Skip to content

Warner Bros. ถูกฮอลลีวูด 3 ยักษ์ใหญ่ ชิงแย่งซื้อกิจการ

20 พ.ย. 2568 | 11:59น.
Warner Bros. ถูกฮอลลีวูด 3 ยักษ์ใหญ่ ชิงแย่งซื้อกิจการ

เมื่อ 3 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการสื่อและสตรีมมิ่ง อย่าง Paramount, Comcast และ Netflix เปิดศึกชิงตัว Warner Bros. หลังบริษัทประกาศเปิดรับข้อเสนอซื้อกิจการอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางการประเมินมูลค่าที่สูงขึ้น ทำราคาหุ้นพุ่งทะยาน ตลาดสตรีมมิ่งเจ้าใหญ่อาจต้องเผชิญความเสี่ยงด้านกฎหมายแข่งขันทางการค้า ที่จะกำหนดอำนาจทางวัฒนธรรม ความได้เปรียบเชิงเนื้อหา และทิศทางของตลาดสื่อในอีกหลายปีข้างหน้าของโลก

Warner Bros. Discovery กลายเป็นศูนย์กลางสมรภูมิสำคัญของอุตสาหกรรมบันเทิงฮอลลีวูด หลังบริษัทประกาศอย่างเป็นทางการว่า เปิดรับข้อเสนอเข้าซื้อกิจการ โดยกำหนดเส้นตายให้ผู้สนใจต้องยื่นข้อเสนอภายในวันพฤหัสบดีนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวดึงดูดบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการสื่อและสตรีมมิ่ง ได้แก่ Paramount, Comcast และ Netflix ซึ่งต่างจับตาโอกาสดึงสินทรัพย์ของ Warner Bros. เข้าสู่พอร์ตเพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านเนื้อหาและสตูดิโอผลิตภาพยนตร์ รายงานระบุว่ามีเพียง Paramount เท่านั้นที่ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการแล้ว โดยเสนอราคาที่ 23.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น แต่ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่ามูลค่าที่คณะกรรมการ Warner Bros. คาดหวังไว้ ตามข้อมูลจาก Axios บริษัทประเมินมูลค่าที่เหมาะสมอยู่ที่ 30 ดอลลาร์ต่อหุ้น สูงกว่าราคาตลาดปัจจุบันราว 30%

ขณะรอข้อเสนออื่น Warner Bros. กำลังเดินหน้ากลยุทธ์ปรับโครงสร้างครั้งสำคัญ ด้วยการแบ่งบริษัทออกเป็นสองหน่วยธุรกิจ หน่วยแรกจะเป็นสตูดิโอภาพยนตร์และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง HBO Max ส่วนอีกหน่วยจะประกอบด้วยช่องโทรทัศน์ภายใต้กลุ่ม Turner เช่น TNT, TBS รวมถึง CNN

การแยกโครงสร้างนี้เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อสามารถเลือกซื้อเฉพาะสินทรัพย์ที่ต้องการ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยดึงความสนใจจากบริษัทยักษ์ใหญ่หลายเจ้าเข้าสู่สมรภูมิดีลได้อย่างรวดเร็ว

กระแสข่าวการเทกโอเวอร์ได้สร้างแรงหนุนอย่างมากต่อราคาหุ้นของ Warner Bros. โดยในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา หุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 150% และเพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่าจากจุดต่ำสุดเมื่อเดือนกรกฎาคมปีก่อน เมื่อมีรายงานข่าวว่า Paramount เตรียมยื่นข้อเสนอในเดือนกันยายน ราคาหุ้นก็พุ่งขึ้นทันทีเกือบ 30% ภายในวันเดียว อย่างไรก็ตาม ในวันพุธล่าสุดหุ้น Warner Bros. แม้เปิดบวกกว่า 1.5% แต่สุดท้ายปิดลบ 2.5% ขณะที่หุ้นของผู้ท้าชิงทั้งสามรายมีแรงกดดัน หุ้น Netflix และ Paramount ลดลงราว 4% ส่วน Comcast ลดลงเล็กน้อยไม่ถึง 2%

สื่อต่างประเทศระบุว่าแต่ละบริษัทมีแนวทางข้อเสนอแตกต่างกัน Paramount ต้องการเข้าซื้อ Warner Bros. ทั้งบริษัท โดยส่งข้อเสนอไปแล้วอย่างน้อยสามครั้ง รวมถึงจดหมายจาก David Ellison CEO คนใหม่ที่เสนอให้ David Zaslav ผู้บริหารสูงสุดของ Warner Bros. รับตำแหน่งร่วมในบริษัทที่ควบรวมกัน ทว่าข้อเสนอดังกล่าวถูกปฏิเสธภายในหนึ่งวัน ก่อนที่ Warner Bros. จะประกาศเปิดรับข้อเสนอจากรายอื่นอย่างเป็นทางการ

ขณะเดียวกัน Netflix แม้จะเป็นบริษัทที่หลีกเลี่ยงดีลซื้อกิจการขนาดใหญ่ในอดีต แต่ล่าสุดได้ว่าจ้างธนาคาร Moelis & Co. เพื่อเริ่มกระบวนการประเมินความเป็นไปได้ของดีลกับ Warner Bros. ความเคลื่อนไหวมีการเปลี่ยนท่าทีของบริษัท โดยผู้บริหารระดับสูงอย่าง Ted Sarandos และ Greg Peters ยอมรับว่า Netflix พร้อมพิจารณาการซื้อกิจการหากพบโอกาสที่เหมาะสม แม้จะย้ำว่าไม่สนใจซื้อเครือข่ายทีวีดั้งเดิม ข้อมูลดังกล่าวทำคนต่างคาดเดาไปว่า Netflix อาจสนใจเฉพาะสตูดิโอผลิตภาพยนตร์หรือคลังเนื้อหา แต่ไม่น่าจะซื้อแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง HBO Max ทั้งระบบ

นอกจากนี้หาก Netflix ซื้อกิจการด้านสตรีมมิ่งของ Warner Bros. จริง บริษัทอาจเผชิญข้อจำกัดด้านกฎหมายแข่งขันทางการค้า เนื่องจากการกระทำนี้ทำให้ Netflix ถือส่วนแบ่งตลาดสตรีมมิ่งเกิน 30% ซึ่งเป็นระดับที่ผู้กำกับดูแลมองว่า “เข้ามาปั่นป่วนการแข่งขันในตลาด” โดย Darrell Issa สมาชิกสภาคองเกรสได้ส่งจดหมายถึงกระทรวงยุติธรรมเพื่อแสดงความกังวลต่อดีลนี้แล้ว

ฝั่ง Comcast ก็ถูกจับตาเช่นกัน โดยบริษัทสนใจเฉพาะส่วนธุรกิจสตูดิโอและสตรีมมิ่งของ Warner Bros. ไม่ต่างจาก Netflix

ขณะนี้ Comcast กำลังปรับโครงสร้างเช่นเดียวกัน คือแบ่งบริษัทออกเป็นหน่วยธุรกิจสตูดิโอ-สตรีมมิ่ง และหน่วยทีวีดั้งเดิมอย่าง NBC, CNBC และ Bravo ในมุมนี้ ชัดเจนว่าบริษัทไม่ต้องการเพิ่มภาระช่องทีวีเพิ่มเติม

รายงานจาก Comcast ระบุว่า บริษัทมีภาระหนี้จำนวนสูงถึง 99,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้อัตราหนี้สินต่อทุนสูงถึง 110% สูงกว่า Netflix และ Paramount อย่างชัดเจน หากดีลเกิดขึ้นจริง บริษัทที่ควบรวมกันภาระหนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยด้านการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยแสดงท่าทีไม่พอใจต่อ Brian Roberts ผู้บริหารของ Comcast เป็นการส่วนตัว ซึ่งอาจส่งผลต่อสัญญาณจากหน่วยงานกำกับดูแลในสหรัฐ

การแย่งชิง Warner Bros. ครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในดีลยักษ์ใหญ่ที่อาจเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมบันเทิงโลกในยุคที่การแข่งขันสตรีมมิ่งร้อนแรงมากที่สุด เมื่อบริษัทต่าง ๆ ต้องการเสริมแกร่งด้านคลังเนื้อหาและสตูดิโอผลิตงานระดับบล็อกบัสเตอร์ ดีลที่กำลังเกิดขึ้นไม่เพียงเป็นการซื้อ-ขายบริษัท แต่คือการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ของบริษัทบันเทิงรายใหญ่ระดับฮอลลีวูด ที่จะกำหนดอำนาจทางวัฒนธรรม ความได้เปรียบเชิงเนื้อหา และทิศทางของตลาดสื่อในอีกหลายปีข้างหน้าของโลก