เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

กสร.และสมาพันธ์ SME ไทยร่วมเผยแพร่แนวปฏิบัติ PDPA กับการคุ้มครองแรงงานแก่สถานประกอบการ

23 ส.ค. 2565 | 10:18น.

11 สิงหาคม 2565 – นายนิยม สองแก้ว อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ร่วมกับดร.อุดมธิปก ไพรเกษตร เลขาธิการสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และผู้ก่อตั้งสื่อ PDPA Thailand พร้อมด้วยคณะทำงาน ได้แก่ อาจารย์สุกฤษ โกยอัครเดช, อาจารย์สันต์ภพ พรพัฒนะกิจ, อาจารย์มยุรี ชวนชม, และอาจารย์ดวงดาว สำนองสุข เปิดตัวเอกสาร “แนวปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กับการคุ้มครองแรงงานสำหรับสถานประกอบการ” พร้อมเผยแพร่แก่สาธารณะและสถานประกอบการทั่วไทย

สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA ได้มีผลบังคับแก่นิติบุคคลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 ส่งผลให้สถานประกอบการของเอกชน ซึ่งมีข้อมูลส่วนบุคคลทั้งของลูกจ้าง ลูกค้าและคู่ค้า เกิดความไม่มั่นใจว่าจะต้องการดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างสอดคล้องภายใต้หลักตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะกรณีลูกจ้าง ซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ทุก ๆ สถานประกอบการต้องมี

ด้วยเหตุนี้ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล PDPA Thailand จึงได้ร่วมกันจัดทำเอกสารแนวปฏิบัติ PDPA สำหรับสถานประกอบการเล่มนี้ขึ้น โดยเนื้อหาในเล่มเรียงลำดับตั้งแต่ที่มาและเจตนารมณ์ของกฎหมาย PDPA นิยามและหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนถึงแนวปฏิบัติสำหรับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน

นายนิยม สองแก้ว กล่าวถึงความพิเศษของแนวปฏิบัติ PDPA เล่มนี้ว่า “เป็นแนวปฏิบัติ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กับการคุ้มครองแรงงานสำหรับสถานประกอบการ เน้นการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในมิติของกิจกรรมต่าง ๆ ในสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองแรงงาน การให้สวัสดิการพนักงาน การให้สิทธิแก่แรงงาน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ภายใต้หน้าที่ความรับผิดชอบของแผนกทรัพยากรมนุษย์ (Human Resources) ของสถานประกอบการ หรือตัวเจ้าของกิจการเองหากมีขนาดเล็ก สอดรับกับวิสัยทัศน์และพันธกิจของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แนะนำให้สถานประกอบการทุกแห่งอ่าน และนำไปปรับใช้”

ด้านดร.อุดมธิปก ไพรเกษตร ที่ปรึกษาคณะทำงานจัดทำแนวปฏิบัติฯ กล่าวถึงความสำคัญของกฎหมาย PDPA และการคุ้มครองแรงงานว่า “สถานประกอบการ โดยเฉพาะแผนก HR จำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อดำเนินกิจกรรมปกติหรือตามระเบียบระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง หรือมอบสวัสดิการหรือให้สิทธิประโยชน์กับบุคลากรหรือลูกจ้างที่ทำงานให้กับสถานประกอบการ เช่น การรับสมัครคัดเลือกพนักงาน การจัดทำทะเบียนลูกจ้าง การทำสัญญา การจ่ายค่าจ้าง การให้สวัสดิการ การเลื่อนตำแหน่ง การจ่ายเงินเดือน การพ้นสภาพการจ้างงาน ฯลฯ อย่างไรก็ตาม การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อดำเนินกิจกรรมข้างต้นจะต้องสอดคล้อง มีมาตรการ ได้มาตรฐาน ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพิ่งใช้บังคับเต็มฉบับ”

“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แนวปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA ที่พวกเราตั้งใจร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้น จะช่วยให้แผนกทรัพยากรมนุษย์ เจ้าของสถานประกอบการ ตลอดจนผู้บริหารผู้มีอำนาจของสถานประกอบการ มีความรู้ความเข้าใจในตัวบทกฎหมาย PDPA และสามารถนำแนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายไปปรับประยุกต์ใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม เมื่อดำเนินการกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อการคุ้มครองแรงงานในสถานประกอบการ” ดร.อุดมธิปก ไพรเกษตร เสริม

นอกเหนือจากเล่มเอกสารแนวปฏิบัติที่เผยแพร่แล้ว พันธมิตรมีความคิดเห็นตรงกันว่าในอนาคตจะเปิดหลักสูตรอบรมในประเด็น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกับการคุ้มครองแรงงาน เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างความเข้าใจให้กับภาคเอกชนเพิ่มยิ่งขึ้นในลำดับถัดไป

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดให้สถานประกอบการสามารถดาวน์โหลดเอกสาร “แนวปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กับการคุ้มครองแรงงานสำหรับสถานประกอบการ” ไปศึกษาได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านทาง https://pdpathailand.com/knowledge-pdpa/pdpa-guideline-labour-protection-and-welfare/