เปิดค่าส่ง 4 แพลตฟอร์ม Food Delivery เริ่มต้นที่เท่าไหร่ ?
เปิดที่มาของ 4 แพลตฟอร์มส่งอาหารออนไลน์ในไทย พร้อมส่องค่าบริการต่าง ๆ แต่ละแพลตฟอร์มแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
ภายหลังการเข้าซื้อหุ้นสามัญกว่า 50% จากบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ของกลุ่มนักลงทุน “ยิบอินซอย” กลายมาเป็นที่จับตาของผู้ใช้บริการแอปพลิเคชั่น Robinhood ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ท่ามกลางการแข่งขันของตลาด Food Delivery ที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
“ประชาชาติธุรกิจ” พาไปส่องที่มาของแต่ละแพลตฟอร์ม รวมถึงค่าส่ง ค่า GP รวมถึงบริการอื่นที่นอกเหนือจากการส่งอาหาร
GrabFood (แกร็บฟู้ด)
เริ่มต้นมาจากการเป็นแพลตฟอร์มเรียกรถแท็กซี่ชื่อว่า MyTeksi ก่อตั้งโดย Anthony Tan ชายชาวมาเลเซียที่ต้องการช่วยเหลือคนรอบตัวที่ประสบปัญหาด้านความปลอดภัย, ราคา และความยากลำบากในการเรียกรถ ทำให้เขาตัดสินใจสร้างแอปพลิเคชั่นเป็นตัวกลางระหว่างผู้โดยสารและคนขับ ภายหลังจึงได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น Grab Taxi ก่อนจะเริ่มบุกตลาดเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และไทย
หลังประสบความสำเร็จกับตลาดเพื่อนบ้านก็ได้รับความสนใจจากนักลงทุน เป็นที่มาของการระดมเงินเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มกว่า 8,756 ล้านบาท ในปี 2556 ทำให้บริษัทเติบโตแบบก้าวกระโดดจนสามารถรุกเข้าสู่ธุรกิจบริการอื่นได้มาจนถึงปี 2559 บริษัทก็ได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น Grab Holdings Inc. และมีบริการเพิ่มเติม แบ่งออกเป็น 3 บริการหลัก ดังนี้
- Delivery : GrabFood และ GrabMart
- Mobility : GrabTaxi และ GrabCar
- Financial Services : GrabPay และ GrabFinance บริการปล่อยสินเชื่อในบางประเทศ
ปัจจุบันค่าบริการของ GrabFood เริ่มต้นที่ 10 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทาง และเงื่อนไขช่วงเวลา อาทิ ช่วงเวลาเร่งด่วน, ฝนตก หรือช่วงที่มีคนขับน้อยกว่าปกติก็จะทำให้ค่าบริการสูงขึ้น แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
- Priority (ส่งไว)
- Standard (มาตรฐาน)
- Saver (ประหยัด)
ซึ่งค่าส่งประเภท “Priority (ส่งไว)” เป็นตัวเลือกราคาสูงที่สุดจากสามตัวเลือก เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ต้องการได้รับอาหารในเวลาที่น้อยกว่า
นอกจากนี้ แกร็บยังมีแพ็กเกจเรียกว่า “GrabUnlimited” แพ็กเกจรายเดือนหรือรายปีที่ประกอบด้วยส่วนลดที่ทำให้ราคาค่าบริการแกร็บถูกลงกว่าเดิม พร้อมทั้งส่งฟรีสูงสุด 20 บาท จำนวน 50 ครั้ง สำหรับสั่ง GrabFood ส่วนการคิดค่า GP (Gross Profit) จากร้านอาหารมีอัตราสูงสุดอยู่ที่ 30% ของมูลค่าการสั่งแต่ละครั้ง (ไม่รวม VAT)
LINE MAN (ไลน์แมน)
แพลตฟอร์มที่เกิดขึ้นจากความต้องการให้บริการด้านโลจิสติกส์ของ LINE โดยเริ่มต้นด้วย 3 บริการ ได้แก่
- บริการส่งอาหาร (Food Delivery)
- เมสเซนเจอร์ (Messenger)
- รับซื้อของร้านสะดวกซื้อ (Convenience Goods)
หลังจากเปิดตัวมาได้ 4 ปี ไลน์แมนตัดสินใจขยายฐานลูกค้า โดยการเพิ่มจำนวนร้านอาหารให้มีทางเลือกมากขึ้น ด้วยการร่วมมือกับ Wongnai ที่มีฐานร้านอาหารกว่า 4 แสนร้าน ประกอบกับเงินลงทุน 110 ล้านเหรียญสหรัฐ จากบริษัท BRV Capital Management ทำให้เกิดการเติบโตทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น
ปัจจุบันไลน์แมนมีพื้นที่การให้บริการ 77 จังหวัด 328 อำเภอ โดยมีราคาค่าจัดส่งเริ่มต้น 0 บาทในระยะไม่เกิน 1 กิโลเมตร และค่า GP อยู่ที่ 30% จากยอดขายทั้งหมด (รวม VAT เป็น 32.1%)
foodpanda (ฟู้ดแพนด้า)
แพลตฟอร์มส่งอาหารออนไลน์เจ้าแรกในไทยที่เปิดตัวเมื่อปี พ.ศ. 2555 หนึ่งในสตาร์ตอัพของ Rocket Internet บริษัทที่เน้นลงทุนในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ โดยมีสำนักงานใหญ่ที่เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ปัจจุบัน foodpanda ให้บริการส่งอาหารทั่วประเทศไทยกว่า 77 จังหวัด โดยคิดค่าส่งอาหารเริ่มต้นที่ 5 บาท การสั่งอาหารจะต้องสั่งขั้นต่ำ 70 บาทขึ้นไป ซึ่ง Food Panda กำหนดค่า GP อยู่ที่ 32% (ไม่รวม VAT)
Robinhood (โรบินฮู้ด)
แพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรี่สัญชาติไทย ไอเดียของ “อาทิตย์ นันทวิทยา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารในขณะนั้น เล็งเห็นว่า บริษัทมีทรัพยากรเพียงพอที่จะทำได้ จึงระดมทีมพัฒนาแอปพลิเคชั่นนี้ขึ้น ด้วยจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ปัญหาวงการฟู้ดดีลิเวอรี่
โดยโรบินฮู้ดอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) และเตรียมปิดตัวลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 ก่อนที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทจะมีมติเลื่อนกำหนดปิดออกไป เพื่อรอคอยการตัดสินใจจากนักลงทุนในเวลาต่อมา จนล่าสุดกลุ่มนักลงทุน นำโดย “ยิบอินซอย” คว้าโรบินฮู้ดไปดำเนินธุรกิจแพลตฟอร์มส่งอาหารต่อ
“มรกต ยิบอินซอย” กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยิบอินซอย ให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงแผนธุรกิจหลังจากนี้ว่า สิ่งที่จะถูกปรับเพิ่ม คือค่า GP ที่เดิมทีไม่มีการเรียกเก็บนั้นจะถูกเรียกเก็บ 28% ของยอดขายทั้งหมด คิดเป็น GP 25% และค่าการตลาด 3% เพื่อเพิ่มออร์เดอร์ต่อวัน และเป็นการดึงร้านค้า, ไรเดอร์ และพันธมิตรให้กลับมาร่วมงานกัน
ทั้งนี้ ปัจจุบันโรบินฮู้ดกลับมาให้บริการตามปกติ 8 จังหวัด แบ่งเป็น 3 จังหวัดที่ให้บริการทุกพื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี และ 4 จังหวัดที่ให้บริการบางพื้นที่ ได้แก่
- สมุทรสาคร (อ.เมือง และกระทุ่มแบน)
- นครปฐม (อ.นครชัยศรี พุทธมณฑล และบางเลน)
- เชียงใหม่ (อ.เมือง ยกเว้นหมู่ที่ 1 ต.สันผีเสื้อ)
- ชลบุรี (อ.บางละมุง เฉพาะ ต.นาเกลือ และ ต.หนองปรือ)