เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

สินเชื่อคืออะไร ทำไมควรรู้ก่อนวางแผนขอสินเชื่อ?

02 ส.ค. 2567 | 14:53น.
สินเชื่อคือ

สินเชื่อคือ

Img : what-is-a-loan

หลายคนวางแผนซื้อรถซื้อบ้าน แต่จะให้ซื้อเงินสดไม่ว่าใครก็ไม่มีเงินจ่ายไหว ทำให้ต้องมองหาตัวช่วยอย่างการขอสินเชื่อ แต่ก็ไม่รู้ว่าสินเชื่อคืออะไร และแตกต่างจากหนี้นอกระบบอย่างไรบ้าง? ด้วยเหตุนี้เราจึงพาทุกคนมาหาคำตอบกันว่าสินเชื่อคืออะไร พร้อมแนะนำสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่ออเนกประสงค์ และสินเชื่อบ้าน หลังจากรู้แล้ว เตรียมขอสินเชื่อให้ถูกกันได้เลย!

สินเชื่อคืออะไร ต่างจากหนี้นอกระบบอย่างไร?

สินเชื่อ หมายถึง วงเงินที่สถาบันการเงินเสนอให้แก่ผู้กู้ เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ที่ตนเองต้องการ เช่น จ่ายค่าเทอม ค่าซ่อมบ้าน หรือค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น ซึ่งวงเงินสินเชื่อ คือ จำนวนเงินสูงสุดที่สถาบันการเงินจะเสนอให้แก่ผู้กู้รายนั้น โดยเมื่อได้วงเงินสินเชื่อมาแล้ว ผู้กู้มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินต้นคืนให้แก่สถาบันการเงินพร้อมดอกเบี้ยตามที่กำหนด

เมื่อพูดถึงคำว่าสินเชื่อ หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าหนี้นอกระบบก็เป็นสินเชื่อประเภทหนึ่งเช่นกัน เพียงแต่หนี้นอกระบบเป็นสินเชื่อผิดกฎหมายที่ให้ผู้กู้ทำเรื่องขอได้ง่ายกว่า แต่ก็แลกมาด้วยการจ่ายดอกเบี้ยที่สูงมาก บางเจ้าคิดดอกเบี้ยเกินกว่า 500% ต่อปี ดังนั้น หากเป็นไปได้ควรเลือกขอสินเชื่อในระบบถูกกฎหมายอย่าง Promise ที่แม้เป็นผู้มีรายได้น้อย ทำงานประจำได้เพียง 1 เดือนก็สมัครขอสินเชื่อได้

ประเภทสินเชื่อในแต่ละรูปแบบที่ควรรู้มีอะไรบ้าง วงเงินสินเชื่อคือ

ความรู้เกี่ยวกับสินเชื่อถูกกฎหมายและผิดกฎหมายเบื้องต้นตามที่ได้กล่าวไป เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่คุณควรรู้ก่อนขอสินเชื่อเท่านั้น เพราะความรู้ด้านสินเชื่อมีมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเภทของสินเชื่อซึ่งจะมีสินเชื่ออะไรบ้าง และสินเชื่อส่วนบุคคลที่น่าสนใจมีกี่ประเภท สามารถศึกษากันได้ดังนี้

  1. สินเชื่อส่วนบุคคล

สินเชื่อส่วนบุคคล คือ สินเชื่อที่ให้ผู้กู้นำเงินไปใช้จ่ายได้ตามต้องการโดยไม่ติดเงื่อนไขการใช้เงินเหมือนกับสินเชื่อรถ หรือสินเชื่อบ้าน ซึ่งสินเชื่อส่วนบุคคลธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้อัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกินร้อยละ 25% ต่อปี และสินเชื่อส่วนบุคคลไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันในขั้นตอนขอสินเชื่อ ทำให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงแหล่งเงินด่วนได้

แล้วสินเชื่อส่วนบุคคลมีอะไรบ้าง? ตัวอย่างสินเชื่อที่น่าสนใจนั่นคือสินเชื่อ Promise” ซึ่งเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทที่ทำสัญญาแล้วรับเงินไปทั้งก้อน กำหนดให้ผู้ขอสินเชื่อที่มีเงินเดือนเริ่มต้นที่ 8,000 บาทขึ้นไป โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15-25% ต่อปี ซึ่งประกอบไปด้วยดอกเบี้ย 15% ต่อปี และค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน 0-10% ต่อปี อนุมัติวงเงินตั้งแต่ 1.5-5 เท่าของรายได้ และขอสินเชื่อได้ไม่เกิน 300,000 บาท*

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าสินเชื่อ Promise จะอนุมัติวงเงินกู้ให้แก่ผู้กู้ทุกคน เพราะทาง Promise ตรวจสอบประวัติ รวมทั้งพิจารณาการปล่อยสินเชื่ออย่างรอบคอบ หากผู้กู้มีเครดิตทางการเงินดี ไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ Promise ก็มีโอกาสอนุมัติวงเงินให้

ทั้งนี้ บัตรกดเงินสดก็เป็นอีกหนึ่งประเภทของสินเชื่อส่วนบุคคลที่อาจคุ้นเคยกันดี ซึ่งอัตราดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดเหมือนกับสินเชื่อส่วนบุคคลอย่าง Promise เพียงแต่การใช้วงเงินบัตรกดเงินสด ต้องไปเบิกถอนที่ตู้ ATM ในขณะที่สินเชื่อ Promise จะโอนเงินก้อนเข้าบัญชีโดยตรง ทำให้การใช้วงเงินสะดวกสบายกว่า ทั้งนี้อย่าลืมศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนการสมัครที่ promise.co.th และเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ และธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

  1. สินเชื่ออเนกประสงค์

หลายคนไม่รู้ว่าสินเชื่ออเนกประสงค์หมายถึงอะไร และเข้าใจว่าเป็นสินเชื่อประเภทเดียวกับสินเชื่อส่วนบุคคล เพราะนำวงเงินกู้ไปใช้จ่ายได้ตามความต้องการโดยไม่มีข้อจำกัด แต่อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อทั้งสองไม่เหมือนกัน เนื่องจากสินเชื่ออเนกประสงค์ สถาบันการเงินมักจะคิดดอกเบี้ยแบบลอยตัว ทำให้ผู้กู้ต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มในช่วงที่สถาบันการเงินประกาศเพิ่มดอกเบี้ย MRR 

และถ้าสงสัยว่าวงเงินของทั้งสองสินเชื่อคืออะไร เหมือนกันหรือไม่? บอกตรงนี้เลยว่าแตกต่างกันแน่นอน เพราะสินเชื่ออเนกประสงค์มักให้วงเงินกู้มากกว่าสินเชื่อส่วนบุคคล เนื่องจากสินเชื่ออเนกประสงค์กำหนดให้ผู้กู้ต้องวางหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทำให้สถาบันการเงินมั่นใจว่าผู้กู้มีเครดิตทางการเงินดีจึงเสนอวงเงินสูงกว่าให้นั่นเอง

  1. สินเชื่อบ้าน

สินเชื่อบ้าน หมายถึง เงินกู้ที่ใช้สำหรับการซื้อที่อยู่อาศัยประเภทต่าง ๆ เช่น บ้านเดี่ยว คอนโด หรือทาวน์เฮาส์ และสินเชื่อบ้านระบุให้ผู้กู้ต้องนำเงินไปใช้ซื้อบ้านตามประเภทที่กำหนดเท่านั้น ไม่สามารถนำเงินกู้ไปใช้จ่ายกับเรื่องอื่น ๆ ได้เหมือนกับสินเชื่ออเนกประสงค์ หรือสินเชื่อส่วนบุคคล

หากคุณอยากรู้ว่าจะกู้ซื้อบ้านได้ในราคาเท่าไหร่ ก็หาได้จากสูตรคำนวณวงเงินสินเชื่อบ้าน นั่นคือ เงินที่สามารถผ่อนชำระไหวต่อเดือน x150 เช่น ถ้าคาดการณ์ว่าผ่อนบ้านได้เดือนละ 15,000 บาท หมายความว่าวงเงินกู้ซื้อบ้านที่เหมาะสม และไม่ทำให้เหนื่อยเกินไปเท่ากับ 2,250,000 บาท

ข้อดีหลังจากขอสินเชื่อแล้ว คืออะไรบ้าง

ความรู้เกี่ยวกับสินเชื่อทั้ง 3 ประเภทแบบเบื้องต้น ช่วยให้ทุกคนเข้าใจมากขึ้นว่าสินเชื่อในระบบถูกกฎหมายมีอะไรบ้าง และหากอยากรู้ว่าถ้าขอสินเชื่อแล้วจะมีประโยชน์อย่างไร? ก็อ่านได้จากตัวอย่างดังต่อไปนี้ 

  • ต่อเติมบ้าน
    เมื่อซื้อบ้านได้สักพัก คงไม่พ้นต้องต่อเติมบ้านเพื่อรองรับกับสมาชิกครอบครัวที่มากขึ้น ซึ่งหลายคนไม่มีเงินก้อนสำหรับต่อเติมบ้านในคราวเดียว เพราะการต่อเติมบ้านใช้เงินจำนวนมาก แต่ถ้าขอสินเชื่อส่วนบุคคล อย่างสินเชื่อ Promise ที่อนุมัติไวภายใน 1 ชั่วโมง* ก็จะมีเงินมารีโนเวทบ้านใหม่ได้ทันที

    *หากยื่นเอกสารครบถ้วนภายใน 18.00 น. และไม่มีเหตุขัดข้องด้านเอกสารหรือระบบ จะสามารถอนุมัติได้ภายใน 1 ชั่วโมงหรือภายในวันถัดไป
  • ซ่อมรถยนต์
    หากเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน ผู้ทำประกันชั้นหนึ่งอาจไม่เดือดร้อนอะไร เพราะบริษัทประกันจ่ายค่าความเสียหายครอบคลุมทั้งค่าซ่อมรถยนต์ ค่ารักษาพยาบาลทั้งตัวเราเองและคู่กรณี รวมไปถึงความเสียหายในกรณีที่ชนเข้ากับบุคคลที่สามที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่สำหรับผู้ที่ทำประกันชั้น 2 และชั้น 3 เป็นปัญหาใหญ่แน่นอน เพราะบริษัทประกันไม่ได้จ่ายค่าความเสียหายทุกอย่างให้

    ด้วยเหตุนี้ ผู้ทำประกันชั้น 2 และชั้น 3 ก็ไม่พ้นต้องจ่ายเงินส่วนตัวไปกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอุบัติเหตุบนท้องถนน เมื่อไม่มีเงินจ่ายก็ไม่สามารถนำรถยนต์ไปใช้ทำงาน สูญเสียโอกาสทางรายได้ แต่เมื่อขอสินเชื่อส่วนบุคคลที่ให้เงินก้อนแล้ว ก็จะมีเงินมาจ่ายค่าซ่อมรถยนต์ และกลับไปทำงานได้อีกครั้ง
  • ปิดหนี้นอกระบบ
    ผู้มีรายได้น้อยเลือกแก้ปัญหาสภาพคล่องด้วยการกู้หนี้นอกระบบ ซึ่งยิ่งซ้ำเติมให้ปัญหาการเงินย่ำแย่ลงไปมากกว่าเดิม จากการต้องหาเงินทุกวันมาจ่ายดอกเบี้ยลอย และสุดท้ายก็ปิดหนี้นอกระบบไม่ได้ หลายคนจึงเลือกไปกู้หนี้นอกระบบเจ้าใหม่ เพื่อโปะหนี้เก่า แต่ถ้าขอสินเชื่อส่วนบุคคลแล้ว ก็จะสามารถนำเงินมาปิดหนี้นอกระบบก่อนได้ แล้วค่อยผ่อนชำระเงินคืนกับหนี้ในระบบที่คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าภายหลัง

ข้อควรระวังของสินเชื่อ คืออะไรบ้าง สินเชื่อหมายถึง

สินเชื่อถ้าใช้ให้ดีก็มีประโยชน์ แต่หากนำสินเชื่อไปใช้โดยไม่วางแผนแล้ว ก็ทำให้ผู้กู้พบกับปัญหาน่าปวดหัว และทำให้แผนการเงินที่วางเอาไว้เกิดสะดุดกลางคัน ถ้าอยากรู้ว่าข้อควรระวังของสินเชื่อคืออะไรบ้างก็มาดูกัน!

  • หลีกเลี่ยงการใช้สินเชื่อเต็มวงเงิน
    ตามที่อธิบายไปข้างต้นว่าวงเงินสินเชื่อคือจำนวนเงินกู้สูงสุดที่ผู้กู้จะสามารถใช้เงินได้ ซึ่งผู้กู้จำนวนไม่น้อยใช้เงินกู้เต็มวงเงิน ทำให้ไม่สามารถนำเงินกู้ไปใช้เมื่อเกิดเหตุจำเป็น ดังนั้นจึงควรเหลือวงเงินกู้ไว้บางส่วน สำหรับการใช้จ่ายยามฉุกเฉิน แต่ถ้าไม่ต้องการกังวลเรื่องวงเงิน สินเชื่อ Promise พร้อมเสนอวงเงินเพิ่มเติมให้แก่ผู้กู้คุณภาพดีที่มีประวัติชำระหนี้อย่างสม่ำเสมออีกด้วย
  • ไม่ใช้สินเชื่อผิดวัตถุประสงค์
    สินเชื่อแต่ละแบบมีวัตถุประสงค์การใช้ไม่เหมือนกัน เช่น สินเชื่ออเนกประสงค์ และสินเชื่อส่วนบุคคลเหมาะแก่การใช้จ่ายทั่วไปหรือใช้จ่ายยามฉุกเฉิน แต่ก็มีบางคนนำวงเงินกู้จากสินเชื่อดังกล่าวไปซื้อรถยนต์ ทั้งที่หากขอสินเชื่อรถยนต์แล้วจะจ่ายดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่ออเนกประสงค์ และสินเชื่อส่วนบุคคลอยู่มาก
  • ชำระให้ตรงเวลา
    หลายคนมักประมาท ไม่ชำระสินเชื่อให้ตรงเวลา เนื่องจากมองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้าลืมจ่ายสินเชื่อแม้แต่วันเดียวเป็นเรื่องใหญ่แน่นอน เพราะดอกเบี้ยสินเชื่อทุกประเภทมีหลักการคิดคือ นำอัตราดอกเบี้ยคำนวณเป็นรายวัน ดังนั้น หากยิ่งค้างชำระนานวันเท่าไหร่ ดอกเบี้ยจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

สรุป

จากความรู้เกี่ยวกับสินเชื่อที่ได้นำเสนอมาทั้งหมด ทุกคนคงจะรู้แล้วว่าสินเชื่อคืออะไร และมีสินเชื่ออะไรบ้าง เมื่อได้เงินกู้มาแล้วควรใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ใช้เงินกู้เท่าที่จำเป็น และผ่อนตรงเวลาทุกงวด หากทำได้ก็ไม่ต้องกังวลปัญหาการเป็นหนี้เกินตัว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สินเชื่อคืออะไร