วิกฤตน้ำมัน กระทบ ‘เส้นใยสังเคราะห์’ อุตสาหกรรมแฟชั่น
สงครามอิหร่านและการชะงักชะงันในช่องแคบฮอร์มุซซึ่งส่งผลให้เกิดวิกฤตด้านราคาพลังงาน ไม่เพียงส่งผลกระจายเป็นวงกว้างไปสู่ราคาน้ำมันเบนซิน ดีเซล หรือตั๋วเครื่องบินเท่านั้น แต่ยังค่อย ๆ แพร่กระจายไปสู่อุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายด้วยเช่นกัน
เดวิด ฟิคลิ่ง คอลัมนิสต์ของบลูมเบิร์ก (Bloomberg) กล่าวในบทความของเขา ว่า คุณอาจคิดว่าขีปนาวุธที่แล่นอยู่เหนือน่านน้ำในช่องแคบฮอร์มุซ อยู่ห่างไกลจากตู้เสื้อผ้าของคุณที่เต็มไปด้วยเสื้อแจ็กเก็ต กางเกงเลกกิ้ง และรองเท้าผ้าใบ แต่ไม่เลย เสื้อผ้าส่วนใหญ่ของคุณก็ทำมาจากน้ำมัน ในรูปแบบของพลีเอสเตอร์ ไนลอน สแปนเด็กซ์ และเส้นใยสังเคราะห์อื่น ๆ
“สัญญาณแรกของวิกฤตราคาซัพพลายมักเกิดจากการซื้อสินค้าด้วยความตื่นตระหนก” ฟิคลิ่งกล่าว พร้อมยยกตัวอย่างว่า เช่นเดียวกับความตะหนกเรื่องกระดาษชำระในช่วงต้นของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสงครามอิหร่าน ผู้ใช้รถยนต์ต่างก็เติมน้ำมันรถล่วงหน้าตามรายงานการโจมตีของสหรัฐ
เรื่องมาจนถึงตอนนี้ ‘ตงกุน กรุ๊ป’ (Tongkun Group) บริษัทผู้ผลิตเส้นใยโพลีเอสเตอร์สัญชาติจีนซึ่งมีส่วนแบ่งในตลาดโพลีเอสเตอร์โลกอยู่ที่ 18% คาดว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 จะมีกำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้น 3 เท่าจากช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า
รายได้ที่คาดว่าเพิ่มขึ้นของตงกุน อาจเป็นผลมาจากความตื่นตะหนกของบริษัทผลิตเครื่องแต่งกาย ซึ่งกังวลว่าซัพพลายวัตถุดิบจะหยุดชะงักลง จึงเสนอราคาสินค้าสูงขึ้น โดยในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโพลีเอสเตอร์ในจีนเพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า นับเป็นราคาสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี
อย่างไรก็ดี ปริมาณซัพพลายที่ลดลง กำลังทำให้สถานการณ์แย่ลง โดย บริษัทต้นน้ำอย่าง เหิงหลี่ ปิโตรเคมี (Hengli Petrochemical) ซึ่งกลั่นน้ำมันดิบเป็นเรซินโพลีเมอร์และเส้นใย เพื่อส่งให้บริษัทอย่างตงกุนอีกทอดหนึ่ง ได้ลดกำลังการผลิตลงเนื่องจากซัพพลายลดลง ส่งผลให้ในปี 2026 หุ้นของบริษัทลดลงเกือบหนึ่งในสาม
ในเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ผลผลิตเส้นใยสังเคราะห์ของจีน ลดลง 11% จากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2024 แม้กระทั่งตงกุนเองก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยง โดยการที่บริษัทใช้สินเชื่อระยะสั้นจากธนาคารและกระแสเงินสดจากลูกค้าเป็นทุนหมุนเวียน ทำให้ต้องหวังพึ่งห่วงโซ่อุปทานที่ราบรื่น เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตขาดแคลนเงินสด
ทั้งนี้ ถ้าเทียบกับน้ำมันเบนซินและดีเซลแล้ว พลาสติกขั้นต้นเหล่านี้มีวิธีการจัดเก็บง่ายกว่า ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บในคลังสินค้า ม้วนเป็นแกน หรือใส่กระสอบ ซึ่งหมายความว่าอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายยังมีช่องว่างรองรับแรงกระแทกได้อีก อย่างน้อยก็ในระยะสั้น ตามความเห็นของฟิคลิ่ง
ฟิคลิ่งเสนอแนวทางการป้องกันวิกฤตขาดแคลนเส้นใยคือ การพึ่งพาห่วงโซ่วัสดุทางเลือก เช่น เส้นใยรีไซเคิล โดยยกตัวอย่างแบรนด์ Zara ซึ่งโพลีเอสเตอร์เกือบทั้งหมดของแบรนด์ล้วนผลิตจากวัสดุรีไซเคิล
“แม้การใช้เส้นใยธรรมชาติ เช่น ฝ้าย จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่อุตสาหกรรมนี้ก็ยากที่จะรอดพ้นจากผลกระทบของความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซได้” ฟิคลิ่งกล่าว พร้อมอธิบายว่า อินเดียในฐานะผู้ผลิตเส้นใยรายใหญ่อันดับสองของโลก ยังต้องพึ่งพาประเทศในอ่าวเปอร์เซียสำหรับนำเข้าก๊าซธรรมชาติและยูเรียเพื่อผลิตปุ๋ย
“แม้ปัญหานี้จะยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังการผลิต แต่สถานการณ์ในตลาดก็ตึงตัวอยู่แล้ว เมื่อเดือน พ.ค. ราคาฝ้ายพุ่งสูงขึ้นในรอบสองปี และสต็อกสำลีทั่วโลกกำลังลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบอย่างน้อยสิบปี” ฟิคลิ่งกล่าว
ที่มา : Bloomberg