เลเซอร์กำจัดขน ไม่อยากทำบ่อยๆเสียเวลาต้องเลือกเครื่องเลเซอร์แบบไหนดี?
เคยสงสัยมั้ยว่าทำไมการทำเลเซอร์กำจัดขนในแต่ละคลินิกถึงมีราคาที่ไม่เท่ากัน นั่นเพราะในการทำเลเซอร์กำจัดขนของแต่ละที่ก็ยังใช้จำนวนครั้งที่ไม่เท่ากันอีก นั่นเป็นเพราะปัจจุบันมีเครื่องเลเซอร์กำจัดขนมากมายหลายชนิดให้เลือก ซึ่งเครื่องเลเซอร์แต่ละชนิดนั้นก็มีความพิเศษที่แตกต่างกัน ไป ดังนั้นจึงหากต้องการทำเลเซอร์กำจัดขนในแต่ละครั้ง จะต้องเลือกเครื่องที่มีประสิทธิภาพและมีความเหมาะสม เพื่อให้ไม่ต้องเสียเวลาทำบ่อยๆ
รู้จักกับการทำเลเซอร์กำจัดขน
การทำเลเซอร์กำจัดขน หรือ (Hair Removal Laser) เป็นการยิงแสงเลเซอร์ลงไปที่รูขุมขน เพื่อให้เซลล์สร้างสี ที่มีชื่อว่า เมลาโนไซต์ (Melanocyte) ดูทรับพลังงานเพื่อส่งต่อไปยังรากขน แล้วจากนั้นพลังงานจะเข้าไปทำปฏิกิริยาเฉพาะที่กับรากขนด้วยความร้อน เพื่อลำลายรากขนและทำให้เส้นขนนั้นอ่อนแอลง ไปจนถึงหยุดการเจริญเติบโต จึงสามารถกำจัดขนได้อย่างถาวร โดยไม่เป็นอันตรายกับผิวหนังในระยะยาว
เลเซอร์ที่นิยมใช้ในการกำจัดขนมีอะไรบ้าง พร้อมข้อดีข้อเสียของเลเซอร์แต่ละรุ่น

ในปัจจุบันมีหลายคลินิกที่เปิดให้บริการทำเลเซอร์กำจัดขน ซึ่งเครื่องเลเซอร์ที่แต่ละคลินิกเลือกใช้อาจจะมีความแตกต่างกันออกไป ด้วยประสิทธิภาพหรือต้นทุน โดยเครื่องเลเซอร์ที่คลินิกนิยมใช้จะมี 5 ชนิดดังนี้
- IPL หรือ Intense Pulsed Light เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ในการกำจัดขน ซึ่งได้รับความนิยมมากในไทยเพราะราคาถูก มีระบบการทำงานด้วยพลังงานลำแสงสเปกตรัม ที่มีความกว้างและมีหลายช่วงคลื่น คล้ายกับแสงแฟลชของกล้องถ่ายรูป พลังงานของแสงจึงมีการกระจายตัวเป็นวงกว้างมากกว่าแสงเลเซอร์ ทำให้ผิวหนังบริเวณรอบๆ ได้รับผลกระทบไปด้วย แต่ไม่ได้ทำลายผิวชั้นนอก
ข้อดีของ IPL
– ราคาประหยัดที่สุดในการทำเลเซอร์กำจัดขน
– ช่วยให้ผิวขาวใสขึ้น
ข้อเสียของ IPL
– อาจทำให้รู้สึกเจ็บในขณะทำ และอาจจะเบิร์นง่าย
– ต้องใช้จำนวนครั้งมากกว่า และต้องทำบ่อยกว่าเลเซอร์ทั่วไป
– ให้ความรู้สึกเจ็บและแสบร้อนในขณะทำ ต้องใช้ยาชา
- Ruby Laser มีความยาวคลื่น 694 nm มีผลึกทับทิมเป็ตัวกลางในการส่งพลังงาน เป็นเลเซอร์ที่มีความเฉพาะเจาะจงในการกำจัดเม็ดสีส่วนเกินในผิวหนัง โดยเลเซอร์จะระเบิดเม็ดสีให้กระจายออก ทำให้ ทำให้รากขนอ่อนแอลงทันทีหลังการทำ แต่ข้อระวังในการทำ Ruby laser คือต้องปรับพลังงานให้เหมาะสมกับบริเวณที่ต้องการทำเลเซอร์กำจัดขน และต้องคอยระวังในเรื่องของสีผิวเนื่องจาก อาจเกิดการเบิร์นได้ง่าย
ข้อดีของ Ruby Laser
– สารมารถกำจัดขนได้ดีในคนที่มีผิวขาว
– ใช้เวลาไม่นานเห็นผลได้ดี ตั้งแต่ครั้งแรก
– ราคาในการทำเลเซอร์ไม่แพง
ข้อเสียของ Ruby Laser
– เหมาะกับคนที่มีผิวขาวเช่นผิวของคนยุโรปเท่านั้น
– ต้องทำอย่างน้อยประมาณ 5-6 ถึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ถาวร
– ต้องแปะยาชาก่อนทำเลเซอร์เพื่อลดความรู้สึกเจ็บ
- Alexandrite laser เป็นเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 755 นาโนเมตร สามารถกำจัดขนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเครื่อง IPL โดยได้การรับรองมาตรฐานจากยุโรปโดยหลักการทำงานของ Alexandrite Laser คือส่งพลังงานแสงไปยังรากขน จากนั้นพลังงานเลเซอร์จะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนเข้าทำลายรากขนให้หยุดการสร้างเส้นขนใหม่ จึงเป็นเหตุทำให้หลังการทำเลเซอร์มีขนขึ้นใหม่น้อยลง
ข้อดีของ Alexandrite laser
– พลังงานมีความเฉพาะเจาะจงลงลึกถึงรากขน
– สามารถกำจนขนที่มีสีอ่อนอย่างสีบลอนด์ได้ดี
ข้อเสียของ Alexandrite laser
– ไม่เหมาะสำหรับขนสีดำเนื่องจากอาจจะทำให้เบิร์นได้ง่าย
– สะสมความร้อนในขณะทำ เสี่งต่อการเกิดรอยไหม้ที่ผิว
– มีราคาค่อนข้างสูง
- Long Pulse ND Yag หรือ “YAG” เป็นเลเซอร์กำจัดขนที่นิยมมากในปัจจุบันโดยเฉพาะในไทย เพราะถูกออกแบบมาเพื่อให้มีความเหมาะสมกับคนเอเชียโดยเฉพาะ ด้วยพลังงานที่มีความเข้มข้นสูงและมีความยาวคลื่น 1,064 นาโนเมตร จึงปล่อยพลังงานได้แบบเฉพาะเจาะเข้าสู่ผิวหนังระดับลึก ลงลงไปทำลายรากขนโดยไม่ทำลายผิวหนังชั้นบนและผิวหนังบริเวณใกล้เคียง หลังการทำเลเซอร์เส้นขนจะค่อยๆ หลุดร่วงลงไป และช่วยหยุดการเกิดใหม่ของเส้นขน อีกทั้ง
ยังมี Dynamic Cooling Device ที่ทำจะมีแก๊สเย็นปล่อยออกมาปกป้องผิวชั้นบนในขณะการทำเลเซอร์
ข้อดีของ Long Pulse ND Yag
– พลังงานลงลึกได้ถึง 5 มิลลิเมตรเพื่อไปจับรากขนโดยตรง
– เห็นผลได้ดี ตั้งแต่ครั้งแรกหลังการทำเลเซอร์
– เป็นเลเซอร์ที่มีความอ่อนโยนและมีความปลอดภัยสูง
– สามารถใช้ได้กับทุกสภาพสีผิวและทุกส่วนของร่างกายโดยไม่ทำให้เกิดการเบิร์น
– มี Dynamic Cooling Device เป่าก๊าซเย็นในขณะทำ จึงให้ความรู้สึกเจ็บน้อยกว่าเครื่องเลเซอร์รุ่นอื่น
ข้อเสีย Long Pulse ND Yag
– อาจมีราคาที่สูงกว่าการกำจัดขนด้วย IPL
– ต้องทำต่อเนื่อง 3-5 ครั้งจึงได้ผลลัพธ์ที่ถาวร
- Diode Laser เป็นเครื่องเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นอยู่ที่ 808-810, 940, 1,350-1,064 นาโนเมตร เพื่อให้สามารถจับเม็ดสีที่รากขน ทำงานด้วยการพุ่งเข้าไปจับเมลานินที่อยู่ในเส้นขน และหยุดการทำงานของเส้นเลือดที่มาเลี้ยงบริเวณขน ส่งผลให้เส้นขนที่เกิดใหม่เส้นบางและขึ้นน้อยลง เส้นขนอ่อนลง เป็นเส้นบาง โดยไม่เป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อผิวหนัง แนะนำให้ทำ 5-6 ครั้งเพื่อให้เห็น ประสิทธิภาพในการกำจัดคนที่ชัดเจน
ข้อดีของ Diode Laser
– รู้สึกเจ็บน้อยในขณะที่ยิงเลเซอร์
– ราคาไม่สูงมาก
-สามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกหลังการทำเลเซอร์
ข้อเสียของ Diode Laser
– ไม่เหมาะกับคนที่มีผิวคล้ำมาก อาจจะเบิร์นได้หากใช้พลังงานที่สูง
– ในบางจุดที่มีขนเส้นใหญ่อาจจะร้อนมาก
เครื่องเลเซอร์กำจัดขนแบบไหนดีที่สุด ?

สำหรับการทำเลเซอร์กำจัดขนในปัจจุบันมี จะมีเครื่องเลเซอร์ให้เลือกมากมาย ซึ่งเครื่องเลเซอร์แต่ละรุ่นก็จะมีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกันออกไป ดังนั้นหากถามว่าเครื่องเลเซอร์กำจัดขนแบบไหนดีที่สุด แนะนำว่าควรพิจารณาจากความยาวของคลื่นพลังงาน เพราะจะส่งผลต่อการกำจัดขนโดยตรง เช่น Long Pulse ND YAG Laser ที่มีความยาวช่วงคลื่น 1,064 นาโนเมตร ที่สามารถลงลึกสู้ชั้นผิวได้ 5-7 มิลลิเมตร
ข้อจำกัดของเครื่องเลเซอร์แต่ละชนิด
– IPL Laser เหมาะสำหรับคนที่มีงบจำกัดเพราะราคาไม่แพง และมีผิวค่อนข้างขาว แต่ไม่เหมาะกับคนที่มีสีผิวคล้ำ
– Alexandrite Laser เหมาะกับคนที่มีเส้นขนสีบลอนด์ แต่ไม่เหมาะกับคนที่มีขนเส้นหน้าแล้วสีเข้ม และนิยมใช้ทำเลเซอร์บริเวณกว้าง เช่น การทำเลเซอร์ขา มากกว่าการทำเลเซอร์ในพื้นที่จำกัด
– Long Pulse ND YAG สามารถใช้กำจัดขนได้กับทุกสภาพสีผิวและทุกสภาพเส้นขน เหมาะกับการกำจัดขนในทุกพื้นที่โดยเฉพาะในจุดที่ต้องการเก็บรายละเอียดเล็กๆ เช่น ใบหน้า หนวดเครา รักแร้ และจุดซ่อนเร้น แต่อาจใช้เวลานานเล็กน้อยในบริเวณแขน ขา เป็นต้น
– Diode Laser เหมาะสำหรับคนที่มีเส้นขนที่หนา สีเข้ม และคนที่มีผิวขาว ผิวสีกลาง แต่จะไม่เหมาะกับคนผิวแทน เพราะอาจจะทำให้รู้สึกเจ็บและ เบิร์นได้ อีกทั้งยังเป็นเลเซอร์ที่เหมาะกับ บริเวณแขน ขา และบริเวณกว้างๆ มากกว่าการทำเลเซอร์ที่ผิวหน้า
ทำไมการทำเลเซอร์จึงกำจัดขนแบบถาวรในครั้งเดียวไม่ได้
เนื่องจากระยะการเติบโตของเส้นขนในแต่ละเส้น จะมีการตอบสนองต่อพลังงานของเลเซอร์ไม่เท่ากัน ทำให้หลังการทำเลเซอร์รากขนจึงไม่ได้ฝ่อหมดครบทุกเส้นในครั้งเดียว ดังนั้นจึงต้องมีการเว้นระยะในการทำเลเซอร์รอให้เส้นขนมีการเจริญเติบโต เพื่อให้ตอบสนองต่อพลังงานเลเซอร์ได้อย่างเต็มที่ แล้วค่อยกลับมายิงเลเซอร์เพื่อกำจัดขนอีกครั้ง (แต่เส้นขนที่ดูดซับพลังงานได้เต็มที่จะถูกทำลายและไม่กลับขึ้นมาอีก) นี่จึงเป็นสาเหตุที่ควรมีการทำเลเซอร์กำจัดขนอย่างต่อเนื่อง 3-5 ครั้งขึ้นไปเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถาวรทั่วถึงทุกเส้น
Long Pulse ND YAG กำจัดขนในส่วนไหนของร่างกายได้บ้าง
การทำเลอร์ด้วย Long Pulse ND YAG ที่มีพลังอ่อนโยนกับผิวจึงสามารถกำจัดขนได้ทุกส่วนของร่างกายโดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองกับผิว ซึ่งบริเวณที่นิยมใช้เครื่องเลเซอร์ในการกำจัดขนมีดังนี้
– เลเซอร์ขนหนวดและเครา
– เลเซอร์ขนหน้า
– เลเซอร์ขนรักแร้
– เลเซอร์ขนแขนและขนขา
– เลเซอร์ขนน้องสาวหรือเลเวอร์ขนจิมิ
– เลเซอร์ขนบีกินนี่
ทำไมต้องเลือกกำจัดขนด้วย Long Pulse ND YAG
ลองพัลส์ เอ็นดี แย็ค (Long Pulse Nd Yag) เป็นเครื่องที่มีการพัฒนาขึ้นมาให้เหมาะสำหรับผิวคนเอเชียโดยเฉพาะ อีกทั้งยังมีการยอมรับจากแพทย์ผิวหนังทั่วโลกว่าสามารถกำจัดขนได้อย่างเห็นผล เป็นเป็นเครื่องเลเซอร์ที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของไทย (อย.) และของสหรัฐอเมริกา (U.S. FDA) ว่ามีความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีเสียงยืนยันจากผู้ที่เคยใช้บริการจริงว่าประสิทธิภาพในการกำจัดขนถาวร โดยไม่ทำให้รู้สึกเจ็บ
สรุป
เนื่องจากเครื่องเลเซอร์กำจัดขนแต่ละรุ่น มีกระบวนการผลิตพลังงานที่ไม่เหมือนกัน และมีคลื่นความยาวที่แตกต่างกัน ซึ่งคลื่นความยาวนี้เป็นตัวแปรสำคัญที่จะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการกำจัดขนโดยตรง ดังนั้นหากต้องการกำจัดขนให้ได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ และไม่ต้องทำซ้ำบ่อยๆ ควรเลือกเครื่องเลเซอร์ที่มีความยาวช่วงคลื่น 1,064 นาโนเมตร ที่ส่งผ่านพลังงานลงสู่ชั้นผิวได้ถึง 5 มิลลิเมตร อย่าง Long Pulse ND YAG Laser เป็นต้น
ขอบคุณบทความและแหล่งที่มาจากเว็บไซต์ gangnamconsult
สามารถติดต่อมาสอบถามรายละเอียดและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 090-665-3616, 098-269-7450
Line: @gangnamclinic