ทำอย่างไรถ้าอยากเรียนสายภาษา แต่แกรมมาร์ไม่แน่น?
เมื่อใกล้จบชั้นมัธยมต้น ทุกคนก็ต้องเลือกสายที่ตัวเองจะเรียนในชั้นมัธยมปลาย และสำหรับใครที่เลือกจะเรียนสายศิลป์-ภาษา แต่รู้สึกว่าพื้นฐานภาษาอังกฤษ ม.ต้น ไม่แข็งแรง แกรมมาร์ไม่แน่นจะทำอย่างไรดี วันนี้ เรามีแนวทางมาแนะนำ
สายภาษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย มีอะไรบ้าง
แผนการเรียนที่เกี่ยวข้องกับภาษามีอยู่ 2 แผน ดังนี้
- แผนศิลป์คำนวณ
แผนการเรียนคณิตศาตร์ – ภาษา หรือที่เรียกว่าเด็กสายศิลป์คำนวณนั้น เป็นโปรแกรมที่นักเรียนจะได้เรียนทั้งวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ โดยสัดส่วนจะเน้นไปที่คณิตศาสตร์มากกว่าภาษาอังกฤษเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตาม เด็กแผนศิลป์คำนวณก็ต้องเรียนภาษาอังกฤษในขอบเขตที่เข้มข้นกว่าแผนการเรียนอื่นๆ ดังนั้น คนไหนที่อยากเรียนแผนนี้ ก็ต้องเตรียมพื้นฐานในด้านภาษาอังกฤษให้พร้อม เมื่อเข้าไปเรียนแล้วจะได้ซึมซับบทเรียนและพัฒนาตัวเองได้ง่ายขึ้น
- แผนศิลป์ภาษา
แผนนี้จะเจาะลึกไปในเรื่องของภาษาที่ 2 นั่นคือ ภาษาอังกฤษ และภาษาที่ 3 ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น จีน เกาหลี สเปน ฯลฯ โดยสัดส่วนจะเน้นไปที่ภาษาที่ 3 มากกว่าภาษาอังกฤษเล็กน้อย แต่การเรียนภาษาอังกฤษก็ยังเข้มข้นและเป็นองค์ประกอบหลักของแผนนี้เช่นกัน แถมในหลายๆ ภาษา ภาษาอังกฤษยังเป็นรากฐานของภาษาเหล่านั้นอีกด้วย ดังนั้นการมีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่แน่นมาจาก ม.ต้น จึงทำให้ใครหลายๆ คน ได้เปรียบในการเรียนแผนนี้ด้วย
เทคนิคเตรียมความพร้อมก่อนเรียนภาษาอังกฤษ
จะเห็นได้ว่าแผนการเรียนที่เกี่ยวข้องกับภาษาทั้ง 2 แผนจากที่กล่าวข้างต้นนั้น มีภาษาอังกฤษเป็นองค์ประกอบใหญ่ที่สำคัญมาก หากอยากเข้าเรียนในระดับมัธยมปลาย แต่รู้ตัวว่าภาษาอังกฤษ ม.ต้น ของตัวเองไม่แน่น แกรมมาร์ไม่แข็งแรง จะทำอย่างไรดี อยากบอกว่ามนุษย์เราสามารถพัฒนาได้ โดยอาศัยสิ่งรอบตัวในชีวิตประจำวันเป็นตัวช่วย วันนี้เราจึงมีแนวทางการเตรียมความพร้อมก่อนเรียนมาแนะนำค่ะ
- ปลูกฝังนิสัยนักอ่านให้ตัวเอง
อะไรก็ตามที่เป็นภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นนิยาย หนังสือพิมพ์ อีเมล โซเชียลมีเดียต่างๆ หรือแม้แต่ป้ายบิลบอร์ดประจำทางที่เป็นภาษาอังกฤษ แนะนำให้อ่านบ่อยๆ คำศัพท์ไหนที่ไม่รู้ อาจไม่จำเป็นต้องเปิดดิกชันนารีในทันที ให้เดาคำศัพท์จากบริบทคำรอบๆ ที่รู้ก่อน แล้วค่อยไปรีเช็กทีหลัง แบบนี้จะทำให้ได้ทั้งคำศัพท์ใหม่ และรูปประโยคใหม่ๆ อีกด้วย
- หมั่นจดคำศัพท์ใหม่อยู่เสมอ
หลังจากที่เราได้ลองอ่านสิ่งต่างๆ บ่อยๆ แล้ว แนะนำให้หมั่นทบทวนโดยการจดคำศัพท์ใหม่ลงสมุดโน้ตเล็กๆ ด้วยปากกาสี หรือจะพิมพ์ลงแอปพลิเคชั่นสำหรับจดอย่าง Evernote ก็ได้ จะให้ดีคือ จดทั้งประโยคพร้อมคำแปล จะได้รู้ว่าสำนวนนี้แปลว่าอะไร ที่สำคัญยังได้ในเรื่องของ Grammar และ Error อีกด้วย
- ติดตามช่องยูทูบหรือพอดแคสต์
การฝึกฟังจะช่วยให้เราสามารถซึมซับความหลากหลายของสำเนียง การออกเสียง และรูปประโยคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฟังให้หมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องกีฬา ดนตรี การทำอาหาร หรือข่าวต่างๆ ซึ่งช่วงแรกอาจจะยังฟังไม่ออก ฟังไม่ทัน หรือฟังแล้วไม่เข้าใจ แต่ไม่ต้องกังวล ความคุ้นชินจะทำให้เริ่มจับจังหวะได้เอง แล้วอาจจะแปลกใจหากวันหนึ่งเราสามารถฟังเข้าใจได้โดยไม่รู้ตัว
- อย่ากลัวที่จะคุย
หากมีโอกาสหรือบังเอิญได้พบปะกับเจ้าของภาษา อย่ากลัวที่จะสื่อสาร เพราะหลายคนเข้าใจภาษาอังกฤษแต่ไม่กล้าเปิดปากพูด ทำให้เสียโอกาสในการฝึกพูดได้ นอกจากนี้ ได้มีโอกาสใช้ภาษาในสถานการณ์จริง อาจสร้างแรงบันดาลใจให้เราอยากศึกษาเพิ่ม เพื่อให้เก่งขึ้นไปได้อีกด้วย
การเรียนสายภาษาต้องอาศัยทั้งความเข้าใจและความจำ โดยเฉพาะในเรื่องของไวยกรณ์และคำศัพท์ แถมในบางหัวข้อก็ไม่มีกฎตายตัวแน่นอน สำหรับภาษาอังกฤษ ม.ต้น นับว่าเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับผู้ที่เลือกเรียนสายภาษา ซึ่งนอกจากการที่เราต้องฝึกฝนด้วยตัวเองแล้ว แต่รู้สึกว่ายังเข้าใจได้ไม่มากพอ หรือใช้เวลานานกว่าจะเข้าใจได้ด้วยตัวเอง จนไม่แน่ใจว่าจะสามารถทำตามฝันในการเข้าโรงเรียนมัธยมปลายที่ชอบได้หรือไม่ ก็สามารถมาดูคอร์สภาษาอังกฤษของ Enconcept โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษที่อยู่คู่เด็กไทยมานาน มั่นใจได้เลยว่าจะได้รับความเทคนิคดีๆ มากมาย พร้อมกับการเรียนที่สนุกสนาน เพื่อย่นระยะเวลาในการเรียนรู้ และสามารถเข้าเรียนในแผนการเรียนที่เล็งไว้ได้แน่นอน!