เที่ยวส่งท้ายปีที่ “สวนสัตว์ดุสิต” ก่อนปิดตำนานสวนสัตว์กลางกรุง

โดย นุ่มนิ่มนำโชค

หลายคนคงแว่วๆ ข่าวมาว่าสวนสัตว์กลางเมืองหลวงอย่าง “สวนสัตว์ดุสิต” หรือเขาดินวนา กำลังจะปิดตำนานลงและจะย้ายไปที่ตั้งใหม่ที่ จ.ปทุมธานี แน่นอนว่าคนที่เคยมาเที่ยวสวนสัตว์แห่งนี้คงจะใจหายไม่น้อยกับข่าวที่ได้ยิน พร้อมกับคำถามมากมายว่า จะไปเมื่อไหร่? หน้าตาสวนสัตว์ใหม่จะเป็นอย่างไร? สัตว์จะไปครบหรือไม่? และอีกมากมาย

แต่จากการประชุมบอร์ดองค์การสวนสัตว์เมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา ผลการประชุมได้มีมติตั้ง 2 คณะทำงานจัดสร้างและย้ายสวนสัตว์ใหม่ โดยเตรียมลงพื้นที่สำรวจและทำแผนเพื่อนำเข้าที่ประชุมรอบ 2 วันที่ 9 ม.ค.2561 แย้มๆ มาว่าอาจเปลี่ยนชื่อใหม่ เพราะไม่ได้ตั้งในเขตสวนสัตว์ดุสิตแล้ว โดยคาดว่าสวนสัตว์แห่งใหม่นี้จะใช้เวลาในการก่อสร้าง 2-3 ปี (แต่ก็ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ด้วย เพราะพื้นที่ใหม่นั้นมีขนาดถึง 300 ไร่ ใหญ่กว่าเดิมถึง 3 เท่า) พร้อมมั่นใจว่าจะมีการพัฒนาให้มีความทันสมัย ตอบสนองเด็กและนักท่องเที่ยวได้อย่างเหมาะสม

ถึงแม้ว่าจะเป็นอีก 2-3 ปีกว่าที่สวนสัตว์ดุสิตจะปิดตัวลงอย่างเป็นทางการ แต่ความคิดถึงสวนสัตว์ที่เคยมาสมัยเด็ก พร้อมความที่ยังใจหายไม่เลิก เราเลยขอโอกาสในช่วงใกล้ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้ พาไปเที่ยวสวนสัตว์ดุสิตอีกครั้ง พร้อมเก็บภาพบรรยากาศมาฝากทุกคนกัน

เริ่มเข้าที่บริเวณประตู 3 ฝั่งตรงข้ามกับพระที่นั่งอนันตสมาคม เดินเข้ามาบริเวณจุดขายบัตร ราคาคนไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 20 บาท บรรยากาศในช่วงสุดสัปดาห์ ก็ยังมีผู้ปกครองจูงลูกจูงหลาน หรือบางคนก็พาผู้สูงอายุมาด้วย เที่ยวแบบเป็นครอบครัว หวนรำลึกความทรงจำในสมัยก่อน

โซนแรกที่ใกล้ที่สุดของประตูนี้ก็คือเจ้าเพนกวินจากเมดิเตอร์เรเนียน และหมีโคอาล่าจากออสเตรเลีย


ต่อด้วยโชว์ที่มากี่ครั้งก็พลาดไม่ได้ นั่นคือโชว์ความสามารถแมวน้ำ “น้องติ๊ก” กับ “น้องบีม” ที่มีผู้ชมเข้ามาดูกันอย่างแน่นฮอล ที่นั่งแทบไม่มีเหลือ ในเวลาเพียงประมาณครึ่งชั่วโมง ทั้งน้องติ๊กกับน้องบีมต่างแสดงความพิเศษทั้งเก็บของ, ชู้ตบาสฯ, ข้ามสิ่งกีดขวาง ฯลฯ เรียกเสียงปรบมือได้อย่างล้นหลาม

ลัดเลาะไปกับบรรยากาศภายในเขาดินวนา ที่แห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นพระราชอุทยานส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นที่ประพาส ทรงพระเกษมสำราญส่วนพระองค์ และข้าราชบริพารฝ่ายใน ก่อนที่ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลขอพระราชทานสวนดุสิต มาจัดตั้งเป็นสวนสัตว์และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ.2481 ถือเป็นสวนสัตว์แห่งแรกในประเทศไทย

สัตว์ที่ไม่ได้อยู่ในการดูแลของสวนสัตว์ แต่คงเป็นเจ้าถิ่นของที่นี่ไปแล้วก็คือเจ้าตัวนี้! ถึงขนาดต้องมีป้ายเตือนคนที่จะให้อาหารว่าระวังโดนมันกัดเลยทีเดียว

แวะเลี้ยวเข้าไปชมส่วนจัดแสดงสัตว์กลางคืน แต่เนื่องด้วยเราไปตอนกลางวัน พวกมันเลยนอนหลับและไม่ได้ออกมาให้เห็นกันมากนัก ถ่ายเก็บมาให้ดูได้ก็คือเจ้าตัวนี้ “แมวป่าโอซีล็อต”

ออกจากส่วนจัดแสดงสัตว์กลางคืน ก็มาต่อด้วยโซนสัตว์จากแอฟริกา ตั้งแต่ตัวเล็กน่ารักอย่าง เมียร์แคท ไปจนถึง นกกระจอกเทศ, ม้าลาย และ ยีราฟ

เดินขึ้นทางเดินด้านบนดูบ้าง ช่วงนี้เราจะได้พบกับสัตว์ตระกูลลิงหลากหลายชนิด เช่น ลิงอุรังอุตัง แต่ที่เยอะหน่อยก็คือ ค่างห้าสี มีหลายกรงมากๆ

ทางเดินยังยาวต่อไปเรื่อยๆ ให้ได้ชม เสือโคร่ง และสิงโต จากด้านบน แต่เรายังสามารถลงไปด้านล่างและเดินชมจากด้านล่างได้

ไฮไลต์ของสวนสัตว์ดุสิตที่ทุกคนจะพลาดไม่ได้เลยก็คือ ฮิปโปโปเตมัส โดยเฉพาะ “แม่มะลิ” ฮิปโปฯที่มีอายุถึง 51 ปี นอกจากนี้ที่นี่ยังมี “เจ้ามะขาม” และ “เจ้าถั่วแดง” ด้วย

ส่วนมุมนี้ก็คือ หมีควาย ใต้คอมีขนสีขาวเป็นรูปตัววี (V) ส่วนเจ้า หมีหมา ใต้คอจะมีขนสีนวลๆ เป็นรูปตัวยู (U)

หมีควาย
หมีหมา

จากอากาศร้อนๆ ด้านนอก เราเข้าหาที่เย็นๆ ด้วยส่วนจัดแสดงสัตว์เลื้อยคลาน มีสารพัดงูมาให้ชม รวมไปถึงสัตว์จำพวกกิ้งก่า เต่า และจระเข้ด้วย

โซนถัดมาคือโซนที่ให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย ซึ่งมีทั้งหมด 19 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร, นกแต้วแร้วท้องดำ, นกกระเรียน, แรด, กระซู่, กรูปรี, สมัน, ละมั่ง, เลียงผา, เก้งหม้อ, สมเสร็จ, แมวลายหินอ่อน, กวางผา, ควายป่า, พะยูน, วาฬบรูด้า, วาฬโอมูระ, เต่ามะเฟือง และฉลามวาฬ แต่ที่สูญพันธุ์ไปจากโลกแล้วก็คือสมัน และที่คาดว่าน่าจะสูญพันธุ์แล้วเช่นกันก็คือ นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร เพราะไม่มีการพบเห็นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2523 โดยสัตว์ป่าสงวนที่จัดแสดงในสวนสัตว์ดุสิต ได้แก่ สมเสร็จ ละมั่ง และเก้งหม้อนั่นเอง

สมเสร็จ
เก้งหม้อ

อีกโซนหนึ่งเรียกได้ว่าเป็นโซนที่คงจะถูกใจเหล่าคนรักนก นั่นก็คือโซนสัตว์ปีก พบกับ นกยูง, นกแก๊ก, นกเงือกกรามช้าง, นกกะรางหัวหงอก, นกขมิ้นท้ายท้อยดำ, นกแก้วโม่ง, นกฟลามิงโก เป็นต้น

นกยูง
นกแก๊ก
นกงือกกรามช้าง
นกกะรางหัวหงอก
นกขมิ้นท้ายทอยดำ
นกแก้วโม่ง
นกฟลามิงโก้
อูฐ มาอยู่ใกล้ๆ กับโซนสัตว์ปีก

ปิดท้ายก่อนออกประตูเดิมด้วยสัตว์ใหญ่อย่าง “ช้าง”

ซึมซับบรรยากาศเดิมๆ ที่เคยมาตอนเด็กอยู่พักใหญ่ หลายจุดยังคงเดิม หลายจุดเปลี่ยนไป เราเชื่อว่า ในอนาคตถึงแม้สวนสัตว์แห่งนี้จะไม่ได้อยู่ที่เดิมแล้ว แต่การย้ายไปอยู่ที่คลองหก ปทุมธานี ก็คงจะมีพื้นที่ให้สัตว์ได้อยู่แบบธรรมชาติมากขึ้น เป็นสวนสัตว์ที่ทันสมัยและครองใจผู้คนได้อย่างเช่นทุกวันนี้

Previous articleอาลัย 13 ปีสึนามิ 5 พันชีวิตที่จากไป 3 พันคนที่สูญหาย
Next articleร.10 โปรดเกล้าฯ จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พสกนิกรร่วมสวดมนต์เนืองแน่นแม้ฝนตก