Skip to content

แม่ทัพ Sony เผยทิศธุรกิจ ผนึก TSMC ชิงเจ้าตลาด เซ็นเซอร์

15 พ.ค. 2569 | 11:12น.
แม่ทัพ Sony เผยทิศธุรกิจ  ผนึก TSMC ชิงเจ้าตลาด เซ็นเซอร์
คอลัมน์ : Market Move

โซนี่ (Sony) บริษัทอิเล็กทรอนิกส์และบันเทิง สัญชาติญี่ปุ่นนับเป็นผู้เล่นอีกรายที่อยู่ในวงการซึ่งถูกดิสรัปต์อย่างหนักจากทั้ง AI ไม่ว่าจะเป็นวงการเกม หรือวงการเพลง รวมไปถึงสถานการณ์ซัพพลายเชนและต้นทุนการผลิตพุ่งสูง อย่างไรก็ตามล่าสุดผู้บริหารใหญ่ของโซนี่เผยทิศทางธุรกิจท่ามกลางกระแส AI และแนวทางรับมือความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบ 

สำนักข่าว “นิกเคอิ เอเชีย” รายงานว่า “ฮิโรคิ โทโทกิ” (Hiroki Totoki) ประธานและซีอีโอของโซนี่ กรุ๊ป อธิบายว่า ในธุรกิจเกมนั้นที่ผ่านมาการพัฒนาเกมมีความเสี่ยงหลายด้านทั้งด้านเงินทุนและระยะเวลา เนื่องจากการพัฒนาเกมฟอร์มยักษ์เกมหนึ่งอาจต้องใช้งบฯ มากถึง 50,000 ล้านเยน หรือประมาณ 10,000 ล้านบาท และใช้เวลาพัฒนา 5 – 6 ปี ซึ่งระหว่างช่วงเวลานี้อาจเกิดความเปลี่ยนแปลงที่มาดิสรัปต์การพัฒนาได้

แต่ถ้า AI ช่วยลดความท้าทายในการพัฒนาได้ ก็อาจนำไปสู่นวัตกรรมใหม่ ๆ และฟื้นฟูอุตสาหกรรมเกมโดยรวมได้

ส่วนผลกระทบของ AI ในธุรกิจเพลงนั้น ผู้บริหารโซนี่ระบุว่า เหตุการณ์ที่เพลงซึ่งสร้างด้วย AI เข้าไปติดอันดับชาร์ตเพลงฮิตเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างมาก แต่โดยรวมแล้วเพลงจาก AI ยังมีส่วนแบ่งน้อยมาก จึงไม่น่าส่งผลให้ราคาลิขสิทธิ์เพลงคลาสสิกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

เนื่องจากเพลงที่แต่งโดยมนุษย์ถูกสร้างขึ้นจากความทรงจำและประสบการณ์ส่วนตัวของผู้แต่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ AIไม่น่าจะแข่งขันได้ ดังนั้นลิขสิทธิ์เพลงยังคงเป็นเป้าหมายการลงทุนยอดนิยม

ขณะเดียวกัน “ฮิโรคิ โทโทกิ” ย้ำความเชื่อมั่นในแนวทางรับมือสถานการณ์ราคาชิปหน่วยความจำ หรือ RAM พุ่งสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจเกมของโซนี่ที่เป็นผู้ผลิตเครื่องเกมเพลย์สเตชั่น 5 (Playstation 5) โดยยืนยันว่า บริษัทจัดหาชิปหน่วยความจำที่จำเป็นสำหรับการผลิตสินค้าในปี 2026 นี้ได้เกือบครบแล้ว ส่วนเครื่องเกมรุ่นถัดไปนั้นบริษัทยังไม่กำหนดราคาหรือวันวางจำหน่าย

“ชิปราคาหน่วยความจำหรือ RAM ที่สูงขึ้นย่อมหมายถึงต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นตามไปด้วย แต่การผลักภาระต้นทุนเหล่านี้ไปให้ลูกค้าอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อการตัดสินใจซื้อเครื่องเล่นเกมด้วยเช่นกัน”

ในส่วนของธุรกิจผลิตเซ็นเซอร์รับภาพสำหรับกล้องดิจิทัลและสมาร์ทโฟน ซึ่งโซนี่จับมือเป็นพันธมิตรกับ Taiwan Semiconductor Manufacturing Co หรือ TSMC โดย “ฮิโรคิ โทโทกิ” อธิบายว่า ความร่วมมือนี้จะเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญสำหรับบริษัททั้งด้านผลกำไรที่ดีขึ้น และการลดภาระการลงทุน

ทั้งนี้เพราะที่ผ่านมาบริษัทแบกรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดตั้งแต่ขั้นวิจัย-พัฒนา ไปจนถึงการผลิต แต่ดีลพันธมิตรนี้จะสร้างความร่วมมือด้านการผลิตร่วมกับ TSMC

ขณะเดียวกันหลังจากนี้เซ็นเซอร์รับภาพจะทวีความสำคัญมากขึ้น โดยนอกจากการใช้งานในอุปกรณ์พกพาต่าง ๆ แล้ว เซ็นเซอร์รับภาพจะมีบทบาทสำคัญในการควบคุมหุ่นยนต์, ยานพาหนะและอุปกรณ์อื่น ๆ

โดยบริษัทกำลังเตรียมพร้อมสำหรับรองรับดีมานด์เซ็นเซอร์รับภาพในอนาคต ด้วยการเสริมแกร่งการผนึกกำลังกับ TSMC ในฐานะผู้นำอันดับหนึ่งในด้านเซ็นเซอร์รับภาพ

สำหรับธุรกิจด้านยานยนต์ที่โซนี่หยุดแผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าร่วมกับฮอนด้านั้น หลังทดลองสมมุติฐานต่าง ๆ แล้ว คาดว่าหากยานยนต์ไร้คนขับเกิดขึ้นจริงบริษัทยังมีโอกาสสร้างรายได้อีกหลายด้าน ตัวอย่างเช่น การทำให้ภายในยานยนต์กลายเป็นพื้นที่สำหรับความบันเทิง

นอกจากนี้ประธานและซีอีโอของโซนี่ กรุ๊ป ยังชี้แจงสถานการณ์ที่มูลค่าหุ้นของโซนี่ลดลงในช่วงที่ผ่านมา โดยกล่าวว่า ตลาดหุ้นมีความกังวลว่าอุตสาหกรรมบันเทิงจะไม่สามารถเติบโตได้เหมือนในอดีตอีกต่อไป ซึ่งความกังวลนี้ตั้งอยู่บน 2 สมมติฐาน คือ การขาดแคลนชิปหน่วยความจำจะทำให้การเติบโตชะลอตัวและส่งผลเสียต่อโครงสร้างต้นทุน

ขณะเดียวกันความก้าวหน้าของ AI ทำให้การสร้างคอนเทนต์ทำได้ง่ายขึ้น ส่งผลต่อเนื่องให้จำนวนคอนเทนต์เพิ่มขึ้น นำไปสู่การแข่งขันดุเดือดเพื่อแย่งชิงเวลาของผู้บริโภค

อย่างไรก็ตามแน่นอนว่า AI จะพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ ความยืดหยุ่นในการปรับตัวเมื่อโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ เกิดขึ้น ซึ่งบริษัทจะมองหาช่องทางในการสร้างรายได้จาก AI ด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรทุกกลุ่ม ไม่จำกัดเฉพาะบางกลุ่มเท่านั้น

“เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมุมมองของตลาดได้ด้วยตัวเอง แต่หวังว่าการให้ข้อมูลที่มีคุณภาพจะช่วยส่งเสริมความเข้าใจที่ดีขึ้นได้”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AI (เอไอ) บันเทิง โซนี่ SONY