงาน การคัดแยกขยะ การรีไซเคิล การเดินทางโดยรถสาธารณะ และการร่วมปลูกต้นไม้ เป็นต้น

ด้านความคืบหน้าของยุทธศาสตร์การพัฒนาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยนั้น ทาง ทส.  จะส่งร่างยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย (Thailand’s Long-Term Low Greenhous Gas Emission development Strategy) รวมถึง NDC ฉบับปรับปรุง ให้กับ UNFCCC ภายในปลายปีนี้ ก่อนที่ ทางทส. จะเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประชุม COP 27 ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2565 ที่ประเทศอียิปต์

สำหรับความร่วมมือจากต่างประเทศนั้น รมว. ทส. กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ เอกอัครราชทูต และอุปทูต จาก 50 กว่าประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เครือรัฐออสเตรเลีย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ญี่ปุ่น สมาพันธรัฐสวิส และสหรัฐอเมริกา ที่พร้อมยืนเคียงข้างประเทศไทยในฐานะพันธมิตร รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศกว่า 20 องค์กร ที่สนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายในด้านต่างๆ เช่น ด้านพลังงานทดแทน พลังงานสะอาด ยานยนต์ไฟฟ้า

ทั้งนี้ การประชุม TCAC ที่จัดขึ้น เป็นการสะท้อนความมุ่งมั่นของทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน องค์กรต่างๆ กว่า 500 แห่ง เพื่อการบรรลุเป้าหมายของประเทศ และประโยชน์สูงสุดของประชาชนจากกิจกรรมจัดนิทรรศการกว่า 30 บูธ และมีผู้สนใจเข้าร่วมงานทั้ง 2 วันมากกว่า 3,000 คน ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นโอกาสอันดีที่ไทยจะนำผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมไปประกาศต่อที่ประชุม COP27 ซึ่งการจัดประชุม TCAC ครั้งนี้ จะเป็นแรงกระตุ้นให้ประชาชนชาวไทยได้เห็นความสำคัญของการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานด้าน climate change เพื่อสร้างโลกที่ดีขึ้นในปัจจุบัน และส่งต่อโลกที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกหลานของเราในอนาคต