เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
Biz Movement “อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
SD ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
Business ‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
Politics นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
SD เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
World ‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
Finance อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
Politics นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
Politics รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
ดูทั้งหมด

Co-payment ประกันสุขภาพ คืออะไร? มีเงื่อนไขในการทำประกันอย่างไร

27 ก.พ. 2568 | 16:40น.
Co-payment ประกันสุขภาพ คืออะไร? มีเงื่อนไขในการทำประกันอย่างไร

Co-payment หรือที่หลายๆท่านเข้าใจกันง่ายๆ ก็คือ “การร่วมจ่าย”  ซึ่งตัวระบบเป็นระบบ Co-payment  จะเป็นตัวที่กำหนดให้ผู้รับบริการต้องจ่ายค่าบริการบางส่วนด้วยตัวเองแทนที่จะให้หน่วยงานภาครัฐหรือบริษัทประกันรับผิดชอบในใช้จ่ายทั้งหมด  โดยทั่วไปแล้วนั้น ระบบ Co-payment  เราจะสามารถพบได้บ่อยในด้านของการประกันภัย เพราะจะช่วยในเรื่องของการแบ่งเบาภาระของภาครัฐหรือบริษัทประกัน ลดการใช้บริการที่ไม่จำเป็นเพื่อส่งผลดีต่อผู้ทำประกันด้านประกัน

ระบบ Co-payment เป็นอย่างไร?

ถึงระบบ Co-payment  จะมีมานานแล้วก็จริง แต่ก่อนที่เราๆ จะหันมาใช้ระบบนี้นั้นซึ่งแน่นอนว่าก่อนหน้านั้นก็มีในเรื่องของการบริหารจัดการด้วยตัวผู้ประกันเอง และเดิมทีก่อนที่จะมีระบบ Co-payment ให้บริการนั้น เราจะให้บริการผู้ป้วยในรูปแบบของ “การให้บริการฟรี” หรือ “การประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย โดยที่ประชาชนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรืออาจจะเสียเพียงแค่เล็กๆน้อยๆตามค่าบริการ

เมื่อผู้คนเริ่มให้ความสนใจด้านของประกันสุขภาพกันมากขึ้นก็กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของระบบ Co-payment ที่ได้ถูกนำมาใช้ครั้งแรกใน ยุโรปและอเมริกาเหนือ ตั้งแต่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยมีเป้าหมายในเรื่องของการลดภาระของระบบประกันสุขภาพและงบสำรองจากภาครัฐ โดยระบบ Co-payment ในประเทศไทย เคยใช้ระบบเหมาจ่าย สำหรับบุคคลบางกลุ่ม อย่างเช่น ข้าราชการและแรงงานในระบบประกันสังคม แต่เมื่อมาถึงยุคของ  “บัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค” ในปี 2545 จึงทำให้ไม่ได้ใช้ระบบ Co-payment จึงทำให้ภาระความรับผิดชอบตกไปอยู่ที่ฝั่งรัฐบาลโดยตรง และนั่นทำให้ทางได้เริ่มทดสอบระบบ Co-payment ในโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • โครงการ Co-payment คนละครึ่ง ในปี 2563 ในช่วงโควิด-19 เพื่อเป็นการใช้หลักการร่วมจ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
  • โครงการร่วมจ่ายในระบบสาธารณสุข เพื่อลดภาระงบประมาณภาครัฐ

Co-payment ช่วยอะไรสำหรับผู้ทำประกัน?

Co-payment เป็นระบบที่ผู้ทำประกันต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลหรือบริการทางการแพทย์บางส่วนร่วมกับบริษัทประกัน นั่นจึงทำให้เกิดเป็นทางเลือกสำหรับภาครัฐหรือบริษัทประกันจ่ายค่าบริการหรือความรับผิดความคุ้มครองด้านสุขภาพให้มีความสมเหตุสมผลและเอื้อต่อระบบสาธารณสุขในระยะยาวนั่นเองโดยสามารถอธิบายได้ดังนี้ 

  1. ช่วยลดค่าเบี้ยประกัน
  • เนื่องด้วยค่าบริการในส่วนของค่ารักษาทำให้ผู้ทำประกันต้องร่วมจ่ายเองบางส่วน จุดนี้ทำให้บริษัทประกันสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายในการคุ้มครองได้
  • ส่งผลให้เบี้ยประกันถูกลงเมื่อเทียบกับประกันสุขภาพที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  • ช่วยให้คนจำนวนมากสามารถเข้าถึงแผนประกันสุขภาพที่เหมาะสมกับงบของผู้ที่สนใจทำประกันได้มากขึ้น 
  1. ควบคุมการใช้บริการที่ไม่จำเป็น
  • ระบบ Co-payment ทำให้ผู้ซื้อประกันรู้ขอบเขตของการใช้สิทธิ์ในเรื่องของการรับการรักษาหรือใช้บริการทางการแพทย์
  • ลดการใช้บริการทางการแพทย์โดยไม่จำเป็น อย่างเช่น การเข้าพบแพทย์โดยไม่ใช่กรณีเร่งด่วน
  1. เพิ่มความรับผิดชอบต่อตัวผู้ทำประกันในเรื่องของสุขภาพ
  • เมื่อเป็นระบบนี้ ทางผู้ซื้อประกันจรับรู้ถึงค่าบริการต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายบางส่วน จุดนี้จะทำให้ผู้ซื้อประกันให้ความสำคัญกับสุขภาพของตนเองมากขึ้น
  • กระตุ้นให้ผู้ทำประกันหันมาสนใจดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น เช่น การดูแลอาหาร การออกกำลังกาย และการป้องกันโรค เพื่อลดโอกาสเกิดการเจ็บป่วย
  1. ช่วยให้ระบบสุขภาพมีความยั่งยืน
  • การมีระบบ Co-payment ช่วยลดภาระทางการเงินของรัฐและบริษัทประกันเพิ่มขึ้น เพราะผู้ซื้อประกันมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกินมาจากการักษา
  • ช่วยทางภาครัฐกระจายงบประมาณเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์จริงๆ ได้มากขึ้น

กลุ่มลูกค้าที่นิยมใช้ Co-payment

  1. กลุ่มพนักงานบริษัท
    บริษัททั่วไปจะมีแผนประกันที่มีระบบ Co-payment ให้พนักงานได้รับความคุ้มครองทางการแพทย์ที่ดีขึ้น โดยไม่ต้องรับภาระค่าเบี้ยประกันที่สูงเกินไป พร้อมทั้งยัง ช่วยให้บริษัทสามารถจัดสรรสวัสดิการพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตัวพนักงานเองก็จะมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ทำให้มีการใช้บริการจากโรงพยาบาลอย่างคุ้มค่าและเหมาะสมตามสถานการณ์
  2. กลุ่มผู้ประกอบการหรือฟรีแลนซ์
    แน่นอนว่ากลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้คือผู้ที่ทำงานอิสระและต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเองทั้งหมด จึงเป็นที่มาสำหรับการเลือกใช้ประกันสุขภาพที่มีระบบ Co-payment จะช่วยให้เบี้ยประกันถูกลง และเพิ่มความคุ้มครองที่เหมาะสมกับตนเอง และไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยสูงเกินไป เนื่องด้วยระบบ Co-payment มีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย และสามารถวางแผนด้านสุขภาพในระยะยาวได้ดีขึ้น
  3. กลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว
    ในด้านของกลุ่มลูกค้าสูงอายุต่างก็เข้าใช้บริการทางการแพทย์บ่อยครั้ง ฉะนั้นแล้วบุคคลกลุ่มนี้จึงนิยมเลือกใช้บริการประกันด้านสุขภาพที่มีระบบ Co-payment เพราะจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในกรณีที่ต้องรักษาโรคเรื้อรัง และได้รับการดูแลทางสุขภาพที่ดีขึ้น โดยไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับเงินออมทั้งหมด

Co-payment ช่วยอะไรสำหรับผู้ทำประกัน?

อย่างที่เกริ่นๆไปข้างต้นแล้วนั้น เจ้าระบบ Co-payment เป็นระบบที่ผู้ทำประกันต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลหรือบริการทางการแพทย์บางส่วนร่วมกับบริษัทประกันที่เลือกไว้ และด้วยความไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อน หรือว่าจ่ายค่ารักษาแบบเต็มจำนวน เมื่อผู้ที่สนใจใช้บริการ Co-payment จากค่ายประกันแล้วนั้น ตัวผู้ทำประกันหรือผู้ซื้อประกันจะได้รับสิทธิดังนี้ 

  1. ช่วยลดค่าเบี้ยประกัน
  • เนื่องด้วยผู้ทำประกันต้องร่วมจ่ายเองบางส่วน ทำให้บริษัทประกันสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายในการคุ้มครองได้  จุดนี้จะส่งผลให้เบี้ยประกันถูกลงเมื่อเทียบกับประกันสุขภาพที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  • ช่วยให้คนจำนวนมากสามารถเข้าถึงแผนประกันสุขภาพที่เหมาะสมกับงบที่มี ไม่ต้องจ่ายเยอะ หรือทำให้การทำประกันเป็นการเพิ่มภาระในอนาคต
  1. ควบคุมการใช้บริการที่ไม่จำเป็น
  • ระบบ Co-payment จะทำให้ผู้ที่ทำประกันได้มีการคำนวนการใช้จ่ายมากขึ้น หากว่าตัวเองต้องเข้ารับการรักษา ตัวผู้ให้บริการประกันช่วยรับผิดชอบในส่วนที่คุ้มครอง ในส่วนที่เกินผู้ทำประกันต้องเป็นคนรับผิดชอบ จุดนี้จะทำให้ผู้ทำประกันทราบว่าตัวเองจะจ่ายเท่าไหร่ในส่วนต่าง ทำให้ผู้ทำประกัน ไม่ใช้สิทธิเกินความจำเป็น

Co-payment คืออะไร คือ ระบบที่ช่วยให้การบริหารค่าใช้จ่ายในเรื่องของสุขภาพ และในปัจจุบันหลายๆบริษัทประกันก็มีการใช้งานด้วยระบบ Co-payment เพื่อให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมและไม่เกินความจำเป็น หากผู้ซื้อประกันต้องการรับการรักษาที่เกินขอบเขตความคุ้มครองจากบริษัทประกัน ในส่วนของค่ารักษาและค่าบริการส่วนต่างตัวผู้ทำประกันต้องเป็นผู้รับผิดชอบเอง และนั้นทำให้ผู้ที่ทำประกันมีความตระนักถึงเรื่องการใช้บริการที่เกินความจำเป็น และทำให้ผู้ที่สนใจทำประกันมีความสนใจในเรื่องของการดูแลสุขภาพของตัวเองมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ https://www.ichalita.com/articles/health/co-payment/

https://www.tlaa.org/

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประกันสุขภาพ