ฮั่วเซ่งเฮง คาดเป้าหมายทองคำที่ 6,000 ดอลลาร์ สหรัฐฯ เสี่ยงเกิดซ้ำ Government Shutdown
รัฐบาลสหรัฐฯ กลับมาเผชิญความเสี่ยงในการปิดหน่วยงานภาครัฐ (Government Shutdown) อีกครั้ง จากความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศ ซึ่งอาจกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะความเชื่อมั่นของนักลงทุน
Government Shutdown อาจเกิดขึ้นอีกครั้งในสมัยทรัมป์ 2.0
บทเรียนจากการชัตดาวน์ครั้งที่แล้ว ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2568 และยืดเยื้อยาวนานถึง 43 วัน ได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจถึง 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ และทำให้ความล่าช้าในการใช้จ่ายของภาครัฐมีมูลค่าสูงกว่า 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ความเสียหายที่ชัดเจนคือความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและตลาดการเงิน
นอกจากนี้ การปิดหน่วยงานภาครัฐ ยังส่งผลให้นักลงทุนหันไปถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย และราคาทองคำในช่วงชัตดาวน์ครั้งก่อนตอบสนองในเชิงบวกจากแรงซื้อเชิงป้องกันความเสี่ยงของนักลงทุน
สำหรับปีนี้ การชัตดาวน์อาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาด หากร่างกฎหมายงบประมาณไม่ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาได้ทันก่อนเส้นตายในคืนวันศุกร์ที่ 30 ม.ค.นี้ และแม้ว่าการชัตดาวน์รอบนี้จะเป็นการปิดหน่วยงานภาครัฐบางส่วน (Partial Shutdown) และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงจำกัด แต่จะยิ่งเป็นการซ้ำเติมความเปราะบางของค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งล่าสุดอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปี ท่ามกลางกระแส “Sell America” และความกังวลต่อหนี้สาธารณะที่พุ่งขึ้น รวมถึงนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่ไม่มีความแน่นอน
ฮั่วเซ่งเฮงประเมินว่า หากเกิดการชัตดาวน์จริง ราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากแรงซื้อเพื่อป้องกันความเสี่ยง และตลาดมักตอบสนองเชิงบวกล่วงหน้าก่อนเหตุการณ์จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะหากความไม่แน่นอนยืดเยื้อและกระทบความเชื่อมั่นในวงกว้าง
ฮั่วเซ่งเฮง ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำปีนี้ที่ 6,000 ดอลลาร์
แนะพอร์ตลงทุนควรมีทองคำ 10–15%
ราคาทองคำโลกปรับขึ้นแล้วเกือบ 30% ทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพุงเฉียด 5,600 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศแตะ 81,950 บาทต่อบาททองคำ สะท้อนบทบาททองคำในฐานะเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่โดดเด่น
ล่าสุดเช้านี้ (29 ม.ค. 69) แม้ว่าราคาทองคำในตลาดโลกได้ปรับตัวลง แต่ถือว่าเป็นการปรับฐานและเป็นเรื่องที่ดีต่อแนวโน้มขาขึ้นทั้งระยะกลางและระยะยาว หากราคาทองคำยังสามารถรักษาฐานเหนือเส้นค่าเฉลี่ยได้ สำหรับมุมมองของนักวิเคราะห์ เชื่อว่าทิศทางของทองคำยังคงเป็นขาขึ้นต่อและมีโอกาสสร้างจุดสูงสุดใหม่ในระยะถัดไป
ทั้งนี้ ฮั่วเซ่งเฮงปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำปี 2569 สู่ระดับ 6,000 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ (หรือเทียบเท่าราคาทองคำในประเทศราว 88,000 บาทต่อบาททองคำ) พร้อมแนะนำให้นักลงทุนถือทองคำในพอร์ต 10–15% เพื่อรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลกในระยะถัดไป รวมทั้ง
ใช้กลยุทธ์ทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับสำคัญที่ระดับ 5,000 และ 4,500 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ (หรือเทียบเท่าราคาทองในประเทศราว 74,000 และ 67,000 บาทต่อบาททองคำ ตามลำดับ)