‘เบต้าแคล’ ออกโรงเร่งฟื้นเชื่อมั่นลูกค้า-จัดทัพบุกตลาดออนไลน์อาหารเสริม
‘เบต้าแคล’ ออกโรงเร่งฟื้นเชื่อมั่นลูกค้า-จัดทัพบุกตลาดออนไลน์อาหารเสริมมั่นใจปีนี้โกย 200 ล. รับเทรนด์สุขภาพมาแรงหลังนิวนอมอล
นายอรรคพล หยกยิ่งยง ประธานกรรมการ บริษัท โฮปฟูล จำกัด ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเบต้าแคล (BETACAL) เปิดเผยถึงกรณีที่อย. (องค์การอาหารและยา) เตือนระวังผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเบต้าแคลยกเลิกเลข อย. แต่แอบขายนั้น ซึ่งสถานะปัจจุบันเลข อย. ดังกล่าวได้ถูกยกเลิกไปแล้ว แต่มีการมาออกจำหน่ายแก่ผู้บริโภคนั้น เป็นสินค้าปลอม ซึ่งเกิดจากบุคคลผู้ไม่หวังดีและแสวงหาประโยชน์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ได้กระทำการปลอมสินค้าและวางจำหน่ายในตลาด ซึ่งการกระทำดังกล่าวมีผลกระทบต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่ผลิต จัดจำหน่าย และปลอมสินค้า ทั้งทางแพ่งและทางอาญาแล้ว พร้อมยืนยันและให้ความมั่นใจต่อผู้บริโภคทุกท่านว่า สินค้าที่ซื้อจากบริษัท โฮปฟูล จำกัด เป็นสินค้ามีคุณภาพไม่อันตราย และได้รับเลข อย. (เลขสารบบอาหาร) ถูกต้อง หากมีข้อสงสัยต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเบต้าแคลทั่วประเทศ หรือ ตรวจสอบสถานะเลข อย. ได้ด้วยตัวเองผ่าน 4 ช่องทาง คือ Line : @FDAthai, ORYOR Smart Application, www.fda.moph.go.th, www.oryor.com หรือ ตรวจสอบที่สายด่วน อย. 1556
สำหรับทิศทางของธุรกิจในขณะนี้กำลังไปได้ดีหลังเปิดตัวแบรนด์อาหารเสริมมาแล้วกว่า 1 ปี โดยผลิตดังกล่าวเป็นอาหารเสริมแคลเซียม บำรุงกระดูก ทำให้น้ำในข้อลดลง ปัจจุบันมีผลิต 2 ตัวที่วางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาด ส่วนใหญ่ 100 % จะจำหน่ายบนนแพลตฟอร์มออนไลน์ ผ่านตัวแทนจำหน่ายกว่า 40 ราย ทั่วประเทศ ลูกค้าหลัก คือ ผู้ที่มีอายุ 40 ปี ขึ้นไป หรือผู้สูงอายุที่มีอายุมากที่มีปัญหาเรื่องกระดูก โดยหลังจากเปิดตัวแบรนด์ลงสู้ศึกในตลาดปรากฎว่าได้รับผลตอบรับดีอย่างมากจากลูกค้าที่รักสุขภาพ และห่วงใยสุขภาพของคนที่รักมากขึ้น
อย่างไรก็ตามแม้ว่าในตลาดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจะมีอัตราการแข่งขันกันที่สูง แต่แบรนด์เบต้าแคล มีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถสู้คู่แข่งได้ เพราะเป็นสินค้าที่คุณภาพดี มีจุดต่างจากแบรนด์อื่น ๆ ช่วยแก้ไขปัญหาที่ลูกค้ากำลังประสบอยู่ได้เป็นอย่างดี ราคาประมาณกล่องละ 1,590 บาท 1กล่องรับประทานได้ 30 วัน ซึ่งปัจจุบันมีฐานลูกค้าถึง 20,000 คน และส่วนใหญ่มีการซื้อซ้ำ ทั้งนี้ตั้งเป้าว่าจะขยายฐานลูกทั่วประเทศได้ถึง 100,000 คน
ในส่วนของแผนการตลาดก็จะยังคงเน้นการจำหน่าย และการทำแคมเปญการตลาดผ่านออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง ขยายฐานลูกค้าออนไลน์ให้ใหญ่ขึ้น และจะทุ่มงบการตลาดเฉลี่ยปีละ 10 ล้านบาท เพื่อขยายฐานลูกค้าให้มากกว่าเดิม นอกจากนี้ยังจะมีการอบรมตัวแทนจำหน่ายอยู่เป็นประจำเพื่อให้พัฒนามาตรฐานการบริการให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปในอนาคต รับการแข่งขันที่สูง รวมถึงการควบคุมการผลิตให้ดีมีคุณภาพ และให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบสินค้า ที่มาที่ไป เลข อย . หรืออื่น ๆ ได้บนช่องทางออนไลน์ แบบง่าย สะดวกสบาย

นายอรรคพล กล่าวอีกว่า ปี 2563 แม้ว่าจะเกิดโควิด-19 ระบาด แต่ธุรกิจได้รับผลกระทบน้อยมาก เพราะสินค้าส่วนใหญ่จำหน่ายผ่านออนไลน์จึงไม่ดัรับผลกระทบ ฐานลูกค้าเดิมก็ยังคงเหนี่ยวแน่นอยู่เลยทำให้สินค้าขยายตัวไปด้วยเรื่อย ๆ คาดว่าตลอดทั้งปี 2563 บริษัทจะมีรายได้ 200 ล้านบาท ปัจจัยบวกมาจากคนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น หลังโควิด -19 คนจะรักสุขภาพตัวเองมากขึ้น รวมถึงการเป็นห่วงคนที่รักจะมีมากขึ้น ทำให้อาหารเสริมจะป็นสินค้าขายดี ในขณะเดียวกันประเทศไทยก็กำลังจะก้าวสู่สังคมผู้สูงวัย ทำให้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงวัยขยายตัวตามไปด้วย จากการมองตลาดว่าจะขยายตัวทำให้บริษัทได้ปรับแผนจะออกสินค้าใหม่ทุก ๆ 6 เดือน ซึ่งยังคงคอนเซ็ปต์สินค้าเพื่อสุขภาพเหมือนเดิม