ฉีดเมโสแฟตคืออะไร ช่วยลดหรือสลายไขมันได้อย่างไร ทำบ่อยแค่ไหนเห็นผล ?
เมโสแฟต คืออะไร ? ใครที่ต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการฉีดเมโสแฟต ว่าช่วยสลายไขมันส่วนเกินบนใบหน้าได้อย่างไร เหมาะกับใครบ้าง ข้อดี-ข้อเสีย ต่าง ๆ ที่ควรรู้ เพื่อเพิ่มความมั่นใจก่อนฉีดเมโสแฟต หมอได้รวบรวมข้อมูลที่สำคัญไว้ให้ในบทความนี้ครับ
สารบัญ เมโสแฟตคืออะไร
1.เมโสแฟตคืออะไร ?
2.การทำงานของเมโสแฟต
3.เลือกทำเมโสแฟตดีไหม ?
4.ข้อดี ข้อจำกัดของการฉีดเมโสแฟต
5.ฉีดเมโสแฟต อันตรายไหม ?
6.ใครบ้างเหมาะจะฉีดเมโสแฟต ?
7.ฉีดเมโสแฟตจุดไหนได้บ้าง ?
8.ฉีดเมโสแฟตยี่ห้อไหนดี ?
- ฉีดเมโสแฟตกี่ CC ถึงจะเห็นผล ?
11.การเตรียมตัวก่อนฉีดเมโสแฟต
12.ขั้นตอนการฉีดเมโสแฟต
13.การดูแลหลังการฉีดเมโสแฟต
14.เลือกฉีดเมโสแฟตที่ไหนดี ?
15.รวมคำถามเกี่ยวกับการฉีดเมโสแฟต
เมโสแฟต คืออะไร ?
การฉีดเมโสแฟต คือการฉีดตัวยาที่ช่วยสลายไขมันส่วนเกินให้ลดน้อยลง เป็นการสลายไขมันแบบเฉพาะจุด แบบไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น ถือเป็นหัตถการทางลัดที่ให้ผลลัพธ์เร็ว และมีขั้นตอนในการทำที่ไม่ยุ่งยาก จึงทำให้ได้รับความนิยมสูง
ตัวยาเมโสแฟตที่นำมาใช้มีความปลอดภัย เพราะสกัดจากสารธรรมชาติ มีหลายสูตร โดยที่ได้รับนิยมและมีผลงานวิจัยรับรอง ทั่วโลกนิยมใช้ จะประกอบด้วยสารออกฤทธิ์หลัก ๆ คือ
- Artichoke extract (Cynara scolymus) ทำหน้าที่กระตุ้นการสังเคราะห์ coenzyme ในกระบวนการ anabolism ลดเนื้อเยื่อไขมัน ลดการสังเคราะห์กรดไขมัน เหมาะกับคนที่น้ำหนักตัวเกิน ต้องการลดไขมันเฉพาะจุด ต้องการลดเซลลูไลท์
- Mesostabyl (Polyunsaturated phosphatidylcholine) ทำหน้าที่กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ lipase ลดการสร้าง triglyceride ยับยั้งการสร้าง cholessterol ในเนื้อเยื่อ
- L-carnitine ทำให้ร่างกายดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานมากขึ้น โดยเปลี่ยนไขมันเป็นพลังงาน (fat burn)
(L-carnitine ทำให้ร่างกายเปลี่ยนไขมันเป็นพลังงาน Fat Burn)

การทำงานของเมโสแฟต
หลังจากแพทย์ฉีดตัวยาเมโสแฟตเข้าสู่ผิวหนัง โดยคำนวณปริมาณเมโสแฟตที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละเคส เมโสแฟตจะเข้าไปยังบริเวณที่มีการสะสมของไขมัน ออกฤทธิ์ช่วยให้ไขมันแตกตัว หรือสลายตัว หลังจากนั้นไขมันจะถูกขับออกทางระบบขับถ่าย ทำให้ไขมันบริเวณที่ฉีดลดลง

(จากภาพ แสดงให้เห็นขั้นตอนการทำงานของเมโสแฟต หลังฉีดจะช่วยให้ไขมันแตกตัวและถูกขับออกจากร่างกาย ทำให้ปริมาณไขมันส่วนเกินลดลงเร็วขึ้น)
นอกจากนี้เมโสแฟตยังช่วยกระตุ้นระบบการทำงานของ metabolism ซึ่งเป็นกลไกการเร่งการสลายไขมันตามธรรมชาติของร่างกาย และ L-carnitine ทำให้ร่างกายดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานมากขึ้น โดยเปลี่ยนไขมันเป็นพลังงาน (fat burn) จึงมีสรรพคุณย่อยสลายไขมันส่วนเกินและเซลลูไลท์ที่สะสมในชั้นไขมันได้อย่างตรงจุด
เลือกทำเมโสแฟตดีไหม ?
การฉีดเมโสแฟตเพื่อสลายไขมันส่วนเกินเฉพาะจุด เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยสลายไขมันได้อย่างรวดเร็วและให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าครับ
เมโสแฟตเหมาะกับผู้ที่ปริมาณไขมันที่เยอะ เช่น ในเคสที่รู้สึกหน้าใหญ่ หน้าบาน และแพทย์ตรวจประเมินใบหน้าแล้วว่ามาจากไขมันสะสมที่แก้ม การฉีดเมโสแฟตเพื่อสลายไขมัน จึงเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดครับ นอกจากนี้ยังสามารถทำร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ได้ เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งแต่ละหัตถการก็จะมีจุดเด่น และใช้แก้ปัญหาที่แตกต่างกัน ดังนี้
- การฉีดโบท็อก : การฉีดโบท็อกไม่ได้ช่วยทำให้ไขมันที่แก้มลดลงครับ แต่ช่วยให้หน้าเล็ก เรียวขึ้นได้หากคนไข้มีปัญหาหน้าใหญ่ หน้าบานจากขนาดกราม (ลองจับแก้มแล้วกัดฟัน,กรามจะเด้ง) เนื่องจากโบท็อก ออกฤทธิ์โดยตรงกับกล้ามเนื้อ เมื่อฉีดโบท็อกกรามก็จะทำให้มัดกล้ามเนื้อทำงานได้ลดลงและมีขนาดเล็กลง ใบหน้าจึงเรียวขึ้นอย่างชัดเจน
- Hifu Ultraformer III / Ulthera : เป็นการเทคโนโลยียกกระชับด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง Focused Ultrasound สามารถยกกระชับผิว เก็บกรอบหน้า ทำให้ใบหน้ายกกระชับขึ้น เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาแก้มหย่อน แก้มย้อย จากความหย่อนคล้อยของผิว
- Thermage : เป็นเครื่องมือที่ช่วยยกกระชับเช่นกันครับ แต่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (RF) สามารถยกกระชับหน้า กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ทำให้ผิวแน่น กระชับ และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวหน้า ปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก กรอบหน้าชัดขึ้น แก้ปัญหาความหย่อนคล้อย
- การตัดไขมันกระพุ้งแก้ม : เป็นการผ่าตัดเอาไขมัน (buccal fat pad) ออก ลดปริมาณไขมันลง วิธีนี้ต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์สูง เพราะถ้าประเมินไม่ดี ตัดออกมากเกินไป แก้มจะยุบลามไปถึงขมับ ทำให้แก้มตอบและหน้าห้อยได้ หลังทำต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้น และต้องระมัดระวังรอยแผลหลังการผ่าตัดครับ
ข้อดี-ข้อจำกัดของการฉีดเมโสแฟต
- ข้อดี ของการฉีด Meso Fat คือ ช่วยสลายไขมันส่วนเกินได้หลายส่วน ทั้งบริเวณใบหน้าและอวัยวะอื่น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องผ่าตัด
-หลังฉีดไม่ต้องพักฟื้น
-บวมช้ำน้อย (อาจบวมเป็นปริมาณยาได้ ใน 3 – 4 ชั่วโมงแรก)
-ใช้เวลาในการฉีดไม่นาน
-เห็นผลเร็ว
-ปลอดภัยสูง
-ราคาไม่แพง
- ข้อจำกัด ของการฉีดเมโสแฟต คือไม่สามารถเห็นผลได้ทันที เหมือนการตัดไขมันหรือดูดไขมันครับ หลังฉีดต้องอาศัยระยะเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ถึงจะเห็นผลลัพธ์ และไม่เหมาะกับคนที่มีปริมาณไขมันมาก ๆ เพราะอาจต้องฉีดประมาณ 4-5 ครั้ง จึงจะเห็นผลที่ชัดเจนครับ
ฉีดเมโสแฟต อันตรายไหม ?
การฉีดเมโสแฟตด้วยตัวยาที่ได้มาตรฐาน และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์จะไม่อันตรายครับ แต่ที่อันตรายคือ มีการฉีดเมโสแฟตปลอมจากผู้ที่ไม่ได้แพทย์ เนื่องจากเมโสแฟตได้รับความนิยม เพราะราคาไม่สูงมาก จึงมีหลายคลินิกที่นำตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือเมโสแฟตปลอมมาใช้ เพราะราคาต้นทุนต่ำกว่า สามารถทำกำไรได้มากกว่า แต่ผลเสียจะตกที่ตัวคนไข้ครับ
หากใครพลาดฉีดเมโสปลอม ที่ไม่ได้มาตรฐานย่อมเกิดความเสี่ยง และมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายตามมา เช่น เกิดการอักเสบติดเชื้อ เนื้อเน่า เนื้อตาย ซึ่งจากข้อมูลที่อย.ประกาศเตือนจะมีตัวยาเมโสปลอมหลัก ๆ 2 ประเภท ที่ถูกนำมาใช้กันอยู่ในคลินิกบางแห่ง คือ
- ยาสลายฟิลเลอร์ ชื่อว่า hyaluronidase
- สเตียรอยด์
ทั้ง 2 ตัว หลังฉีดจะเห็นผลเร็วครับ แก้มยุบไว ทำให้คนไข้รู้สึกว่าเห็นผล แต่แท้จริงแล้ว ตัวยาจะทำให้คอลลาเจนในผิวถูกย่อยสลาย จนเนื้อยุบตัวลงครับ เสี่ยงต่อการอักเสบติดเชื้อได้ง่าย หรือในบางเคสโดยเฉพาะตัวยาที่ฉีดเป็นสเตียรอยด์ก็จะทำให้หน้าบวมยิ่งกว่าเดิมและยังเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังอีกด้วยครับ
ใครบ้างเหมาะจะฉีดเมโสแฟต ?
การฉีดเมโสแฟตเหมาะกับผู้ที่ต้องสลายไขมันเฉพาะจุด ไม่อยากเจ็บตัว ไม่ค่อยมีเวลา ถือเป็นหัตถการที่มีความสะดวกและคุ้มค่ากว่าวิธีอื่น ๆ ครับ
- เหมาะกับคนที่มีไขมันสะสมต้องการลดไขมันเฉพาะจุด โดยมีปริมาณไขมันไม่มาก
- ไม่อยากผ่าตัด ไม่อยากเจ็บตัว ไม่อยากดูดไขมัน
- ไม่มีเวลาพักฟื้น ไม่อยากยุ่งยากในการดูแลตัวเองหลังทำ
- ออกกำลังกายหรือคุมอาหารแล้วไขมันบางส่วนไม่ลด
ฉีดเมโสแฟตจุดไหนได้บ้าง ?
การฉีดเมโสแฟตสามารถสลายไขมันได้หลายจุด ทั้งบริเวณใบหน้าและลำตัว แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจะเป็นบริเวณใบหน้าและลำคอ ลดแก้ม ลดเหนียง
- เมโสแฟตแก้มห้อย หรือการฉีดแฟตลดแก้ม เป็นจุดที่ได้รับความนิยมที่สุดสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวสวย
- เมโสแฟตเหนียง ฉีดลดไขมันที่สะสมบริเวณใต้คาง ทำให้มีคางสองชั้น เป็นจุดที่ถ้าใช้วิธีทั่วไปจะลดได้ยากครับ

- เมโสแฟตหน้าท้อง ช่วยลดไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง แก้ปัญหาพุงย้วย ที่ทำให้ไม่มั่นใจ
- เมโสแฟตต้นแขน ลดไขมันสะสมบริเวณแขน แก้ปัญหาแขนใหญ่ (ในจุดนี้ต้องให้หมอประเมินว่าแขนใหญ่จากไขมันหรือว่ากล้ามเนื้อครับ)
- เมโสแฟตต้นขา สลายไขมันสะสมบริเวณต้นขา แก้ปัญหาขาใหญ่
ฉีดเมโสแฟตยี่ห้อไหนดี ?
ในปัจจุบันตัวยาเมโสแฟตมีหลายยี่ห้อครับ เพื่อความปลอดภัยจำเป็นต้องตรวจสอบที่มาที่ไปของตัวยาด้วย ว่ามีแหล่งผลิตชัดเจนหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้ไหม เพราะมีหลายยี่ห้อครับ ที่ไม่ผ่านการรับรอง อย. รวมถึงแต่ละยี่ห้อยังมีจุดเด่นที่ต่างกันไป หากยังไม่ทราบว่าจะเลือกฉีดเมโสแฟตยี่ห้อไหนดี หมอมีแนะนำ ดังนี้
- Phytobella
ฉีดแล้วยุบดี ไม่บวมแดง ไม่ทำให้ผิวหย่อนคล้อย ขณะฉีดจะรู้สึกแสบเล็กน้อย
- เมโสแฟตยี่ห้อ BABI-Neo one
เมโสแฟตบาบินีโอวัน จากประเทศเกาหลี ช่วยสลายไขมันพร้อมยกกระชับ หลังฉีดไม่มีอาการบวมแดง
- เมโสแฟตยี่ห้อ FNC
เหมาะกับคนแก้มเยอะ ๆ ด้วยกลไกสลายไขมันด้วย Special Peptides ยุบดีและยุบไว
ฉีดเมโสแฟตกี่ CC ถึงจะเห็นผล ?
จำนวน CC ที่ใช้แต่ละบุคคลเพื่อให้ผลลัพธ์จะแตกต่างกันในแต่ละบุคคลครับ เพราะแต่ละเคสที่เข้ามาปรึกษามีปริมาณไขมันที่ต่างกัน หมอจึงต้องตรวจประเมินก่อนถึงจะแนะนำปริมาณ CC ที่เหมาะสมให้ได้ แต่โดยทั่วไป จะเริ่มใช้ประมาณ 6 CC ขึ้นไปสำหรับฉีดแฟตแก้ม
โดย 1 ขวดจะมี 10 CC ครับ โดยฉีดเมโสแฟตในครั้งแรก จะเห็นผลว่าบริเวณที่ฉีดเริ่มยุบลงภายใน 5-7 วัน ครับ หลังจากนั้น 2-3 สัปดาห์ จึงจะเห็นผลลัพธ์อย่างเต็มที่ สามารถฉีดได้หลายครั้ง หรือฉีดเป็นคอร์สก็จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นโดยเฉพาะเคสที่มีไขมันมาก อาจฉีด 4-5 ครั้ง และการฉีดต่อเนื่องจะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้นครับ
ฉีดเมโสแฟต ราคาเท่าไหร่ ?
ราคาเมโสแฟต จะแตกต่างกันไปตามยี่ห้อ โดยจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกยี่ห้อที่เหมาะสมกับแต่ละเคสครับ ราคาจากคลินิกที่ได้มาตรฐานโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ ครั้งละ 2,000.- อาจจะแพงกว่า หรือถูกกว่านี้ไม่มาก ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของแต่ละที่
การเตรียมตัวก่อนฉีดเมโสแฟต
- คนไข้ต้องเข้าปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์ตรวจประเมินใบหน้าและจุดที่ต้องการฉีด แจ้งประวัติการแพ้ยา และโรคประจำตัว
- ก่อนเข้ารับการฉีดเมโสแฟต 48 ชั่วโมง ต้องงดยาในกลุ่มของ แอสไพริน, NSAIDs และ Dipyridamole
- ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการทำเมโสแฟตอย่างละเอียด ทั้งกระบวนการ ขั้นตอนการปฏิบัติตัวก่อนและหลังฉีด เพื่อความปลอดภัยและให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ขั้นตอนการฉีดเมโสแฟต
- เข้าปรึกษาแพทย์ แจ้งปัญหา ความต้องการ รวมถึงแจ้งการแพ้ยาและโรคประจำตัว
- หมอจะแนะนำยี่ห้อเมโสแฟตที่เหมาะสมกับคนไข้ ทั้งในด้านผลลัพธ์และราคา
- ทำความสะอาดใบหน้าในจุดที่ต้องการฉีด
- มีการประคบน้ำแข็งในจุดที่จะฉีด เพื่อลดความเจ็บจากเข็ม
- หมอค่อย ๆ ดันตัวยาเมโสแฟตเข้าไปจนหมด

การดูแลหลังการฉีดเมโสแฟต
หลังฉีดเมโสแฟต เพื่อผลลัพธ์ที่พึงพอใจและสามารถคงผลลัพธ์ได้นานขึ้น คนไข้จะต้องดูแลตัวเองร่วมด้วย ดังนี้
- หลังฉีดเมโสแฟตแก้มทันที ห้ามจับ กด หรือนวดบริเวณที่ฉีด เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบจากรอยเข็มได้ ควรปล่อยให้ตัวยาค่อย ๆ ซึมและยุบไปเองใน 3-4 ชั่วโมง
- หลังฉีดแฟต 1 อาทิตย์ ควรเลี่ยงอบซาวน่า สตรีม เพื่อไม่ให้เกิดการบวมช้ำมากขึ้น และลดการฟกช้ำให้น้อยลง แต่ถ้าไม่มีรอยช้ำ ไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงความร้อน
- งดทำเลเซอร์ ทรีตเมนต์ อย่างน้อย 1 อาทิตย์หลังฉีดแฟต เพราะอาจเกิดการติดเชื้อบริเวณที่ฉีดได้
- งดทาครีมบริเวณรอยเข็ม 1 คืน หากเกิดรอยแดง รอยช้ำจากเข็มในบริเวณที่ฉีดให้ประคบเย็นก่อนใน 48 ชั่วโมงแรก
- ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร เพื่อช่วยเร่งให้ไขมันถูกขับออกจากร่างกายได้มากขึ้น
- ในบางเคสแพทย์อาจให้ยาลดบวม ยาแก้อักเสบมารับประทานร่วมด้วย
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หลีกเลี่ยงของทอด ของมัน เครื่องดื่มรสหวาน แอลกอฮอล์ เพื่อไม่เพิ่มไขมันให้ตัวเอง
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ดื่มน้ำมาก ๆ และพักผ่อนอย่างเพียงพอ

โดยปกติแล้วหลังฉีดเมโสแฟตจะสามารถรักษาผลลัพธ์ได้นาน 2-3 เดือน ครับ หากคนไข้ดูแลตัวเองตามที่หมอกล่าวมาข้างต้น
เลือกฉีดเมโสแฟตที่ไหนดี ?
ก่อนตัดสินใจฉีดเมโสแฟต ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้ยาแท้ และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ โดยพิจารณาข้อมูลเหล่านี้
- คลินิกที่เปิดให้บริการอย่างถูกต้อง ได้มาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ
ควรเลือกเข้ารับการฉีดเมโสแฟตจากคลินิกที่ได้มาตรฐานตามกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งต้องมีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง และให้ที่ผู้เข้ารับบริการสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน มีอุปกรณ์และเครื่องมือในการช่วยเหลือยามฉุกเฉิน มีพื้นที่และห้องการทำหัตถการที่กว้างขวาง มีความสะอาด ไม่ทึบหรือแออัด มีความสะอาดถูกต้องตามหลักสุขอนามัย

- มีแพทย์ประจำคลินิก และต้องเป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น
การทำหัตถการโดยหมอที่มีประสบการณ์ จะสามารถวิเคราะห์ใบหน้าและปัญหาของคนไข้ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ และแนะนำยี่ห้อตัวยาเมโสแฟตและปริมาณที่เหมาะสมให้ได้ รวมถึงมีเทคนิคการฉีดที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัย บวมช้ำน้อย

- ใช้ผลิตภัณฑ์เมโสแฟตที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน มีคุณภาพสูง
ก่อนฉีดทุกครั้งคนไข้ต้องมั่นใจว่าตัวยาเมโสที่ใช้นั้นเป็นผลิตภัณฑ์เมโสแฟตแท้ สามารถตรวจสอบแหล่งผลิต บริษัทนำเข้าได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการฉีดเมโสแฟตปลอมที่ก่อให้อันตรายตามมาภายหลัง
4.คลินิกต้องมีช่องทางไว้สำหรับติดต่อได้สะดวก โดยเฉพาะผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook หรือ Line@ คนไข้จะได้สามารถสอบถามข้อสงสัยกับคุณหมอที่ทำเคสของตนเองได้โดยตรงอย่างทันการณ์
5.มีรีวิวที่น่าเชื่อถือจากผู้ใช้บริการจริง ในแหล่งที่เป็นกลาง และไม่ควรดูรีวิวที่เป็นภาพอย่างเดียว ควรดูรีวิวที่เป็นคลิปวิดีโอ เพราะจะตกแต่งได้ยาก ทำให้เห็นผลลัพธ์จริง ๆ ของการทำหัตถการ
รวมคำถามเกี่ยวกับการฉีดเมโสแฟต
Q .ซื้อเมโสแฟต ฉีดเองได้ไหม ?
A : หมอไม่แนะนำให้ซื้อตัวยาเมโสแฟตมาฉีดเองครับ เพราะตัวยาที่คนไข้สามารถซื้อเองได้มักมาจากตลาดออนไลน์ ซึ่งบริษัทที่นำเข้าอย่างถูกต้องจะไม่นำมาขายลักษณะนี้ แต่จะขายให้กับแพทย์เท่านั้น หากคนไข้ซื้อได้ตามอินเทอร์เน็ต อาจเป็นเมโสแฟตปลอมครับ
นอกจากนี้การฉีดเมโสแฟต ผู้ฉีดต้องมีความรู้ด้านกายวิภาคโครงสร้างใบหน้า และร่างกาย ความตื้นลึกก็มีส่วนสำคัญในการฉีดเมโสแฟต ซึ่งเป็นเรื่องของเทคนิคเฉพาะตัวและความละเอียดอ่อนในการวิเคราะห์ครับ เพราะคนไข้แต่ละคนมีกล้ามเนื้อและไขมันมากน้อยไม่เหมือนกัน จึงต้องอาศัยฝีมือและประสบการณ์ของแพทย์ในการฉีดครับ
Q .ฉีดเมโสแฟต แล้วเป็นก้อน ?
A : ถ้าฉีดด้วยเมโสแฟตคุณภาพสูง ใช้เทคนิคกระจายตัวยาที่ถูกต้อง หลังฉีดจะไม่เป็นก้อนครับ ตัวยาถูกดูดซึมได้เอง
Q .ฉีดเมโสแฟตเจ็บไหม ?
A : ความรู้สีกในการฉีดเมโสแฟตคนไข้อาจจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยตอนฉีดยาหรือตอนกำลังเดินยาเท่านั้นครับ ซึ่งก็จะมีการประคบน้ำแข็งช่วย หรือแปะยาชาสำหรับคนที่กลัวเจ็บมาก ๆ
Q .หลังฉีดแฟต กินเบียร์ได้ไหม ?
A : หลังฉีดแฟต ควรเลี่ยงดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 3 วันหลังฉีดแฟต เพื่อลดการบวมช้ำ
Q .หลังฉีดแฟต ออกกําลังกายได้ไหม ?
A : หลังฉีดแฟตสามารถออกกำลังกายได้ครับ แต่ไม่แนะนำให้ออกกำลังกายหนัก ๆ เป็นเวลา 3 วัน ควรเริ่มจากทำกิจกรรมเบา ๆ เช่น เดิน โยคะ แอโรบิก วิ่งช้า ๆ ควรเลี่ยงออกกำลังกายในสถานที่ที่อับทึบ หรือออกกำลังกายกลางแจ้ง หากทำควบคู่กับการควบคุมอาหาร และดื่มน้ำมาก ๆ จะยิ่งได้ผลดี
สรุป เมโสแฟตดีไหม ?
การฉีดเมโสแฟตเป็นวิธีลดไขมันเฉพาะจุดที่ช่วยสลายไขมันได้รวดเร็ว เป็นทางเลือกหนึ่งช่วยปรับรูปหน้าให้เรียว วีเชฟ ได้สัดส่วน แก้ปัญหาแก้มเยอะ แก้มใหญ่จากไขมันได้ แต่การจะฉีดเมโสแฟตให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย ต้องใช้เมโสแฟตของแท้ ฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ และมีการคำนวณปริมาณตัวยาที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละเคสครับ
สำหรับใครที่ต้องการฉีดเมโสแฟต หมออยากให้คำนึกถึงความปลอดภัยเป็นหลัก โดยเลือกฉีดในคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ หากมีคำถามหรือข้อสงสัย สามารถปรึกษาหมอได้ทาง Line @VsquareClinic หรือนัดคิวเข้ามาให้หมอประเมินใบหน้าให้ก่อนได้ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ