“ลุมแม็กซ์” ทุ่ม 70 ล้าน พลิกโฉม “ลุมพินี” ปั้น 6 คอนเทนต์ใหม่ ดันมวยไทยผงาดเวทีโลก
“ลุมแม็กซ์” ประกาศยุทธศาสตร์ปี 2569 เดินหน้าลงทุนกว่า 70 ล้านบาท ยกเครื่องโครงสร้างพื้นฐานเวทีมวยลุมพินีเทียบชั้นสากล พร้อมเปิดตัว 6 รายการแข่งขันรูปแบบใหม่ รุกขยายฐานผู้ชมทุกกลุ่ม ตั้งแต่รากหญ้าถึงเหล่าทัพ มุ่งปั้นแบรนด์มวยไทยสู่ตลาดโลกด้วยธรรมาภิบาลและความยั่งยืน
นางสาวครองขวัญ เลิศจารุอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทลุมแม็กซ์จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจประจำปี 2569 ว่า บริษัทได้วางยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมกีฬามวยไทยให้ก้าวสู่เวทีโลก โดยเตรียมงบประมาณลงทุนมูลค่ากว่า 70 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของ “เวทีมวยลุมพินี” ครั้งใหญ่ ครอบคลุมการพัฒนาระบบแสง สี เสียง การติดตั้งจอแอลอีดี (LED) และการวางระบบเทคโนโลยีการถ่ายทอดสดที่ทันสมัย เพื่อให้สอดรับกับมาตรฐานสากลและยกระดับประสบการณ์การรับชมในสนามให้มีความสมบูรณ์แบบสูงสุด
นอกเหนือจากการลงทุนด้านฮาร์ดแวร์แล้ว ภายใต้ยุทธศาสตร์ด้านคอนเทนต์กีฬา บริษัทได้เปิดตัวโปรดักต์ใหม่ 6 รายการแข่งขัน เพื่อสร้างความหลากหลายและขยายฐานผู้ชมในวงกว้าง เริ่มต้นด้วยการสร้างนวัตกรรมใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในวงการมวยไทยกับรายการ “ลุมน๊อค (Tag Team)” การแข่งขันรูปแบบแท็กทีมที่มุ่งสร้างความตื่นเต้นและประสบการณ์แปลกใหม่ให้แก่ผู้ชม ควบคู่ไปกับรายการ “สมรภูมิมวยไทย” ที่เน้นความดุดันทางเทคนิคของแม่ไม้มวยไทย ผสานการนำเสนอที่ทันสมัยโดยมีเข็มขัดแชมป์เป็นเครื่องการันตีเกียรติยศ
ในมิติของการแข่งขันเชิงกลยุทธ์และศักดิ์ศรี บริษัทได้จัดให้มีรายการ “โปรโมเตอร์ชนโปรโมเตอร์” เวทีประชันวิสัยทัศน์ของโปรโมเตอร์ชั้นนำผ่านการส่งนักชกในสังกัดมาดวลกันเพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนามาตรฐานธุรกิจมวย และรายการ “ลุมพินียกทัพ” ซึ่งเป็นการแข่งขันเชิงเกียรติยศระหว่างนักกีฬาจากเหล่าทัพหลัก ได้แก่ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสะท้อนศักยภาพ วินัย และความพร้อมของกำลังพล

พร้อมกันนี้ ลุมแม็กซ์ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาสังคมและความเท่าเทียมผ่านรายการ “มวยวัด” ที่เปิดโอกาสให้นักชกจากชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขัน ภายใต้การดูแลของโปรโมเตอร์มืออาชีพ โดยผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัลสนับสนุน 50,000-100,000 บาท เพื่อนำไปพัฒนาวัด โรงเรียน หรือสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ อันเป็นการผสานกีฬากับการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน รวมถึงรายการ “ราชินีสังเวียน” เวทีมวยหญิงแบบ 3 ยก ที่มุ่งส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและยกระดับบทบาทสตรีในอุตสาหกรรมกีฬาต่อสู้ระดับสากล
นางสาวครองขวัญ กล่าวทิ้งท้ายว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจองค์กรในการผลักดันมวยไทยสู่เวทีโลก โดยยึดมั่นในกรอบการกำกับดูแลกิจการที่ดี การปฏิบัติตามกฎหมาย และมาตรฐานสากลที่เคร่งครัด เพื่อให้บริษัทเป็นองค์กรต้นแบบด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาไทยที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
