เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปัดฝุ่นสายสีแดง Missing Link จิ๊กซอว์ใหม่ ‘เชื่อม 3 สนามบิน’ 
Economic ปัดฝุ่นสายสีแดง Missing Link จิ๊กซอว์ใหม่ ‘เชื่อม 3 สนามบิน’ 
พยากรณ์อากาศวันนี้ (17 ก.ค. 69) ฝนลดลง กทม. ฝนตก 40% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (17 ก.ค. 69) ฝนลดลง กทม. ฝนตก 40% ของพื้นที่
Festival Economy จับเทรนด์ธุรกิจคอนเสิร์ตหมื่นล้าน 
Business Festival Economy จับเทรนด์ธุรกิจคอนเสิร์ตหมื่นล้าน 
ท่องเที่ยวไทยมุ่ง High Value ททท.เขย่าแผนปฏิบัติการปี’70 ครั้งใหญ่
Business ท่องเที่ยวไทยมุ่ง High Value ททท.เขย่าแผนปฏิบัติการปี’70 ครั้งใหญ่
ราคาน้ำมันวันนี้ (17 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (17 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (17 ก.ค. 69) ปรับลง 1.35% อยู่ที่ 63,842 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (17 ก.ค. 69) ปรับลง 1.35% อยู่ที่ 63,842 เหรียญสหรัฐ
นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
Politics นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
Biz Movement ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
News กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
Biz Movement อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
ดูทั้งหมด

“การสัมมนาพระคัมภีร์ของชินชอนจิประจำปี 2024 โดยทวีปเอเชีย 1 – ฟิลิปปินส์]

26 เม.ย. 2567 | 13:57น.
"การสัมมนาพระคัมภีร์ของชินชอนจิประจำปี 2024

“การสัมมนาพระคัมภีร์ของชินชอนจิประจำปี 2024 โดยทวีปเอเชีย 1 – ฟิลิปปินส์] ประธานลี มันฮี: ‘ภารกิจของผมคือการเป็นพยานถึงเหตุการณ์ในวิวรณ์ตามที่ผมเคยได้ยินและได้เห็นมา'”

ลี มันฮี ประธานของชินชอนจิ

ได้นำเสนอการบรรยายที่ทรงพลังและเต็มไปด้วยความมั่นใจเกี่ยวกับวิวรณ์ในประเทศฟิลิปปินส์ ‘คำพยานเกี่ยวกับการสำเร็จที่เป็นจริงในวิวรณ์’ ได้ถูกอธิบายอย่างมีเหตุผลและเป็นลำดับ ขั้นตอนผู้เข้าร่วมในพื้นที่ต่างปรบมือให้กับข้อความดังกล่าวนี้

“ภารกิจของบุคคลนี้ (ประธานลี มันฮี) คือ การส่งต่อสิ่งที่ได้เห็นและได้ยินจากเหตุการณ์ในวิวรณ์บทที่ 1 ถึง 22 สิ่งที่ฉันได้เห็นและได้ยิน สิ่งที่ฉันได้สัมผัส และสิ่งที่มีอยู่ในความเป็นจริง คือ สิ่งที่ฉันมาเพื่อแบ่งปันกับคุณ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะพูดอะไรก็ได้หรือแค่เพียงแค่เห็นด้วยแล้วพูด ‘อาเมน’ แต่คุณต้องเข้าใจยุคแห่งความเป็นจริง” นี่คือเป็นยุคที่คำสัญญานั้นได้ถูกทำให้สำเร็จและเป็นจริง

ภายในห้องบรรยาย ในประเทศฟิลิปปินส์ เสียงปรบมือดังก้องไปทั่วห้องซึ่งดูเหมือนจะจุคนได้หลายพันคนเมื่อมองในแวบแรก น้ำเสียงที่หนักแน่นและการบรรยายที่มั่นใจมาจากรูปร่างเล็กๆ ซึ่งดูเหมือนไม่น่าเป็นไปได้สำหรับคนที่อายุเกินเก้าสิบปี แต่สิ่งที่แสดงออกมานั้นกลับดูเรียบง่ายแม้แต่เด็กก็สามารถเข้าใจได้ ทันใดนั้น บรรยากาศก็เริ่มเข้มข้นขึ้น บุคคลที่ทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากโบสถ์ชินชอนจิแห่งพระเยซู วิหารพลับพลาแห่งสักขีพยาน ประธานลี มันฮี

ประธานลีทำการแนะนำตัวก่อน เช่นเดียวกับผู้เผยพระวจนะคนอื่นๆ

เมื่อวันที่ 20 เมษายน ประธานลีมาได้มาเยือนประเทศฟิลิปปินส์ นี่เป็นการมาเยือนครั้งที่ 12 ของเขา นับตั้งแต่ครั้งแรกในปี 2013

ในวันนั้น ประธานลีได้เริ่มงาน ‘สัมมนาพระคัมภีร์ของชินชอนจิประจำปี 2024 โดยทวีปเอเชีย (I)’ ด้วยการเยี่ยมชมศูนย์การประชุมนานาชาติแห่งฟิลิปปินส์ การบรรยายจะดำเนินต่อไปตลอดทั้งปีในทวีปยุโรป แอฟริกา อเมริกา โอเชียเนีย และปิดท้ายอีกครั้งในเอเชีย (II) คริสตจักรชินชอนจิของพระเยซูได้จัดสัมมนาพระวจนะนี้เนื่องจากการตอบรับอย่างล้นหลามและการร้องขออย่างจริงจังจากศิษยาภิบาลและผู้เชื่อจำนวนมากทั่วโลกหลังจาก ‘สัมมนาพระธรรมวิวรณ์ ชินชอนจิ (Shincheonji Revelation Word Seminar)

ด้วยห้องบรรยายที่รองรับคนได้ถึง 4,000 คน ประธานลีขึ้นเวทีและแนะนำตัวเองก่อนและบอกถึงสิ่งที่ทำให้เขามีความเชื่อ ซึ่งให้ความรู้สึกคล้ายกับวิธีที่ผู้บันทึกพระคัมภีร์แนะนำเชื้อสายและยุคสมัยของตนก่อนเข้าสู่เนื้อหาหลัก

จากการแนะนำตัวของประธานลี เขาเกิดในปี ค.ศ.1931 ในเขตชองโด จังหวัดคยองซังบุกโด เกาหลีได้รับอิทธิพลจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ตกอยู่ภายใต้การปกครองอาณานิคมของญี่ปุ่น ตามมาด้วยสงครามเกาหลี ซึ่งเขาประสบโศกนาฏกรรมจากสงครามกลางเมืองในฐานะทหารในแนวหน้า เขาขอบคุณสำหรับการมีชีวิตรอดในสถานที่ที่ไม่มีแม้แต่หญ้าสักใบเดียว เพื่อที่จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ในช่วงที่มีการยิงสู้รบกันอย่างไม่หยุดยั้งจากทั้งพันธมิตรและศัตรู เขาจึงอธิษฐานต่อพระเจ้าแห่งสวรรค์ทุกในเย็น

ต่อมา โดยการนำจากดวงดาว (แสงอันยิ่งใหญ่) เขาได้ทำพันธสัญญากับพระเจ้าผ่านทางเลือดและเข้าสู่เส้นทางแห่งความเชื่อ ตามการนำทางของดวงดาว เขาได้ฝึกฝนความเชื่อที่โบสถ์แห่งหนึ่งซึ่งมีผู้ส่งสารเจ็ดคน แต่เขาต้องกลับบ้านหลังจากพบเห็นการทุจริต จากนั้นเขาได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาชุมชน 

แซมาอึล (หมู่บ้านใหม่) เป็นเวลาเจ็ดปี

หลังจากนั้นเขาได้พบกับสิ่งมีชีวิตฝ่ายวิญญาณจากสวรรค์และเริ่มการเดินทางในความเชื่อของเขาอีกครั้ง ในตอนแรกเขานมัสการบนภูเขา ในที่สุดด้วยการเปิดเผยสิ่งที่เขาได้รับทำให้มีผู้คนติดตามเขาเป็นจำนวนมาก ซึ่งนำไปสู่การเป็นคริสตจักรชินชอนจิแห่งพระเยซูในปัจจุบัน

“พระเยซูทรงบัญชาผู้ที่เป็นพยานของวิวรณ์ให้เป็นพยาน”

ประธานลีอธิบายเหตุผลโดยตรงว่าทำไมเขาถึงมาเป็นพยานเกี่ยวกับถ้อยคำในวิวรณ์ เขากล่าวว่า “เหตุการณ์ส่วนใหญ่ตั้งแต่บทที่ 1 ถึงบทที่ 22 ของวิวรณ์ถูกแสดงและมอบให้กับคนๆ เดียวโดยพระเยซู” เขากล่าวต่อว่า “บุคคลนี้จะพูดถึงทุกสิ่งที่เขาได้เห็นและได้ยินจนถึงบทที่ 22” เขาย้ำอีกครั้งว่าเป็น “คนหนึ่งที่เห็นทุกสิ่งตั้งแต่วิวรณ์บทที่ 1 ถึงบทที่ 22” โดยอธิบายว่าเมื่อคำพยากรณ์เหล่านี้สำเร็จ พระเยซูไม่ใช่พยาน แต่เป็นพระเยซูที่ทรงบัญชาผู้ที่เป็นพยานให้เป็นพยานต่อคริสตจักรต่างๆ โดยอ้างถึงวิวรณ์ 22 :16 และ 8 วิวรณ์ 22:16 บันทึกว่าพระเยซูทรงส่ง ‘ทูตสวรรค์ของพระองค์’ ไปยังคริสตจักรต่างๆ และข้อ 8 อ้างถึง ‘ฉัน ยอห์น’ ซึ่งบ่งบอกถึงผู้ที่ได้เห็นและได้ยินเหตุการณ์ในหนังสือวิวรณ์ทั้งเล่ม

ประธานลีกล่าวว่า “มีเวลาสำหรับการพยากรณ์และเวลาที่มันจะเกิดขึ้นจริงและสำเร็จ” และ “เมื่อมันสำเร็จเป็นจริงแล้ว เราจะต้องเห็นและเชื่อ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงมีการพยากรณ์ไว้ล่วงหน้า”

ประธานลีกล่าวว่า “ด้วยความคิดว่า ‘ฉันต้องบอกเรื่องทั้งหมดนี้ให้ทุกคนฟัง ไม่ใช่แค่เก็บไว้คนเดียว’ ฉันเดินทางไปทั่วโลกเพื่อส่งข้อความ” และ “ฉันเป็นพยานด้วยการไปที่ต่างๆประมาณ 32 ครั้งเพียงเพื่อถ่ายส่งต่อที่ฉัน ได้เห็นและได้ยิน”

“หากต้องการเข้าสู่สวรรค์ เราต้องพิสูจน์ความเป็นจริงที่ถูกทำให้สำเร็จและได้รับการประทับตรา”

นอกจากนี้ ประธานลียังยืนยันว่ายุคนี้คือ ‘เวลาที่วิวรณ์กำลังถูกทำให้สำเร็จ’ ประธานลีประกาศว่า “โลกกำลังหลับลึก โดยไม่รู้ว่าหนังสือวิวรณ์จากพระเจ้าจะสำเร็จหรือไม่” และยืนยันว่า “วิวรณ์มากกว่าครึ่งหนึ่งได้สำเร็จแล้ว”

ประธานลีกล่าวอย่างแข็งขันว่า “ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะสอนอะไรง่ายๆหรือแค่บอกว่าเห็นด้วยแล้วพูดว่า ‘อาเมน'” แต่ “คุณต้องเข้าใจยุคแห่งความจริงที่เกิดขึ้น มันเป็นยุคที่คำสัญญาเป็นจริง” เขาเน้นย้ำว่า “วิวรณ์รวมถึงสัตว์ร้ายที่มีเจ็ดหัวสิบเขา และดาวเจ็ดดวงนั้น มันเกี่ยวกับการทำความเข้าใจถึงสิ่งที่ปรากฏขึ้นจริงๆ ว่าสิ่งเหล่านี้หมายถึงอะไร” และย้ำว่า “เมื่อพระเจ้าทรงบันทึกการเกิดขึ้นของสิ่งเหล่านั้น ก็เพื่อว่าวันนี้เมื่อมันถูกทำให้เป็นจริง เราจะได้เห็น ได้ยิน และเชื่อ”

อ้างถึงวิวรณ์ 22:18-19 ประธานลีย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าไม่มีใครสามารถเข้าสวรรค์ได้หากพวกเขาเพิ่มเติมหรือตัดหนังสือวิวรณ์ออกไป ด้วยการทำเช่นนี้ เขาได้ทำให้เกิดการตื่นตัวในความเชื่ออย่างเร่งด่วน โดยกล่าวว่า “เราต้องรู้ทุกสิ่งโดยไม่ตัดออก ซึ่งเป็นการยากพอสมควรที่จะฝึกฝนแม้ว่าจะรู้ในทุกอย่างแล้ว แต่ถ้าขาดความรู้ที่แท้จริง เราก็จะสูญเสียความหวังนั้นได้”

ประธานลียังกล่าวอีกว่าหากใครปรารถนาสวรรค์และชีวิตนิรันดร์ พวกเขาต้องไปที่สุดขอบโลกหากจำเป็นเพื่อดูว่าสิ่งนั้นเป็นจริงตามพระคัมภีร์หรือไม่ ประธานลีเน้นย้ำว่า “ความเชื่อไม่ได้มีไว้เพื่อหาเงิน” และ “ไม่ใช่เวลาที่จะเชื่อด้วยความคิดแบบเก่า เราต้องตรวจสอบ หลังจากตรวจสอบแล้ว เราต้องตัดสินใจว่าจะเชื่อหรือไม่”

นอกจากนี้เขายังเน้นย้ำอีกครั้งว่าเราต้องเข้าใจวิวรณ์อย่างถ่องแท้และถูกผนึกราวกับว่าถูกประทับตรา ประธานลีถามว่า “คุณคิดว่าทำไมถึงมีเขียนไว้ในวิวรณ์ 22:18-19 ว่าจะไม่สามารถเข้าอาณาจักรสวรรค์ และจะถูกสาปแช่งหากพวกเขาพิ่มเติมหรือตัดออกจากสิ่งนี้  เขาตอบว่า “เพราะว่าถ้อยคำเหล่านี้จะต้องสำเร็จประหนึ่งเหมือนการประทับตรา”

ประธานลีเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสลักถ้อยคำไว้ในใจ เพื่อให้สามารถเป็น ‘พระคัมภีร์ที่เดินได้’ และ ‘พระคำที่มีชีวิต’ เขากล่าวว่าผู้ที่ทำเช่นนั้นจะกลายเป็นผู้ที่ได้รับการประทับตราตามที่กล่าวไว้ในวิวรณ์ 7 ผู้ซึ่งได้รับการช่วยให้รอด ประธานลีประกาศว่า “ไม่มีการเอ่ยถึงความรอดอื่นยกเว้น 144,000 ที่ถูกประทับตราไว้ และมหาชนในชุดขาว ใครก็ตามที่ไม่ถูกประทับตราเค้าจะเป็นเพียงกองดิน ที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพวกเขา มีเพียงผู้ที่ถูกประทับตราเท่านั้นที่สามารถเข้าไปใน อาณาจักรแห่งสวรรค์.” เขายังกล่าวอย่างแน่วแน่ว่า “ผู้ที่ได้รับการประทับตราสามารถอยู่ในสวรรค์ มีชีวิตนิรันดร์ และเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของพระเจ้า แต่ผู้ที่ไม่ได้ประทับตรา จะไม่มีความสัมพันธ์ใดๆกับพระเจ้า”

สำหรับคนในท้องถิ่น ประธานลีมักกล่าวคำทักทายเช่น “ฉันมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับประเทศฟิลิปปินส์” “ฟิลิปปินส์เป็นสถานที่แรกที่ฉันเป็นพยานหลังจากได้รับคำกล่าวนี้” และ “ฉันจึงได้แสดงความรักนี้ความรักต่อฟิลิปปินส์”

ในความเป็นจริง ฟิลิปปินส์รักษาความสัมพันธ์กับประธานลีมานานกว่าทศวรรษ นอกเหนือจากกิจกรรมทางศาสนาของเขาแล้ว ในฐานะตัวแทนขององค์กรระหว่างประเทศที่ไม่ใช่ภาครัฐ HWPL (วัฒนธรรมสวรรค์ สันติภาพโลก การฟื้นฟูแสงสว่าง) เขาได้เยือนฟิลิปปินส์และเป็นสื่อกลางในข้อตกลงสันติภาพพลเรือนฉบับแรกในมินดาเนา ซึ่งขัดแย้งกันมานานกว่า 40 ปี. หลังจากนั้น สันติภาพก็ได้รับการสถาปนาขึ้นในภูมิภาค และข่าวนี้ได้รับความสนใจจากทั่วโลก

ในขณะเดียวกัน ในช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ในปี 2020 ซึ่งเป็นช่วงที่พรมแดนถูกปิด โบสถ์ชินชอนจิแห่งพระเยซูได้จัดสัมมนาพระวจนะคำทางออนไลน์ และทำให้ชุมชนศาสนาทั่วโลกต้องตกตะลึง หลังจากได้รับพระวจนะคำจากชินชอนจิ นิกายจำนวนมากก็หลั่งไหลเข้ามาเพื่อขอแลกเปลี่ยน นำไปสู่การทำ MOU สำหรับการแลกเปลี่ยนพระคำกับคริสตจักรในประเทศ 443 แห่งและคริสตจักร 9,462 แห่ง จาก 77 ประเทศ หลังจากการแลกเปลี่ยนพระวจนะคำ คริสตจักร 1,382 แห่งใน 38 ประเทศ ได้เปลี่ยนป้ายเป็นชื่อโบสถ์ชินชอนจิแห่งพระเยซู วิหารพลับพลาแห่งสักขีพยาน

โบสถ์ชินชอนจิแห่งพระเยซูประกาศว่า “เนื่องจากการตอบรับอย่างล้นหลามและการร้องขออย่างจริงจังจากศิษยาภิบาลและผู้เชื่อจำนวนมากทั่วโลก เราจะเป็นเจ้าภาพ ‘สัมมนาพระวจนะคำชินชอนจิภาคพื้นทวีปปี 2024’ โดยเริ่มที่เอเชีย (I) ในวันที่ 20 เมษายน การสัมมนาพระวจนะมีกำหนดจะจัดขึ้นตลอดทั้งปี ทั้งในทวีปยุโรป แอฟริกา อเมริกา โอเชียเนีย และเอเชีย (II) การสัมมนาจะมีการถ่ายทอดสดในหลายภาษาบน YouTube เพื่อให้ทุกคนทั่วโลกได้รับชม”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พระคัมภีร์