Foodland : แนวคิด 54 ปี ซูเปอร์มาร์เก็ตแบรนด์ไทย 24 ชั่วโมง
เรื่อง : พฤฒินันท์ สุดประเสริฐ
ภาพ : ชินวัฒ สมหวัง
Foodland (ฟู้ดแลนด์) ซูเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติไทย ที่เปิดให้บริการมานานกว่า 54 ปี กับจุดเด่นในการเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ให้ลูกค้าทุกช่วงวัยและทุกช่วงเวลา เข้าถึงของสด-สินค้าต่าง ๆ ได้ตลอดเวลา
แต่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกและเศรษฐกิจที่กระทบต่อทุกคนและทุกธุรกิจ อะไรคือหลักคิดและหัวใจที่ทำให้ซูเปอร์มาร์เก็ตแบรนด์ไทยแห่งนี้ ยังยืนหยัดและไปต่อ
“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนเรียนรู้โลกของการทำซูเปอร์มาร์เก็ต จากบทสนทนาของ อธิพล ตีระสงกรานต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟู้ดแลนด์ซุปเปอร์มาร์เก็ต จำกัด
จุดเริ่มต้น จาก 1 สู่ 25 สาขา
อธิพล เล่าย้อนถึงการเริ่มต้นในธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตว่า เริ่มจากประสบการณ์ของคุณแม่ ซึ่งเคยเป็นแอร์โฮสเตสและพนักงานภาคพื้นดิน จากการเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง ทำให้คุณแม่คุ้นเคยกับการช้อปปิ้งในซูเปอร์มาร์เก็ตติดแอร์ ประจวบเหมาะกับช่วงเวลานั้น มีบริษัทต่างชาติจากฮ่องกงเข้ามาเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งแรกในไทย แต่เนื่องจากซูเปอร์มาร์เก็ตยังเป็นสิ่งใหม่ คนไทยในยุคนั้นมองว่าเป็นเพียงร้านโชห่วยติดแอร์และกังวลว่าจะราคาแพงจึงไม่กล้าเข้าใช้บริการ ทำให้บริษัทแม่ที่ฮ่องกงตัดสินใจจะปิดกิจการ
แต่ผู้จัดการร้านชาวฮ่องกงในขณะนั้นเชื่อมั่นว่าคอนเซปต์ซูเปอร์มาร์เก็ตติดแอร์สามารถไปได้ในกรุงเทพฯ จึงนำเรื่องมาปรึกษากับคุณแม่ซึ่งเป็นลูกค้าประจำ เมื่อครอบครัวเห็นโอกาสในการซื้ออุปกรณ์และสต๊อกสินค้าต่ำกว่าทุน จึงร่วมหุ้นกับผู้ถือหุ้นรุ่นตั้งต้นและชวนผู้จัดการชาวฮ่องกงมาร่วมหุ้น เริ่มต้นทำซูเปอร์มาร์เก็ตด้วยกัน โดย ‘ฟู้ดแลนด์’ สาขาแรกขึ้นในปี 2515 บนถนนพัฒน์พงษ์ ซึ่งเป็นย่านที่มีนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นที่จบการศึกษาจากต่างประเทศที่มีกำลังซื้อสูง
หลังจากเปิดสาขาแรกได้ 2 ปี บริษัทมองว่าการพึ่งพานักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวมีความเสี่ยง จึงขยายสาขาที่สองไปยัง “เพลินจิต อาเขต” บนถนนวิทยุ ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้และอาคารสำนักงานใจกลางเมือง
จากจุดนั้นเป็นต้นมา ฟู้ดแลนด์ วางนโยบายการเติบโตอย่างระมัดระวังด้วยการเปิดสาขาใหม่ทุก ๆ 2-3 ปี เน้นใช้เงินทุนของตัวเองและไม่กู้เงินจากสถาบันการเงิน ส่งผลให้ฐานลูกค้าค่อย ๆ ขยายตัวจากกลุ่มต่างชาติและ Expat กลายมาเป็นคนไทยถึง 80% และต่างชาติ 20% โดยในปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 25 สาขา ครอบคลุมกรุงเทพฯ ปริมณฑล พัทยา และนครราชสีมา
เราเปิดช้าเพราะนโยบายเราคือ เราไม่กู้เงิน เราก็เปิดเท่าที่กำลังทรัพย์เราจะเปิดไหว ช้า ๆ แต่มั่นคง ยึดหลักเปิดเมื่อพร้อมจริง ๆ
เรียนรู้ประสบการณ์จากต่างประเทศ
แม้จะวิ่งเล่นและเติบโตมาในซูเปอร์มาร์เก็ตตั้งแต่เด็กเนื่องจากในอดีตสำนักงานหลังบ้านตั้งอยู่ในพื้นที่ซูเปอร์มาร์เก็ต แต่เส้นทางการเข้ามาบริหารงานของอธิพล เริ่มจากการออกไปแสวงหาประสบการณ์ภายนอกตามความต้องการของคุณพ่อ
หลังจบการศึกษาด้านบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยเพปเปอร์ไดน์ (Pepperdine University) สหรัฐอเมริกา อธิพลได้เริ่มทำงานเป็นนักวิเคราะห์หุ้นในไทย ก่อนจะย้ายไปเป็นโบรกเกอร์ซื้อขายหุ้นที่ฮ่องกงเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งทำให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมการทำงานของคนฮ่องกง
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ “Wellcome” ซูเปอร์มาร์เก็ตชื่อดังในฮ่องกง เปิดรับ Management Trainee จำนวน 4 คน ซึ่งอธิพลได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 4 เนื่องจากทักษะภาษาอังกฤษที่ดีและสามารถสื่อสารภาษาไทยและจีนได้
ตลอดระยะเวลา 1 ปีครึ่งที่นั่น เขาถูกส่งไปเรียนรู้งานครอบจักรวาล ตั้งแต่แผนกทรัพยากรบุคคล การจัดซื้อ คลังสินค้า รวมถึงการลงพื้นที่หน้าร้าน รับบทบาทเป็นผู้จัดการสาขา พนักงานแคชเชียร์ และพนักงานเติมของ ซึ่งกลายเป็นรากฐานประสบการณ์สำคัญเมื่อเดินทางกลับมาทำงานที่ฟู้ดแลนด์
เมื่ออธิพลกลับมาทำงานที่ฟู้ดแลนด์ ก็ได้เริ่มต้นทำงานตั้งแต่การเป็นพนักงานแพ็กของ แคชเชียร์ ผู้จัดการสาขา จนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ
ขณะเดียวกัน ช่วงที่ได้เข้ามาทำธุรกิจของครอบครัว เป็นช่วงเวลาที่ธุรกิจค้าปลีกไทยยังใช้ระบบจดมือ (Manual) ในการเช็กสต๊อกสินค้า ซึ่งต้องใช้นับด้วยมือและเสียเวลาเป็นวัน จากประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ระบบบาร์โค้ดและคอมพิวเตอร์จากฮ่องกง ประจวบเหมาะกับเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 1997 ฟู้ดแลนด์จึงได้โอกาสลงทุนในระบบคอมพิวเตอร์และระบบเครื่อง POS ซึ่งได้ส่วนลดพิเศษจากซัพพลายเออร์ที่ต้องการโปรไฟล์ร้านค้า และระบบดังกล่าว ก็ช่วยให้สแกนสินค้าและรู้สต๊อกได้ทันที
อธิพล สะท้อนความเห็นว่า การมีประสบการณ์ทำงานจากที่อื่น ถือว่าเป็นความได้เปรียบ และทำให้เกิดการระวังกับดัก “ความเคยชิน” เพราะการทำงานในสถานที่เดิมนาน ๆ มักทำให้มองเห็นปัญหาเป็นเรื่องปกติจนไม่คิดแก้ไข
ความคุ้นเคยเป็นสิ่งที่น่ากลัว คุณอยู่กับอะไร คุณเคยชินกับอะไร คุณทำงานจบไปวัน ๆ ตามแบบเดิม ๆ ไปเรื่อย ๆ สิ่งที่คุณเห็น คุณคิดว่ามันถูกแล้ว แต่มันอาจจะดีกว่านั้นได้
ขณะเดียวกัน ช่วงที่ผ่านมา ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อหดตัว และการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น ฟู้ดแลนด์ได้ตัดสินใจหยุดขยายสาขาชั่วคราว เพื่อหันมาเพิ่มประสิทธิภาพและปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในองค์กรอย่างหนักหน่วง โดยได้ภรรยาเข้ามาช่วยมองในฐานะคนนอก ทำให้เห็นจุดบกพร่องที่คนอยู่นานมองข้าม ส่งผลให้แม้ยอดขายรวมจะไม่เติบโต แต่บริษัทกลับสามารถเพิ่มผลกำไรสุทธิได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จริงใจ-ใส่ใจ
เมื่อถามถึงหลักการในการดำเนินธุรกิจของฟู้ดแลนด์ อธิพล พูดถึงคำสำคัญ 2 คำ คือ บริหารงานด้วยความจริงใจ และบริการลูกค้าด้วยความใส่ใจ
ในมิติของคู่ค้า ฟู้ดแลนด์เน้นการจ่ายเงินตรงเวลาและไม่บีบคั้น เพื่อให้เกิดการเติบโตแบบ Win-Win ทั้งสองฝ่าย ส่วนความจริงใจต่อลูกค้า สะท้อนผ่านการมีทีมควบคุมคุณภาพ (QA) ลงพื้นที่ตรวจตราโรงงานผู้ผลิต โรงฆ่าสัตว์ ตรวจสอบสารตกค้างทั้งต้นทางและปลายทาง ตลอดจนสุ่มตรวจความสะอาดและสุขอนามัยการล้างมือของพนักงานในทุกสาขา
ด้านนโยบายโปรโมชั่น ฟู้ดแลนด์มองเป็นการคืนกำไรให้แก่ลูกค้า ไม่ใช่การนำสินค้าค้างสต๊อกมาลดราคา สินค้าที่นำมาจัดโปรโมชั่นต้องมีอายุเหลือเกินกว่าครึ่งหนึ่งของอายุสินค้า โดยเฉพาะแคมเปญใหญ่ “ซื้อ 1 แถม 1” ที่จัดขึ้นปีละ 4 ครั้ง และแต่ละครั้งต้องใช้เวลาเตรียมงานล่วงหน้าร่วม 2 เดือน เพื่อคัดสรรสินค้ากว่า 1,000 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่ของใช้ในชีวิตประจำวัน ของใช้ในครัวเรือน นม เนย ไปจนถึงของสด เพื่อช่วยลดค่าครองชีพของลูกค้าลงครึ่งหนึ่ง
นอกจากนี้ ร้านอาหาร ‘ถูกและดี’ ในทุกสาขา ยังยึดมาตรฐานการใช้เนื้อสัตว์อนามัยจากโรงงานที่มีใบอนุญาตถูกต้อง ไม่ใช้เนื้อจากเขียงตลาดสดที่ไม่สามารถตรวจสอบที่มาได้
ขณะที่แบรนด์ไส้กรอกและโคลด์คัท ‘Butcher’s Choice’ ซึ่งเปิดดำเนินการมานานกว่า 30 ปี มีโรงงานผลิตอยู่ที่ลาดกระบัง ได้ยกระดับผลิตภัณฑ์ด้วยการใช้เนื้อสัตว์คัดสรรชิ้นใหญ่ ไม่ใช้เศษเนื้อบด นำเข้าเครื่องเทศจากต่างประเทศ และใช้ไส้แกะธรรมชาติสำหรับไลน์พรีเมี่ยม โดยยึดหลักว่าต้องสบายใจกับสินค้าที่ขายและส่งมอบเฉพาะสิ่งที่ตัวเองรับได้ให้แก่ลูกค้า
ถ้าอะไรเป็นสิ่งที่เรารับได้ นั่นคือสิ่งที่เราส่งต่อให้ลูกค้า เราต้องรู้สึกสบายใจกับสิ่งที่เราขาย
โอกาส 24 ชั่วโมง
หากพูดถึงสมรภูมิซูเปอร์มาร์เก็ต Foodland คือ หนึ่งในซูเปอร์มาร์เก็ต ที่มีจุดเด่นสำคัญ คือ การเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
อธิพล เล่าถึงการเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงของฟู้ดแลนด์ มีเป้าหมายเพื่อสร้างความแตกต่างและส่งมอบบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า โดยไม่มีนโยบายนำสินค้าของสดใกล้เสียมาลดราคาเคลียร์สต๊อก แต่จะคัดแยกสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานออกจากชั้นวางและทำลายทิ้งทันที
นอกจากนี้ โมเดล 24 ชั่วโมงยังสร้างข้อได้เปรียบด้านโลจิสติกส์ เนื่องจากตลาดของสดจะเริ่มซื้อขายกันในช่วงเย็น ฟู้ดแลนด์จึงสามารถลำเลียงสินค้าสดจากแหล่งผลิต กระจายไปยังสาขาต่าง ๆ ในช่วงดึก ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศไม่ร้อนและจราจรไม่ติดขัด ทำให้สินค้าส่งถึงชั้นวางในคืนนั้นทันทีโดยไม่ต้องพักของไว้ข้ามวัน
สำหรับรูปแบบร้าน ฟู้ดแลนด์เน้นการวางผังร้านที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกสาขา จัดวางแผนกเนื้อสัตว์ไว้ด้านหลัง ผักผลไม้อยู่ด้านข้าง เพื่อให้ลูกค้าเดินช้อปปิ้งได้สะดวก บริษัทให้ความสำคัญกับทำเลประเภท Standalone ที่มีพื้นที่จอดรถสะดวกสบายด้านหน้า เนื่องจากธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ต่ำมาก เพียงประมาณ 3 บาทต่อยอดขาย 100 บาท การจ่ายค่าเช่าหรือซื้อที่ดินราคาสูงในศูนย์การค้าขนาดใหญ่จึงไม่คุ้มค่ากับการลงทุนในระยะยาว
สร้างคนแบบ ‘Foodland’
การบริหารจัดการพนักงานกว่า 2,000 คนในธุรกิจบริการที่ต้องทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ ถือเป็นความท้าทายสูง ส่งผลให้มีอัตราการหมุนเวียนของพนักงาน (Turnover) ต้องรับพนักงานใหม่ปีละกว่า 800 คน
ฟู้ดแลนด์รับมือด้วยการจ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสม พร้อมสร้างเส้นทางความก้าวหน้า หากพนักงานผ่าน 2 ปีแรกได้ จะมีโอกาสเติบโตเป็นหัวหน้างานและผู้จัดการสาขา พร้อมสวัสดิการต่าง ๆ และความมั่นคงในระยะยาว ทั้งยังสนับสนุนทุนการศึกษาและคอร์สพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ โดยมีผู้จัดการสาขารุ่นใหญ่ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลทั้งเรื่องงานและการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล
สำหรับการขยายสาขาในอนาคต แม้จะมีผู้เสนอทำเลเข้ามาในทุก ๆ ปี แต่ฟู้ดแลนด์เลือกชะลอไว้ก่อน เนื่องจากองค์กรกำลังอยู่ในช่วง “ผลัดใบ” ซึ่งผู้จัดการสาขารุ่นเก๋ากำลังทยอยเกษียณอายุ ขณะที่ผู้จัดการรุ่นใหม่ยังต้องใช้เวลาสะสมประสบการณ์อีก 1-2 ปี เพื่อให้พร้อมรองรับการเติบโตรอบใหม่เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว
การทำธุรกิจไม่จำเป็นต้องเปิดสาขาแล้วถือว่าใหญ่โต ต้องไปกี่หมื่นล้าน ในตอนนี้เป็นแสนล้านคงไม่ใช่ สิ่งที่มีอยู่ มันต้องแข็งแรงและมั่นคง แล้วจะทำยังไงให้มันมั่นคงยิ่งขึ้น
บทเรียนจาก ‘ซูเปอร์มาร์เก็ต’
อธิพล สะท้อนบทเรียนสำคัญในการดำเนินธุรกิจที่ได้เรียนรู้ คือ “ความขยัน ความจริงใจ ความใส่ใจ แก้ได้ทุกอย่าง” การตื่นตัวกับสิ่งที่ทำอยู่เสมอ ไม่ติดกับดักความเคยชิน และบริหารงานด้วยความจริงใจ เพราะการหลอกลวงอาจทำได้แค่ช่วงสั้น ๆ แต่ความจริงใจคือสิ่งเดียวที่จะสร้างความยั่งยืนในธุรกิจได้อย่างแท้จริง
ความขยัน ความจริงใจ ความใส่ใจ แก้ได้ทุกอย่าง ตื่นตัวกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่เสมอ อย่าติดกับดักของความเคยชิน