‘โอสถสภา’ ปลุกยอดครึ่งปีหลัง ดันชูกำลังสู่ Unisex-อัดมิวสิกมาร์เก็ตติ้ง
“โอสถสภา” ตั้งเข็มครึ่งหลังปี’69 โฟกัสเครื่องดื่มพรีเมี่ยม ลุยปรับภาพชูกำลังจากเครื่องดื่มสุดแมนสู่ Unisex เจาะกลุ่มผู้หญิง นำร่องเอ็ม-150 สปาร์กกิ้งโฉมใหม่ ด้านฟังก์ชั่นนอลดริงก์ดันซี-วิท, เปปทีนหัวหอก เพิ่มฟังก์ชั่นสุขภาพองค์รวม-คู่น้ำตาล 0% ตอบโจทย์สุขภาพ เพิ่มโอกาสบริโภค พร้อมระดมมิวสิกมาร์เก็ตติ้ง-สะสมแต้มปลุกดีมานด์ มั่นใจ 3 แบรนด์หัวหอก เอ็ม-150, เปปทีน, ซี-วิท โตดับเบิลดิจิตแน่
นางสาวนันทนา ขาวปลื้ม Chief Domestic Beverage Officer – Consumer & Category Management บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 แนวโน้มของตลาดเครื่องดื่มในไทยโดยรวมจะแบ่งออกเป็น 2 ทิศทาง คือ เซ็กเมนต์ระดับแมสยังคงท้าทาย เนื่องจากผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบหนักจากสภาพเศรษฐกิจ สวนทางกับกลุ่มพรีเมี่ยมที่เติบโตต่อเนื่อง เพราะผู้บริโภคพร้อมจับจ่ายกับสินค้าที่ตอบโจทย์
ส่วนตลาดเครื่องดื่มชูกำลังนั้นกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยมุ่งสู่การเป็น “เครื่องดื่มไลฟ์สไตล์” ของวัยรุ่น-วัยทำงาน และมีความ “พรีเมี่ยม” มากขึ้น จากเดิมที่มีภาพลักษณ์เป็นเครื่องดื่มของกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ซึ่งต้องมีราคาจับต้องได้ง่ายประมาณ 10 บาท
สอดคล้องกับแนวโน้มการเติบโตของโอสถสภา ที่ช่วง 5 เดือนแรก เอ็ม-150 เติบโตได้ดีหลังปรับพอร์ตสินค้าขยับไปยังกลุ่มพนักงานออฟฟิศมากขึ้น เช่นเดียวกับลิโพวิตัน-ดี รวมถึงซี-วิท และเปปทีน ซึ่งต่างเติบโตดีระดับเลข 2 หลักด้วยสูตรน้ำตาล 0% และสูตรช่วยการนอนหลับ สะท้อนความพร้อมจับจ่ายกับสินค้าที่ตอบโจทย์อย่างความกังวลเรื่องน้ำตาลของผู้บริโภค
“ศักยภาพของเซ็กเมนต์พรีเมี่ยมเห็นได้ชัดในตลาดชูกำลังที่เซ็กเมนต์พรีเมี่ยม 12 บาทเป็นตัวขับเคลื่อนตลาด ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ”
อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งหลังของปี’69 ต้องจับตาสถานการณ์แบบเดือนต่อเดือน เพราะมีปัจจัยสำคัญหลายด้านทั้งสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลาย ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนค่าพลังงาน-ขนส่ง และซัพพลายวัตถุดิบ อีกปัจจัยคือ ปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญที่จะทำให้อากาศร้อนจัด-ร้อนนาน ส่งผลโดยตรงต่อดีมานด์เครื่องดื่ม
โฟกัสเอ็ม-150, เปปทีน, ซี-วิท
นางสาวนันทนากล่าวต่อไปว่า เพื่อต่อยอดโอกาสและรับมือความท้าทายในตลาดเครื่องดื่ม ช่วงครึ่งหลังของปี’69 นี้จะผลักดัน 3 แบรนด์เป็นหัวหอก คือ เอ็ม-150, เปปทีน และซี-วิท ซึ่งวางเป้าเติบโตระดับเลข 2 หลัก ด้วยยุทธศาสตร์ Multibrand – Multiprice Point ซึ่งต่อยอดจุดแข็งของโอสถสภาที่มีไลน์เครื่องดื่มหลากหลายแบรนด์ และหลากหลายราคา มาจัดพอร์ตปรับภาพลักษณ์ และเพิ่มมูลค่าด้วยฟังก์ชั่น-สารอาหารเสริมให้ตรงกับโจทย์ของกลุ่มเป้าหมายในปีนี้อย่างผู้บริโภคระดับกลาง-บน ทั้งนักเรียน-นักศึกษา, พนักงานออฟฟิศ
พร้อมเสริมด้วยกิจกรรมการตลาด และการสื่อสารที่จะคึกคักยิ่งขึ้น โดยไม่เพียงปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นของผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาค แต่ยังเน้นการลงพื้นที่จัดกิจกรรมใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้นด้วย
ดันชูกำลังสู่เครื่องดื่ม Unisex
สำหรับเครื่องดื่มชูกำลังนั้นจะมุ่งปรับภาพลักษณ์ไปอีกขั้น โดยมุ่งความเป็นเครื่องดื่มที่ดื่มได้ทุกเพศทั้งชาย-หญิง ฯลฯ หรือ Unisex เพื่อเริ่มขยายฐานไปยังกลุ่มผู้หญิงซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังดื่มเครื่องดื่มชูกำลังไม่มากนัก ต่อจากก่อนหน้านี้ที่เปลี่ยนภาพจากเครื่องดื่มของผู้ใช้แรงงานเป็นเครื่องดื่มไลฟ์สไตล์สำหรับวัยรุ่น-พนักงานออฟฟิศด้วยความเท่จนฐานผู้บริโภคกว้างขึ้น รวมถึงสร้างการเติบโตได้ แต่ยังคงติดภาพลักษณ์เครื่องดื่มของผู้ชายอยู่ จึงเชื่อว่าการปรับภาพลักษณ์ให้เป็น Unisex นี้จะช่วยเพิ่มโอกาสสร้างการเติบโตได้ดียิ่งขึ้นอีก
โดยมีเอ็ม-150 สปาร์กกิ้ง ที่เป็นเครื่องดื่มชูกำลังแบบอัดก๊าซ คล้ายน้ำอัดลมเป็นสินค้าหลัก พร้อมกับการดีไซน์ลวดลายกระป๋องและรสชาติใหม่ ลดภาพความแข็งลงและเพิ่มความสดใสเข้าไป ตัวอย่างเช่น เอ็ม-150 สปาร์กกิ้ง กลิ่นมิดไนท์ ฟลอรัล หรือกลิ่นดอกไม้ แบบน้ำตาล 0% ที่ใช้กระป๋องสีขาว-แดงและประดับด้วยลายดอกไม้
ควบคู่กับการปลุกดีมานด์และรักษาฐานลูกค้าในเซ็กเมนต์ระดับแมส ด้วยแคมเปญสะสมแต้มแลกรางวัลแบบรายวัน อย่างแคมเปญปลดหนี้ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ควบคู่กับการเดินสายจัดคอนเสิร์ตและกิจกรรมในภาคต่าง ๆ ตั้งแต่ต้นหน้าหนาว ด้วยแนวดนตรีและศิลปินที่ได้รับความนิยมในท้องถิ่น เช่น หมอลำในภาคอีสาน คอนเสิร์ต Empower Concert ในภาคกลาง ไปจนถึงกิจกรรมชนวัวในภาคใต้ เป็นต้น ทั้งนี้เอ็ม-150 จะมีแคมเปญใหญ่ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ด้วย
Add Value เปปทีน/ซี-วิท
ด้านฟังก์ชันนอลดริงก์ทั้งเปปทีน และซี-วิท มีกำหนดเปิดตัวและวางตลาดสินค้าใหม่ โดยเปปทีนยังคงเดินหน้าการปรับโทนให้เข้ากับเจนซี และวัยเริ่มทำงานต่อเนื่องจากปลายปี ‘68 และครึ่งแรกของปี ‘69 เพื่อขยายโอกาสการบริโภคจากการเรียน-อ่านหนังสือสอบไปยังสุขภาพแบบองค์รวม เช่น คุณภาพการนอน โดยช่วงปลายปีจะมีสินค้าใหม่ตามแนวคิดนี้ออกมา หลังก่อนหน้านี้เปิดตัวเปปทีน กู๊ดไนท์ ไปแล้ว พร้อมรักษาฐานลูกค้าเดิมด้วยแคมเปญ “Brain Fast Charge” ปี 2 ที่เน้นย้ำจุดเด่นของซอยเปปไทด์
สำหรับซี-วิท จะรุกด้วยสูตรน้ำตาล 0% ซึ่งตอบโจทย์ความกังวลเรื่องน้ำตาลของผู้บริโภค ช่วยดึงดูดผู้บริโภคหน้าใหม่เข้ามา สะท้อนจากช่วงที่ผ่านมายอดขายของสูตรนี้เติบโต 20% ต่อเนื่องทุกปี พร้อมใช้มิวสิคมาร์เก็ตติ้งสร้างโอกาสในการบริโภคให้มากขึ้น หลังก่อนหน้านี้การใช้วงบอยแบนด์ PROXIE ช่วยเพิ่มฐานลูกค้าเจนซีได้อย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้จะจับตาผลจากซูเปอร์เอลนีโญต่อดีมานด์ในตลาดแบบเดือนต่อเดือน รวมถึงเพิ่มการกระจายสินค้าให้มีเพียงพอในทุกช่องทางจำหน่ายเพื่อรับดีมานด์ที่จะเพิ่มขึ้นหากอากาศร้อนจัด โดยเชื่อว่าสินค้า 3 แบรนด์ ทั้งเอ็ม-150, เปปทีน,ซี-วิท จะสามารถเติบโตระดับเลข 2 หลักได้แน่นอน