‘การบินไทย’ เลือกโต-ไม่เร่งโต มุ่งคุณภาพของ ‘รายได้-กำไร’
ปี 2569 นี้ “การบินไทย” ก้าวสู่ปีที่ 66 นับเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งว่าจะสามารถต้านแรงกระทบจากวิกฤตราคาพลังงานโลกได้แค่ไหน และจะยังรักษาโมเมนตัมการเติบโตที่ดีต่อจากปี 2568 ได้หรือไม่
ด้วยบทเรียนในอดีตทำให้ “การบินไทย” รีบตั้งรับด้วยการทำแผนบริหารความเสี่ยงด้วยการลดความถี่จำนวนเที่ยวบินในบางเส้นทาง เพื่อให้สอดรับกับดีมานด์ของตลาดไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาต่อเนื่องมาถึงเดือนมิถุนายนนี้
และมีมาตรการอื่น ๆ เช่น การชะลอการลงทุนที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ฯลฯ รวมถึงแผนการกระตุ้นตลาดการเดินทางอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดคือ การพัฒนาโปรแกรมสะสมไมล์ Royal Orchid Plus หรือ ROP เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ด้วยการยกระดับประสบการณ์สมาชิกผ่านการเปิดตัวสิทธิประโยชน์ กิจกรรมพิเศษ และประสบการณ์รูปแบบใหม่ ตอบโจทย์พฤติกรรมการเดินทางและไลฟ์สไตล์ของสมาชิกยุคใหม่
โดยหนึ่งในไฮไลต์คือ การเปิดตัวแคมเปญ “Rise to GOLD” ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกระดับ Silver สามารถก้าวสู่สถานะ Gold Member ได้ง่ายขึ้น พร้อมรับเอกสิทธิ์การเดินทางระดับพรีเมี่ยม และสิทธิประโยชน์จากเครือข่าย Star Alliance
นอกจากนี้ ยังเตรียมสิทธิประโยชน์และกิจกรรมพิเศษสำหรับสมาชิกตลอดทั้งปี รวมทั้งขยายประสบการณ์ของสมาชิกสู่มิติใหม่ ที่ไม่ได้เป็นเพียงโปรแกรม “สะสมไมล์” แต่เป็น Ecosystem ที่เชื่อมโยงการเดินทาง ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์ที่มีความหมายสำหรับสมาชิกที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นด้วย
เพราะเชื่อว่า ระบบ ROP หรือลอยัลตี้โปรแกรมจะไม่ใช่แค่ระบบ “แลกไมล์” แต่จะช่วยเรื่องการสร้างความผูกพันระยะยาว
“กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์” ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ (DN) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บอกว่า การพัฒนาโปรแกรมสะสมไมล์ Royal Orchid Plus หรือ ROP ถือเป็นกลยุทธ์การสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ซึ่งที่ผ่านมาสมาชิกในระบบเติบโตอย่างรวดเร็ว
จากจุดเริ่มต้นในปี 2536 ที่มีสมาชิกเพียง 3 แสนคน สู่ปัจจุบันที่มีสมาชิกกว่า 5.5 ล้านคน โดยส่วนใหญ่อยู่ในประเทศไทย ตามด้วยอังกฤษ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอินเดีย
โดยย้ำว่านอกจากการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับกลุ่มลูกค้าแล้ว กลยุทธ์หลักของการบินไทยนับจากนี้คือ การเติบโตแบบมีวินัย หรือ “เลือกโต” ไม่ “เร่งโต” ภายใต้ Mission 4 C ประกอบด้วย 1. Customer Centric ยึดลูกค้าเป็นจุดสำคัญ 2. Commercial Excellence ต้องมีศักยภาพในการขาย 3. Cost Competitiveness บริหารต้นทุนให้คุ้มค่า แข่งขันได้ และ 4 .Continuous Improvement พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการบริหารความสมดุลของเครือข่ายและช่องทางการขาย (Balance Network Strategy) ด้วยการจัดสมดุลผู้โดยสารระหว่างกลุ่มบินตรง (Point-to-Point) ซึ่งเป็นตัวช่วยรักษายีลด์ให้อยู่ในระดับสูง และกลุ่มต่อเครื่อง (Connecting Traffic) ที่ช่วยเติมปริมาณผู้โดยสารให้เต็มลำ
สุดท้ายคือ เน้นคุณภาพของรายได้และกำไร มี “รายได้” ที่เรียกว่า Profitable Revenue คือรายได้ที่นำมาซึ่งกำไร เพราะถ้าธุรกิจมี Contribution Margin ที่ดีก็จะทำให้ EBITDA Margin ของบริษัทแข็งแรง
กล่าวคือ รายได้ที่มีคุณภาพ ต้องจบที่ EBITDA ที่ดี
พร้อมย้ำว่า Revenue is Great, but Profit is Better