อั๊คโซ่โนเบล ปรับพอร์ต โอนธุรกิจสีตกแต่งอาคาร SEA ให้นิปปอนเพนต์ มูลค่า 1,350 ล้านดอลลาร์ฯ
อั๊คโซ่โนเบล เดินหน้าปรับพอร์ตโฟลิโอ ส่งมอบกรรมสิทธิ์ธุรกิจสีตกแต่งอาคารในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่นิปปอนเพนต์ มูลค่า 1,350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ภายใต้แนวทางการปรับสมดุลพอร์ตโฟลิโอเพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำในตลาดที่บริษัทได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ อั๊คโซ่โนเบลได้ลงนามในข้อตกลงที่มีผลผูกพันเพื่อขายธุรกิจสีตกแต่งอาคาร (Decorative Paints) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้แก่นิปปอนเพนต์
ข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมธุรกิจสีตกแต่งอาคารของอั๊คโซ่โนเบลในเจ็ดประเทศ ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย สิงคโปร์ ปาปัวนิวกินี และออสเตรเลีย ทั้งนี้ อั๊คโซ่โนเบล จะยังคงถือกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ในธุรกิจสีเคลือบ (Coatings) และองค์กรบริการธุรกิจส่วนกลาง ระดับโลก (Global Business Services)
ธุรกรรมดังกล่าวอ้างอิงมูลค่ากิจการรวม (Enterprise Value) ประมาณ 1,350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,200 ล้านยูโร) คิดเป็นอัตราส่วนมูลค่ากิจการต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EV/EBITDA) ของปีงบประมาณ 2025 เท่ากับ 21 เท่า โดยคาดว่าเงินสดสุทธิที่จะได้รับภายหลังหักภาษีและส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยแล้วจะมีจำนวนประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (900 ล้านยูโร) ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทได้จำหน่ายธุรกิจสีตกแต่งอาคาร ในประเทศอินเดียและปากีสถานไปแล้ว การจำหน่ายธุรกิจที่อยู่ระหว่างดำเนินการนี้จึงถือเป็นการสิ้นสุด การทบทวนพอร์ตโฟลิโอธุรกิจสีตกแต่งอาคารในภูมิภาคเอเชียของอั๊คโซ่โนเบล ทั้งนี้ บริษัทจะมุ่งเน้น อย่างเต็มที่ต่อการดำเนินการควบรวมกิจการกับแอ็กซอลตา (Axalta) ให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ต่อไป
นายเกร็ก ปูซ์-กีโยม (Greg Poux-Guillaume) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอั๊คโซ่โนเบล กล่าวว่า “การทบทวนพอร์ตโฟลิโอในภูมิภาคเอเชียที่เสร็จสิ้นลงอย่างประสบความสำเร็จนี้ เป็นส่วนหนึ่ง ของกลยุทธ์อย่างต่อเนื่องของเราในการมุ่งเน้นพอร์ตโฟลิโอไปยังด้านที่เราสามารถสร้างขนาดที่แตกต่างและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของตำแหน่งทางการตลาดได้”
“เราขอขอบคุณพนักงานทุกท่านของเราในภูมิภาคเอเชียที่ได้ร่วมกันสร้างธุรกิจสีตกแต่งอาคาร ที่ยอดเยี่ยม พร้อมด้วยแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่ง เรามีความเชื่อมั่นว่านิปปอนเพนต์ ซึ่งจะผนวกรวมกับธุรกิจของตนเองในประเทศเหล่านั้น จะสานต่อแรงขับเคลื่อนดังกล่าวต่อไป”
นางวี ซิว คิม (Wee Siew Kim) กรรมการ ผู้บริหารระดับสูงผู้แทน (Representative Executive Officer) และประธานร่วม (Co-President) ของนิปปอนเพนต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อนรับธุรกิจและทีมงานผู้มีความสามารถเหล่านี้เข้าสู่กลุ่มบริษัทของเรา ด้วยความมุ่งมั่นร่วมกันในการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ลูกค้าและคู่ค้าของเรา เราตั้งตารอที่จะต่อยอด จากรากฐานที่แข็งแกร่งซึ่งอั๊คโซ่โนเบลได้วางไว้ พร้อมทั้งส่งมอบคุณภาพ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในท้องถิ่นอันเป็นที่ยอมรับของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง”
ธุรกรรมดังกล่าวอยู่ภายใต้เงื่อนไขการปิดรายการตามปกติทั่วไป รวมถึงการได้รับอนุมัติจากหน่วยงาน กำกับดูแล โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงกลางปี ค.ศ. 2027 เว้นแต่การขายธุรกิจในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จเป็นการเฉพาะต่างหากในช่วงปลายปี ค.ศ. 2026