ส่องเพื่อนบ้าน มองเอเชียแปซิฟิกแบบทันเกม
ส่องเพื่อนบ้าน มองเอเชียแปซิฟิกแบบทันเกม โดย รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย ผอ.สถาบันอาณาบริเวณศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ คาดการณ์เศรษฐกิจปี 2020 และผลกระทบจาก COVID-19
ธนาคารโลกหรือ World Bank คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2563 นี้จะติดลบถึง 5.2% และเมื่อดูภาพรวมรายภูมิภาคพบว่า มีเพียงภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกเท่านั้นที่โดยรวมแล้ว เศรษฐกิจยังคงขยายตัวเล็กน้อยที่ 0.5% สำหรับประเทศไทยนั้น ธนาคารโลกคาดว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2563 จะติดลบ 5% ซึ่งสูงสุดในอาเซียน ในขณะที่เวียดนาม เมียนมาร์ และลาว ยังมีการขยายตัว 2.8% 1.5% และ 1% ตามลำดับ ซึ่งธนาคารโลกถึงกับระบุว่า ไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่เศรษฐกิจติดลบอย่างรุนแรงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก
สาเหตุสำคัญที่ประเทศไทยมีปัญหาเศรษฐกิจมากกว่าประเทศอื่นเพราะพึ่งพารายได้จากการเดินทางและการท่องเที่ยวเป็นสัดส่วนที่สูง โดยภาคการเดินทางและการท่องเที่ยวของประเทศไทย มีสัดส่วนต่อ GDP ประมาณ 20% ในปี 2562 ดังนั้นเมื่อประเทศไทยมีการปิดเมือง นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางได้ จึงมีผลกระทบต่อธุรกิจต่อเนื่องใหญ่น้อยจำนวนมาก ตั้งแต่การขนส่ง โรงแรม ร้านอาหาร ของที่ระลึก สายการบิน ฯลฯ ถึงแม้ว่าจะมีการกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศ แต่ก็ไม่สามารถทดแทนรายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้ เพราะสำหรับประเทศไทย รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 70% ของรายได้การท่องเที่ยวทั้งหมด
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังประสบกับปัญหาการแข่งขันในการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ ที่การส่งออกลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยในปี 2562 การส่งออกของไทยลดลงประมาณ 2.6% ซึ่งสะท้อนถึงขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ในขณะที่เวียดนามยังมีการส่งออกที่ขยายตัวอยู่เพราะภาคการส่งออกเข้มแข็ง โดยการส่งออกของเวียดนามเพิ่มขึ้นประมาณ 8.4% ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ประเทศไทยส่งออกได้ลดลง แปลว่าไม่ว่าตลาดโลกจะมีปัญหาอย่างไร (มีสงครามการค้า) เวียดนามก็ยังส่งออกได้ดีอยู่เช่นเดียวกับประเทศจีน
ดังนั้น นโยบายและมาตรการเศรษฐกิจในช่วงนี้จึงมีความสำคัญกับทุกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย ที่มีมาตการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ควรจะส่งตรงไปที่กลุ่มธุรกิจใหญ่น้อยที่ได้รับผลกระทบสูง เพื่อให้ภาคเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบสามารถพยุงตัวได้ไปพลางๆ ก่อน และรอเวลาให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 บรรเทาลงหรือมีวัคซีน แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าถึงแม้จะมีวัคซีนแล้วและกว่าผู้คนจะกลับมาท่องเที่ยวกันใหม่ เดินทางได้เหมือนเดิม ก็ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 3 – 6 เดือน และที่สำคัญคือปัญหาโครงสร้างของประเทศที่ส่งผลถึงความสามารถในการแข่งขันยังไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งเวลานี้น่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสมที่ต้องดำเนินการในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ควบคู่กันไป เพื่อทำให้ประเทศไทยมีความพร้อมหลังจากปัญหา COVID-19 คลี่คลายลง