การทำรากฟันเทียม (Dental Implant) คือ การทดแทนฟันที่สูญหายไปด้วยการใส่รากฟันเทียม หรือวัสดุที่ทำจากไทเทเนียม ฝังลงไปในเหงือก ให้ยึดติดกับกระดูกขากรรไกร เพื่อรักษาฟันให้สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องใส่ฟันปลอม
สำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพฝันจนแพทย์วินิจฉัยให้ทำรากฟันเทียม แพทย์จะดำเนินการตรวจสอบและปลูกฟันเทียมให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด เพื่อให้คนไข้เกิดความมั่นใจในการใช้ฟัน เช่น การยิ้มและการบดเคี้ยว
การใส่รากฟันเทียมคือวิธีแก้ปัญหากรณีฟันสูญหายไปได้ดี ในส่วนของการดูแลรักษาก็ไม่ต่างจากการทำความสะอาดฟันแบบปกติ โดยการทำทันตกรรมรากเทียมจะต้องดำเนินการโดยทันตแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะเท่านั้น เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาถูกต้อง และปลอดภัยมากที่สุด
ใครควรใส่รากฟันเทียม
การทำรากฟันเทียมเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากในการรักษาสภาพฟัน เพราะสามารถแก้ไขปัญหาสุขภาพฟันได้ดีกว่าการใส่ฟันปลอม และเป็นวิธีที่ทำให้คนไข้รู้สึกไม่สบายในการดำเนินชีวิต
สำหรับคุณสมบัติที่แพทย์มักวินิจฉัยให้ทำรากฟันเทียมนั้น มีดังนี้
- อายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่ประสบปัญหาสุขภาพฟัน หรือเหงือก มีปัญหาเกิดการอักเสบ ติดเชื้อ จนทันตแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าควรทำรากฟันเทียม
- ผู้ประสบอุบัติเหตุ จนทำให้ฟันแตก หัก หรือได้รับความเสียหาย
- ผู้ที่เคยทำฟันปลอม แต่ไม่พอใจ หรือรู้สึกว่าไม่สามารถใช้การได้ดี
- ผู้ที่ไม่อยากใส่ฟันปลอม ด้วยปัญหาในด้านต่าง ๆ
- ผู้ที่มีปัญหากระดูกขากรรไกรล่างยุบตัวลง จนทำให้เป็นปัญหาในการทำฟันปลอม จนต้องใส่รากฟันเทียม
- ผู้ที่สูญเสียฟันเพียงซี่เดียว โดยไม่มีปัญหาฟันซี่อื่น ๆ

ชนิดของรากฟันเทียม
รากฟันเทียมมีทั้งหมด 3 ประเภทด้วยกัน คือ การฝังรากเทียมโดยทั่วไป (Conventional Implant), การฝังรากเทียมทันทีหลังจากถอนฟัน (Immediate Implant Placement) และการตัดต่อส่วนของทันตกรรมประดิษฐ์ (Immediate loaded Implant) โดยมีข้อมูลดังนี้
Conventional Implant การฝังรากเทียมแบบธรรมดา
การฝังรากฟันเทียมโดยทั่วไป (Conventional Implant) เป็นการฝังรากฟันเทียมที่มีความแน่นอนมากที่สุด หลังจากถอนฟันจะใช้เวลาในการพักฟื้น 3 – 6 เดือน เพื่อให้กระดูกที่ถอนฟันมีความสมบูรณ์ จากนั้น 3 – 6 เดือน กระดูกก็จะยึดติดกับรากเทียม แล้วค่อยทำการครอบฟันเป็นลำดับต่อไป
Immediate implant placement การฝังรากเทียมแบบทันที
การฝังรากฟันเทียมทันทีหลังจากถอนฟัน (Immediate Implant Placement) เป็นการใส่รากฟันเทียมหลังจากถอนฟันเลย ช่วยประหยัดเวลาได้มากที่สุด ใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 3 -6 เดือน วิธีนี้เหมาะกับการทดแทนฟันหน้า หรือฟันหลังที่สูญเสียไป
Immediate loaded implant การเชื่อมต่อส่วนของฟันปลอม
การตัดต่อส่วนของทันตกรรมประดิษฐ์ (Immediate loaded Implant) เป็นวิธีการใส่รากฟันเทียมร่วมกับการครอบฟัน ช่วยประหยัดเวลาได้ดี แต่อาจมีข้อจำกัดอยู่ที่ปริมาณกระดูก ลักษณะการสบฟัน หรือสุขภาพช่องปากอื่น ๆ ของคนไข้ ซึ่งทันตแพทย์จะชี้แจงรายละเอียดให้คนไข้ทราบก่อนดำเนินการใส่รากฟันเทียม
ข้อดีและข้อจำกัดในการทำรากฟันเทียม
ปกติแล้วการใส่รากฟันเทียมจะใช้เวลาในการพักฟื้นเพียง 1 – 2 วันเท่านั้น โดยร้อยละ 90 ของผู้ทำรากฟันเทียมจะมีอาการปวดภายหลังการผ่าตัด แต่อาการเจ็บปวดจะมากหรือน้อยล้วนขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล กรณีที่คนไข้มีกระดูกรองรับรากเทียมไม่เพียงพอ ก็อาจจะทำให้ทันตแพทย์ต้องเพิ่มขั้นตอนในการทำ ซึ่งจะต้องอาศัยระยะเวลาการพักฟื้นที่ยาวนานขึ้น โดยข้อดีและข้อจำกัดในการใส่รากฟันเทียมมีดังนี้
ข้อดีของการทำรากฟันเทียม
- การทำรากฟันเทียมเปรียบเสมือนการใส่ฟันปลอมแบบยึดติด มีความสวยงาม เป็นธรรมชาติ ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มากขึ้น
- ดูแลทำความสะอาดง่าย ไม่ต่างจากฟันแท้
- มีความแข็งแรง คงทน ถาวร ป้องกันการสูญเสียฟัน และกระดูกข้างเคียง
- สะอาด ปลอดภัย ไม่เกิดผลข้างเคียงเหมือนการใส่ฟันปลอม
- ใช้งานได้อย่างปกติ หมดปัญหาอาการบดเคี้ยวลำบาก หรือมีปัญหาด้านการออกเสียง
ข้อจำกัดของการทำรากเทียม
- การทำรากฟันเทียม ราคาค่อนข้างจะสูงกว่าการทำฟันปลอม
- ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาทันตแพทย์ก่อนทุกครั้ง
- หากเกิดอาการกระดูกขากรรไกรยุบ หรือกระดูกละลายตัว รากฟันเทียมอาจไม่สวยงาม
- ใช้เวลาผ่าตัดยาวนาน และต้องรอพักฟื้นหลังจากใส่รากฟันเทียม
ปลูกรากฟันเทียมที่ Smile & Co. Dental Clinic
การใส่รากฟันเทียมอย่างถูกต้อง จะช่วยให้รากเทียมอยู่กับเราได้นาน 10 ถึง 20 ปีเลยทีเดียว สำหรับผู้ที่กำลังมองหาคลินิกดี ๆ ในการปลูกรากฟันเทียม เราขอแนะนำให้เลือกใช้บริการกับสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน มีทันตแพทย์ผู้มากประสบการณ์ และ Smile & Co. Dental Clinic ก็เป็นหนึ่งในคลินิกทันตกรรมก็กำลังมาแรง
Smile & Co. Dental Clinic คือคลินิกทันตกรรมที่มีทันตแพทย์สาขาศัลยกรรมในช่องปาก ผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะพร้อมให้บริการ แพทย์ทุกท่านมีประสบการณ์มาแล้วมากมาย คลินิกเครื่องมือใช้เครื่องมือทำรากฟันที่สะอาด ปลอดภัย และที่สำคัญวัสดุรากฟันเทียมได้รับรองมาตรฐานสากล มั่นใจได้เลยว่า ที่นี่มีแต่ข้อดีแน่นอน อยากมีสุขภาพฟันที่ดี ปรึกษา Smile & Co. Dental Clinic ได้เลย