เพราะใครก็ต้าน ‘Longevity’ ไม่ได้ ‘แกร็บ-ไลน์แมน’ เสิร์ฟฟีเจอร์ ‘สุขภาพ’ ถึงมือผู้ใช้รัว ๆ
ไม่ว่าจะเป็นกระแสแอโรบิกฟีเวอร์ รันคลับ หรือการแข่ง Hyrox ที่กำลังไฮป์ขั้นสุด ต่างเป็นสิ่งที่สะท้อนว่าการมีชีวิตยืนยาวควบคู่ไปกับการมีสุขภาพกายใจแข็งแรง หรือ Longevity กลายเป็นเมกะเทรนด์ที่ไม่ได้เชปแค่ความคิดของผู้คน แต่ยังส่งผลและสร้างโอกาสให้กับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในช่วงต่อจากนี้ด้วย
หากเจาะไปที่กลุ่มผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม “ฟู้ดดีลิเวอรี่” โดยเฉพาะ จะเห็นว่า 2 ยักษ์ใหญ่อย่าง “ไลน์แมน” (LINE MAN) และ “แกร็บ” (Grab) พร้อมใจกันออกฟีเจอร์เกี่ยวกับ “สุขภาพ” มาเสิร์ฟผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง
LINE MAN ลุย Telepharmacy
“ยอด ชินสุภัคกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ไลน์แมน” เป็น 1 ใน 7 แพลตฟอร์มแรกที่ได้รับการรับรองเป็นผู้ให้บริการรายการโปรแกรมประยุกต์สำหรับการให้บริการเภสัชกรรมทางไกล (Telepharmacy) พ.ศ. 2569 จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีผลบังคับใช้ 22 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา
ในบริการ LINE MAN MART ผู้ใช้ปรึกษาเภสัชกรและร้านขายยาที่ได้รับอนุญาตและขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องกับสภาเภสัชกรรมแบบเรียลไทม์ผ่านระบบแชต รับคำแนะนำด้านการใช้ยา และการดูแลสุขภาพ เลือกซื้อสินค้า เข้าถึงยาที่ต้องผ่านการประเมินโดยเภสัชกรตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และรับยาจัดส่งถึงบ้านได้ในที่เดียว
โดยไลน์แมนร่วมให้บริการกับเครือข่ายร้านยาชั้นนำและร้านยาในชุมชนทั่วประเทศ อาทิ Fascino, Boots, Tops Care, GPO Pharma Shop, Health Up, BDS, ยาหนึ่ง, PharmCare และ P&F เชื่อมต่อผู้บริโภคกับร้านขายยาที่ได้รับอนุญาตภายในรัศมี 15 กิโลเมตร ช่วยให้ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และผู้ที่มีข้อจำกัดในการเดินทางเข้าถึงบริการเภสัชกรรมได้สะดวกยิ่งขึ้น
ปัจจุบันมีร้านขายยาเข้าร่วมกับไลน์แมนพอสมควร ส่วนใหญ่เป็นรายย่อย เพราะภาพรวมตลาดร้านขายยาในไทยมีสัดส่วนของร้านยาขนาดเล็กและร้านแบบสแตนด์อะโลน 80-90% ขณะที่เชนร้านขายยาที่ใหญ่สุดในประเทศมีสาขารวมกันเพียง 200 สาขาเท่านั้น จึงเป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจมาก

เพิ่มโอกาสสร้างรายได้
“ยอด” กล่าวต่อว่า Telepharmacy เป็นหนึ่งในบริการที่สะท้อนถึงการนำ “เทคโนโลยี” มายกระดับคุณภาพชีวิตผู้คน ส่วนร้านขายยามีโอกาสสร้างยอดขายมากขึ้น โดยเฉลี่ยมียอดขายเพิ่มขึ้นหลายสิบเปอร์เซ็นต์ บางร้านเพิ่มขึ้นถึง 3 แสนบาทต่อเดือน
“สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับประเทศเรา หลายประเทศทรานส์ฟอร์มไปในทิศทางนี้หมดแล้ว ไม่ว่าจะไปจีนหรือสหรัฐ ก็สั่งยาผ่านบริการ Telepharmacy ได้ อย. เล็งเห็นความสำคัญจึงออกใบอนุญาตรองรับ”
ข้อมูลจาก Wongnai for Business ระบุด้วยว่า บริการ Telepharmacy ช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงผู้ใช้งานบน LINE MAN MART กว่า 3 ล้านคน รวมถึงถูกค้นพบมากขึ้นผ่านการค้นหาของลูกค้าที่เกิดขึ้นกว่า 6 แสนครั้งต่อเดือน และมีโอกาสเพิ่มยอดขายด้วยช่องทางการขายใหม่สูงสุด 6 เท่า
จากสถิติที่ผ่านมาพบว่าสัดส่วนยอดขายกว่า 90% มาจากหมวดหมู่ยาอันตราย โดยสินค้าในหมวดนี้ที่มีการค้นหามากที่สุด คือยาคุมฉุกเฉิน ยาแก้ไอ ยาธาตุน้ำขาว ยาหยอดตา ยาฆ่าเชื้อ และพอนสแตน
ทั้งนี้ ร้านขายยาที่เข้าร่วมบริการในช่วงนี้จะถูกเก็บค่าธรรมเนียม (GP) ที่ 9% ช่วง 30 วันแรก
ย้ำมาตรฐานความปลอดภัย
“ยอด” พูดถึงมาตรการควบคุมความปลอดภัยว่า บริการ Telepharmacy มีการกำหนดกฎระเบียบที่เข้มงวดมาก โดยกฎเหล็กของภาครัฐคือเภสัชกรต้องประจำหน้าที่อยู่ที่ร้านขายยาเท่านั้น ทำให้แพลตฟอร์มต้องพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับมอนิเตอร์โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นระบบยืนยันตัวตน (KYC) ของเภสัชกรก่อนเข้าระบบ รวมถึงระบบตรวจจับพิกัด GPS เพื่อบังคับให้เภสัชกรต้องล็อกอินเข้าระบบจากสถานที่ตั้งจริงของร้านขายยาเท่านั้น
“ร้านขายยาบางแห่งที่ไม่มีเภสัชกรประจำร้านมีข้อเรียกร้องว่าสามารถให้บริการในลักษณะของศูนย์กระจายยา หรือ Hub ได้หรือไม่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของหน่วยงานกำกับดูแลว่าจะอนุญาตหรือไม่”
ในส่วนของฟีเจอร์เกี่ยวกับสุขภาพอื่น ๆ ปัจจุบันไลน์แมนเริ่มทดลองฟีเจอร์ด้านโภชนาการ (Nutrition) ในแอปพลิเคชั่นแล้ว ตั้งต้นมาจากผลงานของกลุ่มนักศึกษาฝึกงาน หากผู้ใช้กดเข้าไปในแอปจะมองเห็นข้อมูลปริมาณโภชนาการบางอย่างในเมนูอาหาร เช่น ปริมาณโปรตีน เป็นต้น
แต่ฟีเจอร์ดังกล่าวยังไม่ได้เปิดให้ผู้ใช้งานทั่วไปเข้าถึงได้ทุกคน เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนการทดสอบระบบและตรวจสอบความถูกต้องแม่นยำของข้อมูลโภชนาการ
Grab เปิดตัว Nutrition Tag
ในฝั่ง “แกร็บ” ก็มีการทดลองเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ “Nutrition Tag” ที่แสดงข้อมูลแนะนำเมนูสุขภาพ อาทิ โปรตีนสูง คาร์โบไฮเดรตต่ำ แคลอรีต่ำ และน้ำตาลน้อย เช่นกัน

“พนมกร จิระเสถียรพงศ์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาการดูแลสุขภาพเพื่อให้ชีวิตยืนยาวอย่างแข็งแรงและมีคุณภาพ มีส่วนในการกำหนดไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคนี้อย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ในเมืองที่มีรูปแบบการใช้ชีวิตที่เน้นกิจกรรมเชิงสุขภาพ และแอ็กทีฟกันมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นการรวมตัวไปวิ่งในสวนสาธารณะ การออกกำลังกายกลุ่ม และเต้นแอโรบิกในพื้นที่สาธารณะ หรือแม้แต่เทรนด์การบริโภคอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพก็เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่น กลุ่มเครื่องดื่มสูตรน้ำตาลน้อย และผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนสูง
ข้อมูลของ Grab พบว่ายอดสั่งเครื่องดื่ม “หวานน้อย” ตั้งแต่ 0-75% ผ่าน GrabFood เพิ่มขึ้นกว่า 50% ส่วนเมนูสายเข้มไม่ใส่น้ำตาลอย่าง “กาแฟดำ” และ “เคลียร์มัทฉะ” มีออร์เดอร์รวมทั้งปีกว่า 10 ล้านแก้ว ขณะที่อาหารที่มีส่วนประกอบของ “อกไก่” มียอดสั่งเติบโตขึ้นกว่า 30% ทะลุ 3.3 ล้านออร์เดอร์ต่อปี
“แกร็บศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้บริการและติดตามเทรนด์ในสังคมอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มและนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของคนในทุกเจเนอเรชั่น ตอบสนองเทรนด์การดูแลสุขภาพของคนยุคนี้”