‘ลัคกี้เฟลม’ ยืน 1 เรื่องเตาแก๊ส แบรนด์คนไทยเติบโตคู่ครัวไทย โกอินเตอร์ 30 ประเทศทั่วโลก
‘ลัคกี้เฟลม จุดประกายความสุขทุกครัวเรือน’ วลีวรรคทองฮิตติดหูครัวไทยมาเกือบ 50 ปี วันนี้ Bangkok Bank SME ขอพาไปเจาะ Insight แบบล้วงลึกเจ้าของวลีดังกล่าว ซึ่งก็คือบริษัท ลัคกี้เฟลม จำกัด ผู้ผลิต ‘เตาแก๊สลัคกี้เฟลม’ ในการทำให้เตาแก๊สสัญชาติไทยเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภค ซึ่งจะมีแนวคิดการบริหารธุรกิจที่น่าสนใจอย่างไร จนส่งผลให้ประสบความสำเร็จในการเป็นเตาแก๊สเบอร์ 1 ของเมืองไทย สู่ไปรุกตลาดต่างแดนอีกกว่า 30 ประเทศทั่วโลก บทสัมภาษณ์นี้จะพาไปหาคำตอบ

กิจการรุ่นพ่อสู่ทายาทธุรกิจรุ่นลูก
คุณเชาว์เลิศ ลีลาศวัฒนกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ลัคกี้เฟลม จำกัด กล่าวว่า บริษัท ก่อตั้งตั้งแต่ปี 2518 ปัจจุบันเข้าสู่ปีที่ 47 แล้ว ตนเองเป็นทายาทธุรกิจรุ่นที่ 2 โดยคุณพ่อกับคุณแม่ร่วมกันก่อตั้งบริษัทมาตั้งแต่การเช่าห้องแถว 2 คูหา แล้วขยายเพิ่มอีก 4 คูหา ก็ยังคงคับแคบเนื่องจากสินค้าเราชิ้นใหญ่ จึงมองหาโอกาสขยายพื้นที่และขยายธุรกิจ เป็นเหตุบังเอิญมีคนรู้จักแนะนำให้ซื้อโรงงานในซอยกิ่งแก้ว ถนนบางนา-ตราด กม.12 คุณแม่เล่าให้ฟังว่า เวลานั้น ถนนบางนา-ตราด ยังเป็นทุ่งนา ขณะที่ซอยกิ่งแก้วยังเป็นถนนลูกรัง

คุณเชาว์เลิศ ลีลาศวัฒนกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ลัคกี้เฟลม จำกัด
สำหรับการทำธุรกิจเริ่มต้นจากการที่คุณพ่อเป็นพนักงานขายเตาแก๊สยี่ห้อหนึ่ง จากนั้นได้รับการสนับสนุนจากเจ้าของบริษัท จึงเช่าตึกแถวมาผลิตเตาแก๊ส ขายให้กับบริษัทเจ้านายที่คุณพ่อเคยทำงานเป็นผู้จำหน่าย ต่อมาบริษัทมีกำลังผลิตเพิ่มขึ้น จึงจำหน่ายเตาแก๊สเองบางส่วน คุณแม่เริ่มด้วยการสร้างแบรนด์โดยตั้งชื่อเตาแก๊สว่า Lucky Flame และได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บริษัท ลัคกี้เฟลม จำกัด ในเวลาต่อมา เริ่มแรกในการทำธุรกิจคุณพ่อดูแลทั้งการผลิตและการขาย เพื่อให้ เตาแก๊ส Lucky Flame เป็นที่รู้จัก ส่วนคุณแม่ก็เปิดสมุดหน้าเหลืองแล้วพิมพ์จดหมายส่งถึงตัวแทนจำหน่ายแก๊สและร้านไฟฟ้าทั่วประเทศ เพื่อแนะนำ ‘เตาแก๊สลักกี้เฟลม’ โดยใช้เวลาหลายปีจนเริ่มมีดีเลอร์ไว้วางใจบริษัทและสินค้าของเรา

วิวัฒนาการเตาแก๊ส สู่การปรับตัวของธุรกิจ
คุณเชาว์เลิศ เผยว่า เมื่อ 30-40 ปีก่อน รูปแบบเตาแก๊สทั่วไปจะเป็นตู้ เป็นเตาตั้งพื้นไม่มีการพับขอบรูเตา อาจจะมีส่วนที่คมส่งผลให้บาดมือได้ ก่อนที่ ‘ลัคกี้เฟลม’ จะมีการพัฒนามาเป็นเตาแก๊สที่ตั้งอยู่บนเคาน์เตอร์ครัว (เตาตั้งโต๊ะ) โดย ‘ลัคกี้เฟลม’ เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัย ออกแบบวาล์วแก๊สที่เป็น Safety Valve กดแล้วบิดติดได้ปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีนโยบายลบคมเตาแก๊ส ‘ลัคกี้เฟลม’ พับขอบทุกรอบตัดด้วย
ปัจจุบันผู้บริโภคนิยมเตาแก๊สแบบบิวต์อินฝังอยู่ในเคาน์เตอร์ครัว แลถมีการพัฒนาเป็นเตาไฟฟ้า ‘ลัคกี้เฟลม’ นอกจากมีสินค้าหลักเป็นเตาแก๊สแล้ว ยังขยายไลน์โปรดักส์อื่น ๆ เช่น เครื่องดูดควัน เตาอบแก๊ส เตาปิ้งย่าง หม้อหุงข้าวแก๊ส เครื่องทำน้ำร้อนแก๊ส วาล์วก๊าซ ปืนจุดแก๊ส เครื่องปรับความดันแก๊ส และเครื่องใช้ในอุตสาหกรรมอาหารชนิดที่ใช้แก๊สหลากหลายชนิด ติดตั้งระบบน้ำร้อนในโรงแรม รีสอร์ท และ ยังขยายไปไลน์เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น หม้อหุงข้าว เครื่องทอดลมร้อนไร้น้ำมัน หม้อต้มน้ำ เตาอบไฟฟ้า เครื่องทำน้ำอุ่นไฟฟ้า เป็นต้น
สำหรับเตาแก๊ส ‘ลัคกี้เฟลม’ มีทั้งแบบตู้ เป็นชั้น ตั้งพื้น เตาตั้งโต๊ะที่เป็นเคาน์เตอร์ และพัฒนาไปสู่เตาที่เป็นแบบบิวต์อิน และเตาปิกนิกซึ่งนำไปใช้กับแก๊สกระป๋อง นอกจากนี้ยังมีเตาไฟฟ้าซึ่งมีทั้งแบบตั้งโต๊ะและแบบบิวต์อินด้วย ซึ่งเตาแม่เหล็กไฟฟ้าของ ‘ลัคกี้เฟลม’ ได้ฉลากเบอร์ 5 สามดาว แบรนด์เดียวในประเทศไทย

ซึ่งกลุ่มเป้าหมายของ ‘ลัคกี้เฟลม’ จะเป็นผู้บริโภคที่ใช้ในครัวเรือนเป็นหลัก โดยแต่ละปีบริษัทมีการผลิตเตาแก๊สหลายแสนตัว ขณะที่การพัฒนาเตาแก๊สจะเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึงรูปแบบบ้านในแต่ละยุคสมัย เป็นต้น ส่งผลให้เตาแก๊สมีความหลากหลายมากขึ้น เมื่อก่อนสินค้าของเรามี 20 – 30 SKUs ปัจจุบันมีนับร้อย SKUs โดยบริษัทมีฝ่าย R&D เพื่อคิดค้นนวัตกรรมและออกแบบผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อีกทั้งบริษัท ลัคกี้เฟลม จำกัด เป็นอนุกรรมการ ร่างมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ตั้งแต่ปี 2528 และยังเป็นอนุกรรมการร่างมาตรฐานฉลากประสิทธิภาพสูง เตาแก๊ส และเครื่องดูดควัน อีกด้วย
“สัดส่วนตลาดของลัคกี้เฟลม เตาแก๊สตั้งโต๊ะจะมาเป็นอันดับหนึ่ง ขณะที่เตาแก๊สบิวต์อินมีการเติบโตต่อเนื่องทุกปีเนื่องจากเหมาะเป็นชุดครัวสมัยใหม่สำหรับบ้านจัดสรร ส่วนเตาไฟฟ้าก็มีการเติบโตต่อเนื่องเช่นเดียวกันด้วยเหตุผลเหมาะกับการนำไปใช้ในคอนโดมิเนียมและอพาร์ทเมนต์ต่าง ๆ เมื่อตลาดเปลี่ยนเราต้องปรับตัวตอบโจทย์ผู้บริโภค รวมถึงการมีโปรดักส์ไลน์ที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เหมือนกับสินค้าอื่น ๆ เนื่องจากผู้บริโภคมีความต้องการที่ต่างกัน อาจต้องการใช้เตาแก๊ส 1 หัว 2 หัว หรือมากกว่านั้น เป็นต้น”

SME ไปไกลด้วยคุณภาพและมาตรฐาน
ในเรื่องนี้ รองกรรมการผู้จัดการ อธิบายว่า บริษัทเน้นเรื่องคุณภาพ – ความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของ ‘ลัคกี้เฟลม’ เกี่ยวกับแก๊ส หากสินค้าไม่ได้คุณภาพอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ด้วยเหตุนี้ พนักงานทุกคน จะถูกปลูกฝังว่า คุณภาพคือจิตวิญญาณของเรา ผลิตภัณฑ์ของเราต้องผลิตเพื่อนำไปใช้เอง หรือครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนของคุณเป็นผู้ใช้งาน ดังนั้นการผลิตสินค้าต้องทำให้ดีที่สุด ต้องไม่มีข้อผิดพลาด
ส่วนที่เป็นหัวใจของเตาแก๊สก็คือ ‘วาล์วแก๊ส’ ใช้เปิด – ปิด ลัคกี้เฟลมจึงผลิตเองทุกชิ้นส่วน โดยมีการดูความละเอียดในระดับไมครอน เพื่อให้มั่นใจว่าแก๊สจะไม่รั่วอย่างแน่นอน โดยบริษัทรับประกันวาล์วแก๊สนานถึง 5 ปี หรือการใช้งาน 30,000 ครั้ง ซึ่งหากเราใช้งานประมาณวันละ 10 ครั้ง ก็จะมีอายุการใช้งานนานถึง 10 ปีเลยทีเดียว
“เครื่องปรับความดันแก๊ส หรือตัวปรับวาล์วถังแก๊ส ก็เป็นหัวใจสำคัญของการใช้แก๊ส ซึ่งเครื่องปรับความดันแก๊สของบริษัทมีคุณภาพดีมาก เกือบจะ Zero Defect และช่วยดึงแก๊สให้ใช้จนหมดถังไม่ต้องเอียงถังเนื่องจากการเอียงถังอาจเกิดอันตรายได้ ‘ลัคกี้เฟลม’ เน้นนวัตกรรมเรื่องความปลอดภัยและความคุ้มค่าใช้แก๊สหมดถัง ส่วนตัวเตาแก๊ส บริษัทได้รับฉลากประสิทธิภาพสูง จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ช่วยให้ประหยัดกว่าแบบไม่มีฉลากถึง 30%”
ต่อมาบริษัทก็มีการเพิ่มเรื่องนวัตกรรมเข้ามา เช่น หัวเตาแก๊สอินฟราเรด ซึ่งช่วยในการประหยัดแก๊ส และเตาแก๊สรุ่น AG-112SSC สำหรับคนขี้ลืมหรือผู้สูงอายุ โดยมีฟังก์ชันเทอร์โมเซนเซอร์ตรวจจับความร้อน เมื่อวางกระทะหรือหม้อบนเตาแก๊ส หากมีการเปิดใช้งานทิ้งไว้จนลืม เมื่อมีความร้อนถึง 298 องศาเซลเซียส ก่อนที่ไฟจะเกิดการลุกไหม้ เซนเซอร์จะตัดแก๊สทันที โดยการตรวจจับความร้อนจากเซนเซอร์ที่บริเวณก้นหม้อหรือกระทะ
แล้วก็มีอีกหนึ่งความปลอดภัยก็คือ เมื่อเรากำลังเปิดเตาแก๊สแล้วมีลมทำให้เปลวไฟในเตาดับ หรือน้ำในหม้อล้นออกมาทำให้เปลวไฟดับ หากเป็นเตาทั่วไปแก๊สก็ยังจะถูกปล่อยออกมา แต่เตาแก๊ส ‘ลัคกี้เฟลม’ รุ่น AG-112SSC และรุ่น AG-112SS จะตัดแก๊สทันที เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย
Marketing เคล็ด(ไม่)ลับสู่ความสำเร็จ
คุณเชาว์เลิศ บอกว่า การผลิตสินค้าต้องผลิตให้มีคุณภาพ ในระหว่างการผลิตเราจะมีการตรวจสอบคุณภาพทุกขั้นตอน โดยพาะวาล์วแก๊ส ตรวจรั่วอย่างน้อย 4 ขั้นตอน จึงกล้าที่จะรับประกันวาล์วแก๊ส 5 ปี เมื่อลูกค้าได้ทดลองนำไปใช้แล้วเกิดความประทับใจ – ไว้วางใจใน ‘ลัคกี้เฟลม’ ก็จะเกิดการบอกแบบปากต่อปาก นอกจากนี้บริษัทมีการทำแบรนดิ้ง รวมถึงการทำโฆษณาช่องทางต่าง ๆ เพิ่มเติมด้วย เพื่อช่วยผู้บริโภคประกอบการตัดสินใจในการหันมาเลือกใช้สินค้าแบรนด์ ‘ลัคกี้เฟลม’
ขณะที่การตลาดออนไลน์ก็เป็นช่องทางที่ต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปหันมาซื้อออนไลน์มากขึ้น ขณะนี้บริษัทมีการทำเพจเฟซบุ๊ก รวมถึงการนำสินค้าไปจำหน่ายในแพลตฟอร์ม ช้อปปี้ และลาซาด้า
โควิด 19 ส่งผลอย่างไรกับธุรกิจ
คุณเชาว์เลิศ เผยว่า บริษัทได้รับอานิสงส์จากโควิด 19 เนื่องจากผู้คนอยู่บ้านมากขึ้น โดยช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ‘เตาแก๊สลัคกี้เฟลม’ ยอดจำหน่ายโตมาก แต่สำหรับยอดขายปีนี้อาจจะสู้ปีที่แล้วไม่ได้ ซึ่งหากเราไม่ปรับตัวยอดขายก็จะตกตามเทรนด์เนื่องจากปีที่แล้วมีผู้บริโภคซื้อไปใช้งานจำนวนมาก ดังนั้นจึงต้องมีการขยายไลน์ ออกสินค้าตัวใหม่เพิ่มเติม รวมถึงเฟ้นหา Distributor ใหม่ ๆ เพื่อให้บริษัทยังเติบโตต่อไปได้
เบอร์ 1 เรื่องเตาแก๊ส กับทิศทางธุรกิจในอนาคต
สำหรับเรื่องนี้ คุณเชาว์เลิศ กล่าวว่า แม้ในปัจจุบัน ‘ลัคกี้เฟลม’ จะเป็นเบอร์ 1 ตลาดเตาแก๊สเมืองไทย แต่เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ บริษัทจึงได้มีการ Joint Venture กับ Rinnai Corporation Japan ผลิตเตาแก๊สและสินค้าต่าง ๆ แบรนด์รินไน (Rinnai) ด้วย ซึ่งได้ร่วมมือกันมายาวนานกว่า 30 ปีแล้ว โดยเราเป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้าแบรนด์รินไนเจ้าเดียวในประเทศไทย
โดยสินค้าจะแยกกลุ่มเป้าหมายกัน โดย ‘ลัคกี้เฟลม’ จะเป็นกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป ส่วน ‘รินไน’ จะเป็นกลุ่มพรีเมียมต้องการสินค้าที่มีความพิเศษ ได้มาตรฐานจากญี่ปุ่น แม้ Rinnai จะมีโรงงานตั้งอยู่ในเมืองไทยแต่ก็มีตัวแทนจากญี่ปุ่นเข้ามาดูแลในการผลิต ออกแบบชิ้นส่วนต่าง ๆ ทุกขั้นตอน
แบรนด์ไทย โกอินเตอร์ให้โลกรู้จัก
นอกจากการจำหน่ายในเมืองไทยแล้ว ‘ลัคกี้เฟลม’ ยังมีการส่งออกกว่า 30 ประเทศทั่วโลก เช่น CLMV ออสเตรเลีย แคนาดา สหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ และกำลังวางแผนเจาะตลาดทวีปแอฟริกา
สำหรับกลยุทธ์การเจาะตลาดแต่ละประเทศก็คือ ต้องผลิตเตาแก๊สให้เข้ากับการปรุงอาหารของแต่ละชาติ โดยทั่วไปจะจำหน่ายสินค้าที่บริษัทมีโมเดลก่อน แต่หากมีลูกค้าเคสพิเศษ อย่างเช่น เวียดนามจะนิยมใช้ไฟเบา ๆ ในการปรุงอาหาร ‘ลัคกี้เฟลม’ ก็จะมีการผลิตรุ่นเฉพาะเจาะจงเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว
นอกจากนี้ยังมีเรื่องของประเภทแก๊สด้วย เช่น เมืองไทยใช้แก๊ส LPG แต่บางประเทศใช้ NG (Natural Gas) บริษัทก็สามารถผลิตเตาที่ใช้ NG ให้ได้ อย่างเช่น บังคลาเทศ ซึ่ง Natural Gas ราคาถูกมาก จึงจุดเตาแก๊สแทนการใช้ฮีตเตอร์ บริษัทก็จะผลิตเตาแก๊สที่ใช้ Natural Gas ไปจำหน่าย หรือหากต้องการใช้แก๊สชีวมวลทางบริษัทก็มีโครงการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการพัฒนาเตาแก๊สให้สามารถใช้กับแก๊สชีวมวลได้
“การใช้แก๊สแต่ละประเภทต้องมีการพัฒนาเตาแก๊สให้เหมาะสม เนื่องจากค่าความร้อนของแก๊สแต่ละชนิดไม่เท่ากัน จึงต้องมีการปรับจูนการปล่อยแก๊สของแต่ละเตาที่ใช้งาน”

‘รักษ์โลก’ เรื่องที่ทุกองค์กรต้องให้ความสำคัญ
คุณเชาว์เลิศ เล่าให้เห็นภาพว่า นอกจากสินค้า ‘ลัคกี้เฟลม’ จะได้รับเครื่องหมาย มอก. ซึ่งบังคับในเรื่องการปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO) จากการเผาไหม้ โดยต้องปล่อยคาร์บอนน้อยกว่า 1,000 ppm (part per million) แล้ว บริษัทยังมีการใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้านอื่น ๆ ด้วย เช่น ในส่วนโรงงานผลิตปัจจุบันได้รับการรับรอง Green Industry
อุตสาหกรรมสีเขียว ระดับ 2 นอกจากนี้ยังมีการวางแพลนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปโดยโครงการเพิ่งได้รับอนุมัติจาก BOI เพื่อผลิตพลังงานสะอาดสำหรับใช้ในโรงงาน ซึ่งมีแผนติดตั้งให้แล้วเสร็จภายในปีนี้
ด้วยวิสัยทัศน์การทำธุรกิจของคุณเชาว์เลิศ ลีลาศวัฒนกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ลัคกี้เฟลม จำกัด ที่เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคแล้วตอบโจทย์อย่างตรงจุด ส่งผลให้สินค้าแบรนด์ ‘ลัคกี้เฟลม’ ประสบความสำเร็จเป็นเบอร์ 1 เรื่องเตาแก๊สเมืองไทย โกอินเตอร์ให้ทั่วโลกรู้จักอีกกว่า 30 ประเทศ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่ยั้งหยุด เพื่อจุดประกายความสุขทุกครัวเรือน สร้างชื่อสู่การเป็นแบรนด์เตาแก๊สแถวหน้าของโลกในอนาคต
รู้จัก ‘บริษัท ลัคกี้เฟลม จำกัด’ เพิ่มเติมได้ที่
https://www.facebook.com/luckyflame
Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333