บอลโลก
คอลัมน : Market Move
ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 เป็นอีกหนึ่งสถานการณ์ดุเดือดไม่เพียงในไทย แต่รวมไปถึงยักษ์ใหญ่ที่มีประชากรจำนวนมหาศาลระดับพันล้านคนอย่างอินเดีย และจีนด้วย ซึ่งต่างต่อราคาค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดกับฟีฟ่า (FIFA) หรือสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติแบบสะบั้นหั่นแหลก
สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า สถานีโทรทัศน์ในหลายประเทศของเอเชียต่างสู้ยิบตาในการเจรจาซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 นี้ เนื่องจากการแข่งครั้งนี้มีสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดาเป็นเจ้าภาพร่วม ทำให้เวลาแข่งขันตรงกับช่วงกลางดึก-เช้ามืดในหลายประเทศของภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเป็นช่วงที่หารายได้จากการโฆษณาได้ยาก
ส่งผลให้เกิดภาพที่สถานีโทรทัศน์ของแต่ละประเทศพยายามยื้อเวลาตัดสินใจซื้อลิขสิทธิ์ให้นานกว่าปกติ หวังให้ฟีฟ่ายอมลดราคาลงมา
เห็นได้จาก ณ สิ้นปี 2025 แม้ฟีฟ่าจะปิดดีลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดได้เกือบทั่วโลกแล้ว แต่ยังไม่สามารถปิดดีลในจีน อินเดีย และประเทศอื่น ๆ ในเอเชียได้ จนต่อมาฟีฟ่าบรรลุข้อตกลงกับสถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐบาลจีนได้ก่อนนัดเปิดสนามไม่ถึงหนึ่งเดือน โดยมีรายงานว่าราคาที่ตกลงกันในดีลนี้อยู่ที่เพียง 1 ใน 5 ของราคาที่ฟีฟ่าเรียกในครั้งแรกซึ่งสื่อจีนรายงานว่าอยู่ที่ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เช่นเดียวกับอินเดีย ที่บริษัท Zee Entertainment สามารถปิดดีลกับฟีฟ่าก่อนการเตะนัดแรกเพียง 10 วัน ด้วยราคาประมาณ 30-35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นเพียง 1 ใน 3 ของราคาที่ฟีฟ่าเรียกในตอนแรก
สำหรับสาเหตุที่ฟีฟ่ายอมหั่นราคาในระดับนี้ แม้จะต้องการเม็ดเงินสูงกว่าปกติ หลังฟุตบอลโลก 2026 มีทีมและแมตช์แข่งขันเพิ่มจาก 32 ทีม 64 นัด เมื่อครั้งการแข่งขันที่กาตาร์ในปี 2022 เป็น 48 ทีม 104 นัด เนื่องจากภูมิภาคเอเชียเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของฟีฟ่าทั้งในด้านจำนวนผู้ชมและเอนเกจเมนต์หรือการมีส่วนร่วม สะท้อนจากรายงานของฟีฟ่าเกี่ยวกับการแข่งขันในปี 2022 พบว่า 54% ของเอ็นเกจเมนต์ทั้งหมดมาจากภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ตามมาด้วยแอฟริกาและตะวันออกกลางที่ 20%
โดย 4 ใน 10 ตลาดที่ใหญ่ที่สุดของฟีฟ่าต่างอยู่ในเอเชีย มีจีนอยู่อันดับ 1 ตามมาด้วยอินเดียในอันดับ 2 และอินโดนีเซียอันดับ 5 ส่วนญี่ปุ่นเป็นอันดับ 6 นอกจากนี้เอเชียมีการเข้าถึงที่กว้างขวางที่สุดทั้งทางโทรทัศน์และบริการสตรีมมิ่งอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศในเอเชียที่มีทีมเข้ารอบสุดท้ายอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้นั้น ไม่สามารถต่อรองราคาได้มากนัก โดยมีรายงานว่า ฟีฟ่าพอใจกับข้อตกลงกับบริษัทเด็นสึ (Dentsu) ของญี่ปุ่น ซึ่งมีกระแสข่าวว่าสิทธิถ่ายทอดสดการแข่งขันมีมูลค่าประมาณ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือสูงกว่าครั้งก่อนถึง 150%
ทั้งนี้ เด็นสึจ่ายเงินขั้นต่ำตามข้อตกลงให้กับฟีฟ่าและขายสิทธิการถ่ายทอดสดให้กับบริษัทต่าง ๆ เช่น DAZN, สถานีโทรทัศน์ NHK รวมถึงสถานีโทรทัศน์เอกชนรายอื่น ๆ อย่าง Nippon TV และ Fuji TV
โดย NHK และอีก 2 สถานีจะถ่ายทอดสดการแข่งขัน 59 นัด รวมถึงการแข่งขันทั้งหมดของทีมชาติญี่ปุ่น ส่วน DAZN ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งจะถ่ายทอดสดการแข่งขันครบทั้ง 104 นัด