4 ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยแก้ปัญหาแบบไหนบ้าง?
ในปัจจุบันนี้หากจะให้พูดคำว่าฟิลเลอร์ใต้ตาเชื่อว่าใครหลายๆ คนก็คงจะได้ยินกันมากบ้างแล้ว ว่าคืออะไรแต่ทว่าจะมีสักกี่คนที่รู้จักฟิลเลอร์อย่างถ่องแท้ว่าฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ใช้แล้วปลอดภัยจริงไหม มีผลข้างเคียงอะไรหรือเปล่า ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาให้คำตอบกับทุกคนกัน
ฟิลเลอร์ใต้ตาคืออะไร
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คืออีกหนึ่งหัตถการทางแพทย์ในด้านความงาม ด้วยการฉีดสารเติมเต็มหรือชื่อทางการแพทย์ว่า Hyaluronic Acid (HA) เป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่สร้างขึ้นมาเลียนแบบสารในร่างกายมนุษย์ซึ่งการฉีดสารตัวนี้เข้าไปในร่างกายจะไปช่วยแก้ปัญหาริ้วรอย ร่องลึก และทำให้ผิวมีความเต่งตึงอิ่มเอิบขึ้นทันทีหลังฉีด
ในปัจจุบันฟิลเลอร์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบคือ
- ฟิลเลอร์แบบถาวร แบบนี้จะใช้สารตัวผลิตจากซิลิโคน พลาสติก ซึ่งจะทำให้เห็นผลลัพธ์แบบถาวรและสารฟิลเลอร์จะไม่สลายเองในร่างกายมนุษย์ แต่ในปัจจุบันฟิลเลอร์แบบถาวรนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากเท่าไหร่เพราะเป็นฟิลเลอร์ที่แพทย์ไม่แนะนำให้ฉีดมากนัก
- ฟิลเลอร์แบบชั่วคราว โดยแบบนี้ตัวฟิลเลอร์จะเป็นสารสกัดจากธรรมชาติทำให้มีอายุหลังฉีดอยู่ 6-12 เดือนขึ้นอยู่กับการดูแลและสภาพผิว และจะสลายไปเองในร่างกายของมนุษย์
ฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

หากจะให้พูดว่าฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยอะไรได้บ้างนั้นหลักๆ ก็คงจะเป็นการช่วยแก้ปัญหาผิวต่างๆ รอบดวงตา ซึ่งเป็นปัญหาที่สร้างความไม่มั่นใจแก่ผู้เป็นอย่างเช่น
– ช่วยเติมเต็มร่องลึก : แน่นอนว่าคงไม่อยากมีใครที่มีใบหน้าที่ดูโทรม ดูมีอายุมาก ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจึงช่วยแก้ปัญหารอยเหี่ยว รอยย่นรอบดวงตาได้ทันทีหลังทำ
– ช่วยแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ : ใต้ตาคล้ำเกิดได้หลายสาเหตุทั้งการพักผ่อนไม่เพียงพอ การขยี้ตาบ่อยๆ จนทำให้เกิดการช้ำ หรือแม้แต่แสงแดดก็ส่งผลให้ผิวบริเวณใต้ตาคล้ำขึ้นได้ ดังนั้นจะฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจึงเป็นช่วยคืนความกระจ่างใสและความอวบอิ่มของผิวให้ดูเปล่งปลั่งขึ้นได้นั่นเอง
– ช่วยแก้ปัญหาใต้ตาลึก : ปัญหาใต้ตาลึกเกิดจากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นการนอนน้อย โรคภูมิแพ้ พันธุกรรมหรือแม้แต่อายุที่มากขึ้นก็ส่งผลให้ใต้ตาลึกขึ้นได้ ซึ่งปัญหานี้ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ใบหน้าดูโทรมและเสียบุคลิกนั่นเอง ดังนั้นการฟิลเลอร์ใต้ตาจะไปช่วยเติมให้ใต้ตาดูเต็มอิ่มมากยิ่งขึ้น
– ช่วยแก้ปัญหาคิ้วตก หางตาตก : การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานอกจากจะแก้ปัญหาริ้วรอยได้แล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาตาตกคิ้วตกได้อีกด้วย เพราะสารจากฟิลเลอร์จะเข้าไปช่วยยกผิวบริเวณหางคิ้วหางตาและส่วนขมับให้ดูเต็มขึ้นได้ทันทีหลังฉีด
ฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม
อ่านมาถึงตรงนี้ใครหลายคนก็คงจะอยากรู้กันว่าการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม และมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ก็ต้องตอบตามตรงเลยว่าหากเลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแบบของแท้และฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็จะปลอดภัยมากๆ เพราะสารฟิลเลอร์นั้นได้ถูกผลิตขึ้นมาแบบเลียนแบบสารในร่างกายจึงทำให้เปอร์เซ็นต์การเกิดอาการแพ้ระคายเคืองต่ำ ซึ่งอาการข้างเคียงที่พบก็จะมีดังนี้
– ตัวสารฟิลเลอร์เกิดการเคลื่อนย้ายตัวไปอีกบริเวณรอบๆ บริเวณที่ฉีด อาจเกิดขึ้นได้ในกรณีที่หลังทำได้มีการขยับเคลื่อนไหวบริเวณส่วนนั้นบ่อยอย่างเช่น กะพริบตา ขยี้ตา เป็นต้น
– มีรอยแดง รอยช้ำหรือรอยเข็มหลังฉีด ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เป็นเรื่องปกติ โดยอาการดังกล่าวจะหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์
– อาจเกิดอาการฟิลเลอร์อุดตันในหลอดเลือดจนนำไปสู่การตาบอดได้ กรณีนี้ถือเป็นผลข้างเคียงแบบรุนแรงที่มีสาเหตุมาจากการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาโดยแพทย์ที่ไม่ชำนาญการนั่นเอง
วิธีเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
ในส่วนของการเตรียมตัวก่อนฉีดนั้นความจริงแล้วก็ไม่ได้จุดอะไรที่ต้องเป็นกังวลมากนักเพียงแต่จะมีการห้ามพฤติกรรมบางอย่างที่อาจไปกระตุ้นให้เกิดผลข้างเคียงได้ดังนี้
– ก่อนฉีดควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัวและยาที่ทานเป็นประจำรวมถึงแจ้งยาที่แพ้ก่อน เพื่อป้องกันการแพ้สารได้
– งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารในการผลัดเซลล์ผิว 1 สัปดาห์ก่อนทำ
– งดทำการเลเซอร์ นวดหน้า หรือสครับผิวบริเวณนั้นก่อนทำ 1 สัปดาห์
– งดทานอาหารเสริมและวิตามินบางชนิด เช่น ยาแอสไพริน, NSAIDs, วิตามิน St. Johns Wort, วิตามินอี, primrose oil, ginko biloba และ garlicginseng
วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามมากๆ เพราะนอกจากจะทำให้ไม่เกิดผลข้างเคียงแล้วยังเป็นตัวกำหนดด้วยว่าฟิลเลอร์ใต้ตาที่ฉีดไปจะได้ผลลัพธ์มากแค่ไหน
– งดแต่งหน้าหรือทาครีมบำรุงผิวบริเวณที่ฉีดเป็นเวลา 12 ชั่วโมง
– งดออกกำลังกายอย่างหนักเป็นเวลา 48 ชั่วโมง
– งดทำเลเซอร์หรือหัตถการความงามที่ต้องใช้ความร้อนเป็นเวลา 1 เดือน
– งดให้ผิวสัมผัสอากาศร้อนนานๆ เช่น การอาบแดด การเข้าซาวน่า หรือแม้แต่การทานชาบู หมูกระทะเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์
– งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดการสูบบุหรี่ รวมถึงงดทานอาหารหมักดอง
– ดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อให้ตัวฟิลเลอร์ทำงานได้ดี
– หากแพทย์มีการจ่ายยาทาหรือยาทานควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
วิธีเช็กฟิลเลอร์ใต้ตาของแท้
การเลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานั้นเพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ฉีดเองสิ่งสำคัญที่ควรตรวจสอบให้แน่ชัดเลยก็คือเป็นของแท้หรือไม่โดยมีวิธีเช็กดังนี้
- สลากต้องมีภาษาไทย : ทางกรมอาหารและยา (อย.) ได้มีการกำหนดว่าฟิลเลอร์ของแท้ทุกยี่ห้อจะต้องมีฉลากภาษาไทยและมีวันเดือนปีที่ผลิต รวมไปถึงราคาและวันหมดอายุอยู่ที่กล่อง ดังนั้นหากไม่มีภาษาไทยก็สามารถสันนิษฐานได้ 2 อย่างคือไม่ใช่ของแท้หรือเป็นฟิลเลอร์หิ้วมาจากต่างประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าฟิลเลอร์ที่หิ้วมานั้นไม่ได้ถูกสั่งซื้ออย่างถูกกฎหมายนั่นเอง
- ราคา : เพราะฟิลเลอร์ของแท้จะมีราคาขายตามคลินิกต่างๆ อยู่ที่ CC ละประมาณ 10,000 บาทขึ้นไปซึ่งหากเจอในราคาที่ถูกจนน่าแปลกใจก็สามารถสันนิษฐานได้ก่อนเลยว่าอาจจะไม่ใช่ของแท้
- ต้องมีชื่อยี่ห้อนี้ถึงจะเป็นของแท้ : ในปัจจุบันฟิลเลอร์ที่ผ่าน อย. ไทยจะมีอยู่แค่ 7 ยี่ห้อเท่านั้นคือ Juvederm, Restylane, Belotero, Neuramis, YVOIRE, e.p.t.q. และ Revanesse ultra
- ฟิลเลอร์ของแท้ไม่มีวางขายตามอินเทอร์เน็ต : ตามกฎหมายในประเทศไทยแล้วการจะสั่งซื้อฟิลเลอร์ได้นั้นจะต้องแพทย์ที่ต้องยื่นเอกสารประกอบการสั่งซื้อหลายอย่าง เช่น ใบประกอบวิชาชีพแพทย์ และใบอนุญาตประกอบสถานพยาบาลเป็นต้น
แนะนำสถานที่ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
หลังจากที่ทราบถึงวิธีเช็กฟิลเลอร์ของแท้กันไปแล้วคราวนี้เรามาดูกันบ้างว่าเราควรเลือกสถานที่ฉีดที่ไหนดี เพราะแน่นอนว่าการเลือกสถานที่ก็เป็นสิ่งสำคัญด้วยเช่นกัน
- คลินิกต้องถูกต้องตามกฎหมาย แน่นอนว่าตอนนี้ได้มีคลินิกความเกิดขึ้นอย่างมากมายและมีการแข่งขันที่สูงมากๆ ดังนั้นควรทำการเช็กคลินิกที่จะเข้าทำด้วยว่าได้เปิดให้บริการอย่างถูกกฎหมายไหม ทางคลินิกต้องมีป้ายชื่อคลินิกและเลขใบอนุญาต 11 หลัก ซึ่งสามารถนำเลข 11 หลักไปตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ checkmd.tmc.or.th
- แพทย์ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ การเลือกแพทย์ผู้ฉีดก็ถือเป็นสิ่งสำคัญเพราะแน่นอนว่าหากแพทย์ไม่มีความชำนาญมากพอก็อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงขึ้นได้เช่นกัน โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลว่าเป็นแพทย์จริงหรือไม่ได้ที่ เว็บไซต์ แพทยสภา
- คลินิกต้องมีบริการดูแลหลังทำ การติดตามผลและการบริการหลังทำก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องมี เพราะเราไม่สามารถทราบได้เลยว่าหลังทำจะเกิดผลข้างเคียงอะไรขึ้นบ้าง และทางคลินิกควรมีการรับผิดชอบหากเกิดความผิดพลาดในระหว่างการทำ
- มีรีวิวจากผู้ใช้งานจริง การเช็กรีวิวก็เหมือนเป็นการเช็กผลงานที่ผ่านมาของคลินิกว่าดูแลลูกค้าดีไหม คุณหมอเก่งจริงไหม เพื่อเป็นการประกอบการตัดสินใจที่ดียิ่งขึ้น เพราะยิ่งถ้าคลินิกไหนมีรีวิวดีๆ อยู่มากก็จะทำให้คนอยากไปทำมากขึ้นด้วยเช่นกัน
ซึ่งหากหนุ่มๆ สาวๆ คนไหนที่กำลังมองหาคลินิกในการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ก็ขอแนะนำที่กังนัมคลินิกได้เลย เพราะเรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลและให้บริการอย่างใกล้ชิด รวมไปถึงมียี่ห้อฟิลเลอร์ของแท้ให้เลือกในราคาที่เหมาะสมอีกด้วย นอกจากนั้นที่กังนัมคลินิกเรายังมีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงที่การันตีได้ถึงคุณภาพของการรักษาอีกมากมาย โดยผู้ทำสามารถมั่นใจได้เลยว่าจะปลอดภัยและมีผลลัพธ์หลังทำเป็นที่น่าพึงพอใจอย่างแน่นอน
สรุป การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ถืออีกหนึ่งหัตถการด้านความงามที่จะช่วยแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ ริ้วรอย ร่องลึกใต้ตาได้ทันทีหลังทำ ด้วยการฉีดสารเติมเต็มอย่าง Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปในจุดที่มีปัญหา ซึ่งวิธีนี้ถือเป็นวิธีที่ปลอดภัยและมีผลข้างเคียงต่ำและมีผลลัพธ์ที่ยาวนานประมาณ 6-12 เดือนขึ้นอยู่กับสภาพผิวของผู้ทำ แต่ก่อนทำผู้ทำควรเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์เพื่อทำการประเมินถึงวิธีการรักษาและควรเลือกสถานที่ทำที่ถูกกฎหมายและได้มาตรฐาน
ขอบคุณบทความและแหล่งที่มาจากเว็บไซต์ gangnamconsult
สามารถติดต่อมาสอบถามรายละเอียดการรักษาและค่าใช้จ่ายก่อนได้ที่ Gangnam Clinic : โทร. 090-665-3616, 098-269-7450
Line: @gangnamclinic