เครื่องใช้ไฟฟ้าจับตา 2 ปัจจัยบวกอากาศร้อน-บอลโลก ดันตลาดปี 2569 พลิกเติบโต หลังปี’68 ติดลบ 7% ประเดิมระเบิดศึกแอร์ชิงเม็ดเงินหน้าร้อน สร้างเติบโต มิตซูบิชิส่งรุ่นไฟติ้งชิงส่วนแบ่งแอร์ราคาต่ำ 2 หมื่น ไมเดียขยายประกัน-บริการหลังการขาย ด้านโตชิบาลุยส่งแอร์คอมฟี่เจาะวัยรุ่นเจาะ Gen Z ส่วนเพาเวอร์มอลล์ผนึกกูร์เมต์-สปอร์ตมอลล์จัดครอสโปรโมชั่นย้ำคุ้มค่าดึงดูดลูกค้า
นายรัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริหารสินค้า เพาเวอร์ มอลล์ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าปี 2569 นี้มีโอกาสพลิกกลับมาเติบโตใน 2 กลุ่มสินค้าคือ เครื่องปรับอากาศและทีวี ด้วยแรงหนุนจาก 2 ปัจจัยบวกสำคัญ คือสภาพอากาศหน้าร้อนที่มีแนวโน้มร้อนจัดและร้อนนาน ช่วยปลุกความต้องการสินค้าทำความเย็น ทั้งเครื่องปรับอากาศ พัดลม เครื่องกรองอากาศ และอื่น ๆ
อีกปัจจัยคือการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2026 ช่วงกลางปี ที่จะกระตุ้นให้ผู้บริโภคอัพเกรดทีวีเป็นขนาดใหญ่ขึ้น ความละเอียดสูงขึ้น และดีไซน์หรูขึ้น หลังปัจจุบันทีวีกลายเป็นเครื่องสะท้อนฐานะของผู้บริโภคระดับพรีเมี่ยม เช่นเดียวกับแบรนด์ทีวีที่รับลูกด้วยการพัฒนาดีไซน์สไตล์เฟอร์นิเจอร์
แนวโน้มนี้นับเป็นการฟื้นตัวจากปี 2568 ซึ่งเซ็กเมนต์เครื่องปรับอากาศหดตัวรุนแรง เนื่องจากสภาพอากาศไม่เป็นใจ เช่นเดียวกับปัจจัยเศรษฐกิจ-กำลังซื้อ รวมถึงสถานการณ์ทั้งในและนอกประเทศ ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังภาพรวมของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ในสภาพหด-ทรงตัว ทั้งนี้ ขึ้นกับหมวดสินค้าที่นำมาคำนวณ
“ช่วงต้นปี’69 เครื่องปรับอากาศน่าจะแข่งกันดุเดือด ทั้งด้วยรุ่นไฟติ้งราคาจับต้องง่าย และฟังก์ชั่น AI โดยน่าจะเห็นไลน์อัพสินค้าและแคมเปญจากแบรนด์และร้านค้าชัดเจนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนที่ตลาดทีวีจะเริ่มดุเดือดช่วงกลางปี”
เพาเวอร์มอลล์จัดโปรข้ามธุรกิจ
นายรัชตะกล่าวต่อไปว่า เพาเวอร์ มอลล์ ในฐานะช่องทางจำหน่าย เตรียมดึงดูดลูกค้า กระตุ้นการตัดสินใจ และรับมือการแข่งขันราคา ด้วยการต่อยอดหลายหมวดธุรกิจในเครือเดอะมอลล์ อาทิ กูร์เมต์มาร์เก็ต, สปอร์ตมอลล์ ฯลฯ จัดครอสโปรโมชั่นระหว่างกัน เช่น ใช้ใบเสร็จเพาเวอร์มอลล์เป็นส่วนลดหรือสิทธิแลกซื้อสินค้าในกูร์เมต์มาร์เก็ต, สปอร์ตมอลล์ รวมไปถึงนำสินค้ากีฬาหรืออาหารมาจำหน่ายคู่กับเครื่องใช้ไฟฟ้าในราคาพิเศษ เป็นต้น เพื่อสร้างความแตกต่างและความคุ้มค่า โดยไม่ต้องพึ่งพาการลดราคา
“สำหรับปี’69 นี้ เรายังมองบวกทั้งด้วยปัจจัยภายนอกและภายในอย่าง แคแร็กเตอร์ มอนชิชิ ที่จะมีกิจกรรมออกมาต่อเนื่อง เพื่อสร้างความคึกคัก หลังได้รับการตอบรับที่ดีในปีที่แล้ว”
โตชิบาลุยคู่แอร์-พัดลม
ไปในทิศทางเดียวกับนางสาวเสาวณีย์ สิราริยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ที่กล่าวว่า ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่รวมทีวีในปี 2568 มีมูลค่าประมาณ 7 หมื่นล้านบาท หดตัว 7.1% สาเหตุหลักมาจากการหดตัวของเซ็กเมนต์เครื่องปรับอากาศ
แต่ปี’69 นี้คาดว่าตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าจะกลับมาเติบโตประมาณ 3-4% เนื่องจากฐานเปรียบเทียบที่ต่ำ และสภาพอากาศที่คาดว่าจะร้อนจัดและร้อนนานอีกครั้ง ร่วมกับอัตราครอบครองที่ยังต่ำ
โดยบริษัทจะชิงความได้เปรียบและสร้างการเติบโตด้วยไลน์อัพเครื่องปรับอากาศในแบรนด์คอมฟี่ (Comfee) ที่มุ่งเจาะกลุ่ม Gen Z ด้วยราคาจับต้องง่าย และการวางขายผ่านออนไลน์เป็นหลัก เช่นเดียวกับพัดลมแบรนด์โตชิบา ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าโตเท่าตัว ด้วยการขยายไลน์อัพเพิ่ม 4 สีใหม่คือ สีดำ สีครีม สีฟ้า และเขียว
ไมเดียเผยโฉมพรีเซ็นเตอร์ใหม่
เช่นเดียวกับนายธนวัฒน์ วงศ์ชาญวุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป ไมเดีย ประเทศไทย กล่าวว่า ปี’69 นี้บริษัทมุ่งเจาะกลุ่ม Gen Z และมิลเลนเนียล ซึ่งเป็นฐานผู้บริโภคสำคัญ เนื่องจากเติบโตขึ้นมาพร้อมเทคโนโลยีอย่าง AI รวมถึงมีกำลังซื้อและเริ่มมีบทบาทในการตัดสินใจซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า
โดยมุ่งนำเสนอประโยชน์ที่ลูกค้าทั้งด้านฟังก์ชั่นและประสบการณ์ ซึ่งแตกต่างจากแบรนด์คู่แข่งที่ส่วนใหญ่ยังเน้นเรื่องฟังก์ชั่นการทำงานเท่านั้น ด้วยเทคโนโลยี AI และบริการหลังการขาย ซึ่งขยายระยะเวลาประกัน รวมถึงจำนวนศูนย์บริการให้ยาวและทั่วถึงขึ้น
มีไฮไลต์เป็นเครื่องปรับอากาศรุ่น “Celest” ที่มาพร้อมนวัตกรรม AI ECOMASTER ควบคุมอุณหภูมิแม่นยำถึง 0.3องศาเซลเซียส และประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น 30% รวมถึง Prime Guard เทคโนโลยีเฉพาะของไมเดียที่เพิ่มความทนทานและอายุการใช้งาน ส่วนด้านบริการหลังการขาย ขยายการรับประกันอะไหล่ทั่วไปในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจาก 1 ปี เป็น 3 ปี และวางเป้าเพิ่มสาขา Midea Pro Shop หรือศูนย์บริการอย่างเป็นทางการให้ครบ 130 แห่งทั่วประเทศภายในปีนี้
“ด้านการสื่อสาร จะใช้พรีเซ็นเตอร์คนล่าสุด อิ้งค์-วรันธร เปานิล ถ่ายทอดความใส่ใจ ผ่านตัวตนและไลฟ์สไตล์อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของแบรนด์ที่ไม่ได้ต้องการเป็นเพียงเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ต้องการเป็น “คนรู้ใจ” ที่เข้าใจผู้บริโภคในทุกแง่มุม ตามแนวคิด Midea Care คนรู้ใจทุกโมเมนต์”
มิตซูบิชิชิงแอร์ไม่เกิน 2 หมื่นบาท
ขณะที่นายโทชิยูกิ อีซูกะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด กล่าวว่า ปี’69 นี้บริษัทปรับกลยุทธ์เน้นให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าระดับพรีเมี่ยมได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในเซ็กเมนต์ขนาด 13,000 BTU ราคาไม่เกิน 20,000 บาท ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์ใหญ่ที่สุดของตลาด เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและส่วนแบ่งตลาด โดยมีไฮไลต์เป็น KA Series เครื่องปรับอากาศระดับไฟติ้งจำนวน 5 รุ่น ในราคาจับต้องง่ายและแข่งขันได้ ขณะที่ยังคงจุดเด่นอย่างคุณภาพความทนทานตามมาตรฐานญี่ปุ่น เชื่อถือได้ และคุ้มค่าในระยะยาวเอาไว้
ทั้งนี้ มั่นใจว่า KA Series จะทำให้ปี’69 นี้ ยอดขายเครื่องปรับอากาศกลับมาเติบโต 10% รวมถึงหนุนรายได้รวมกลับมาโต 10% เช่นกัน
ทีวีประชันนวัตกรรม Micro RGB
แหล่งข่าวในวงการทีวีระบุว่า ตลาดทีวีปี’69 นี้จะคึกคักในช่วง 11 มิถุนายน-19 กรกฎาคม 2569 ซึ่งจะมีการแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2026 โดยปัจจัยกระตุ้นตลาดนอกจากกีฬายอดนิยมของชาวไทยแล้ว ยังมีเทคโนโลยีใหม่อย่าง Micro RGB ที่มีจุดเด่นด้านสีสันที่สมจริงเป็นพิเศษ และความสว่างสูง แต่ราคาจับต้องง่ายกว่า Micro LED
เห็นได้จากทีวี Micro RGB ขนาด 115 นิ้วของซัมซุง ที่มีราคาเปิดตัว 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 936,000 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน 1 USD เท่ากับ 31.2 THB) ราคานี้ต่ำกว่า The Wall ซึ่งเป็นทีวี Micro LED ของซัมซุงซึ่งเปิดตัวเมื่อปี 2562 ด้วยราคา 13.9 ล้านบาท สำหรับขนาด 143 นิ้ว
โดยภายในงาน CES 2026 เมื่อต้นเดือนมกราคม แบรนด์ทีวีทั้ง Samsung, LG, Hisense และอื่น ๆ ต่างพร้อมใจกันเปิดตัว Micro LED รุ่นใหม่ และนำมาโชว์ภายในงาน ซึ่งคาดว่าจะนำมาวางขายจริงในปีนี้ด้วยเช่นกัน