ก.ล.ต.ทบทวนโทษทางแพ่ง-ปั่นหุ้น คุมเข้ม “ศูนย์ซื้อขาย” สินทรัพย์ดิจิทัล

ก.ล.ต.จ่อทบทวนโทษ “ทางแพ่ง” พร้อมเสนอเพิ่มอำนาจสอบสวน-คุ้มครองพยาน ติดตามแนวโน้ม “ปั่นหุ้น” คุมเข้ม “ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล” ดูแลผู้ออกเหรียญ-สภาพตลาด ดึงเครื่องหมายหยุดซื้อขาย-มี Ceiling & Floor 

วันที่ 26 มีนาคม 2565 นายศักรินทร์ ร่วมรังษี รองเลขาธิการสายกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) กล่าวว่า ในปี 2565 ก.ล.ต.จะมีการทบทวนบทลงโทษทางแพ่ง ที่ดำเนินการใช้บังคับตามกฎหมายมาแล้วกว่า 5 ปีนับตั้งแต่ปี 2559 จากเดิมที่เราคาดหวังว่าเครื่องมือตัวนี้จะช่วยให้สามารถดำเนินการกับผู้กระทำผิดในตลาดทุนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิผล

แต่หลายท่านมองว่าอาจจะมีข้อเสียอยู่เหมือนกันคือ เป็นมาตรการแบบเจอจ่ายจบหรือไม่ เพราะผู้กระทำผิดก็แค่จ่ายเงินแล้วก็จบกันไป ไม่ต้องถูกดำเนินการ จึงอาจจะไม่เกิดความเกรงกลัวเกิดขึ้น ฉะนั้น ก.ล.ต.จะกลับมาทบทวนประสิทธิผลของเครื่องมือตัวนี้ใหม่

ขณะเดียวกันในปีนี้เราอาจจะดูว่าควรจะเอามาตรการลงโทษทางอาญามาใช้เพิ่มขึ้นหรือไม่ ในลักษณะใด ในการกระทำผิดแบบใดที่จะเหมาะสมกับการดำเนินการ ขณะเดียวกันโทษทางอาญาจะเสนอเพิ่มอำนาจ ก.ล.ต.ให้มีอำนาจในการสอบสวน และการคุ้มครองพยาน เพื่อให้ ก.ล.ต.ทำงานได้ต่อเนื่องไปสู่อัยการ ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการเสนอแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ

อีกด้านที่พิจารณาอยู่คือ การกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขาย เช่น การปั่นหุ้น, การใช้ข้อมูลภายใน ซึ่งเรื่องนี้มีการแก้ไขกฎหมายเมื่อปี 2559 พร้อมกับมาตรการลงโทษทางแพ่ง โดยทาง ก.ล.ต.ก็จะประเมินแนวโน้มการกระทำผิดว่าเป็นอย่างไร

“กฎหมายใหม่จะเป็นกฎหมายที่สร้างกลไกที่มีการดำเนินการผู้กระทำผิดได้ครอบคลุมมากขึ้น ต่างจากเมื่อก่อนกรณีการใช้ข้อมูลภายใน คนให้ข่าวระหว่างกัน คนที่ปล่อยข้อมูลโดน แต่คนที่รับไปไม่มีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งคดีที่ผ่านมาๆ เราจะเห็นผู้กระทำผิดหลายๆ คน ถือว่ากฎหมายตัวนี้มีผลทำให้ ก.ล.ต.ดำเนินการผู้กระทำผิดได้ดีมากขึ้น

แต่อย่างไรก็ตามต้องมองอีกมุมหนึ่งด้วยคือ คนที่กระทำผิดอาจจะมีบางรายที่ไม่เข้าใจกฎหมายดีพอ เช่น ฝ่ายขาย, ฝ่ายบัญชี เป็นต้น เราก็จะกลับมาทบทวนและเตรียมใช้มาตรการในเชิงป้องกันผ่านการให้ความรู้ต่อไปเช่นกัน” นายศักรินทร์ กล่าว

นอกจากนี้ การบังคับใช้กฎหมายภายใต้ พรก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ก.ล.ต.จะกำกับดูแลตลาดหรือศูนย์ซื้อขาย(Exchange) มากขึ้น เพราะหน้าที่สำคัญของตลาดคือดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อย และการกระทำผิดกฎหมาย อาจจะต้องไปดูแลผู้ออกเหรียญว่ามีการให้ข้อมูลอย่างครบถ้วนหรือไม่ และถ้าข้อมูลยังไม่ครบถ้วน ควรจะต้องดูแลสภาพของตลาดอย่างไร จะต้องนำเครื่องหมายหยุดซื้อขายมาใช้หรือไม่ หรือต้องมี Ceiling & Floor


ทั้งนี้เนื่องจากมีหลายตลาด สิ่งที่ ก.ล.ต.จะดูแลต่อคือ การมอง Cross-Market หรือเวลาที่มีการซื้อขายเหรียญใดเหรียญหนึ่ง อาจจะซื้อขายในหลายๆ ตลาด ต้องมีระบบดูแลศูนย์กลางอยู่ ฉะนั้นระบบนี้ต้องถูกพัฒนาและนำมาใช้มากขึ้น โดยเฉพาะปัจจุบันมีเหรียญหลากหลายและกระจายซื้อขายในหลายตลาด