ราคาน้ำมันดิบ (9 ก.ย. 65) ปรับเพิ่ม กังวลยุโรปขาดแคลนพลัง
น้ำมันดิบ
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม จากความกังวลต่อปัญหาการขาดแคลนพลังงานในยุโรป
วันที่ 9 กันยายน 2565 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่ม หลังประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน ขู่จะหยุดการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ หากกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรปเสนอให้จำกัดราคานำเข้าก๊าซของรัสเซีย เพื่อพยายามลดแหล่งรายได้หลักของรัสเซีย เพื่อเป็นทุนสำหรับการปฏิบัติการทางทหารในการบุกโจมตียูเครน
ขณะที่ Gazprom ของรัสเซียได้หยุดการส่งออกผ่านท่อส่งก๊าซ Nord Stream 1 แล้ว ซึ่งเพิ่มความกังวลต่อปัญหาการขาดแคลนพลังงานในยุโรป
ตลาดยังคงกังวลต่อสภาวะเศรษฐกิจที่ยังอ่อนแอจากอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง กระตุ้นให้ธนาคารกลางหลายแห่งเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยธนาคารกลางยุโรป (ECB) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลักมากกว่า 75 จุด เป็นครั้งแรกและส่งสัญญาณให้มีการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ท่ามกลางการขยายเวลาของมาตรการจำกัดการเดินทางในจีน ซึ่งจำกัดความต้องการใช้น้ำมัน
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) เผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์ สิ้นสุด ณ วันที่ 2 ก.ย. 65 ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 8.8 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 427.2 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะลดลง 0.25 ล้านบาร์เรล จากการนำเข้าน้ำมันดิบที่มากขึ้นและการระบายน้ำมันจากคลังน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์แตะระดับ 6.8 และ 7.5 ล้านบาร์เรลต่อวันตามลำดับ
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อยู่ที่ 83.54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนต์ อยู่ที่ 89.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันเบนซิน
ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากความกังวลต่ออุปสงค์ที่จำกัดจากแรงกดดันของสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ในภูมิภาคและสภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก ท่ามกลางการนำเข้าน้ำมันเบนซินที่สูงขึ้นจากประเทศอินโดนิเซีย
ราคาน้ำมันดีเซล
ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังปริมาณการส่งออกน้ำมันดีเซลของเกาหลีใต้ปรับตัวลดลง ท่ามกลางอุปสงค์การใช้น้ำมันดีเซลในจีนที่ยังจำกัดจากการเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ตามเมืองใหญ่