‘มาม่า’ มุ่งเจ้าตลาดซอง 7 บาท ส่ง 2 รสใหม่ในรอบทศวรรษชิงกำลังซื้อ
“มาม่า” กางแผนชิงผู้นำตลาดบะหมี่กึ่งฯซอง 7 บาท ประเดิมส่ง 2 รสชาติใหม่ในรอบทศวรรษ “ซุปปลาหมึกจริงใจ” และ “ไก่เผ็ดซอสเกาหลี” เบิกทาง พร้อมผนึกบ้านอินฟลูเทพลีลายกทัพ 9 ลูกเทพช่วยปั้นแบรนด์เจาะคนรุ่นใหม่ ย้ำบะหมี่กึ่งยุคนี้วัดกันที่แบรนดิ้ง
นายเพชร พะเนียงเวทย์ กรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์ “มาม่า” กล่าวว่า ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในไทยช่วง 5 เดือนแรกหดตัวประมาณ 2% แต่มาม่ายังสามารถชิงส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นได้อีก 1% ทำให้มีส่วนแบ่งตลาด 54-55% สะท้อนถึงประสิทธิภาพของยุทธศาสตร์การทำตลาดของบริษัท
ด้วยเหตุนี้ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 นี้ บริษัทจะโฟกัสยุทธศาสตร์ 2 ด้านคือ การชิงตำแหน่งผู้นำเซ็กเมนต์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซอง 7 บาท และการทำแบรนดิ้งเจาะคนรุ่นใหม่
ทั้งนี้เนื่องจากเซ็กเมนต์ซอง 7 บาท เป็นช่องว่างของตลาดมานาน หลังไม่มีผู้เล่นรายใดรวมถึงมาม่าเปิดตัวสินค้ารสชาติใหม่มานานกว่าทศวรรษแล้ว แม้เซ็กเมนต์นี้จะมีสัดส่วนถึง 60% ของตลาดรวมก็ตาม ขณะเดียวกันเชื่อว่าในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันยังมีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยที่ต้องการบริโภคบะหมี่ซอง 7 บาทอยู่ นอกจากนี้ระดับราคาที่จับต้องง่ายยังเหมาะสมที่จะใช้เป็นแม็กเนตดึงดูดให้ผู้บริโภคทดลองทานอีกด้วย
แพ้ชนะวัดกันที่แบรนดิ้ง
ด้านการสร้างแบรนด์หรือการสื่อให้ผู้บริโภครู้จักสินค้าเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแม้แต่กับแบรนด์มาม่าที่ทำตลาดมานาน เนื่องจากคู่แข่งในตลาดแต่ละรายล้วนมีความสามารถที่เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเทคโนโลยีเครื่องจักรที่ใช้ผลิต หรือแม้แต่รสชาติที่สามารถปรุงให้ออกมาเหมือนกัน ขณะที่ผู้บริโภครับสื่อจากหลากหลายช่องทางตามแต่ความชอบของแต่ละคน
ดังนั้นผู้ที่จะชิงความได้เปรียบในระยะยาวต้องสามารถทำให้ผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ๆ เห็นความแตกต่าง และรู้สึกว่าเข้าถึงได้มากกว่าคู่แข่ง ขณะเดียวกันปัจจุบันการใช้สื่ออย่างเจาะจงเป้าหมายไม่จำเป็นต้องใช้งบฯ สูงเหมือนในอดีต โดยงบฯ เพียงระดับไม่ถึง 500 ล้านบาทก็เพียงพอ
พาเหรดรสชาติใหม่ 7 บาท
นายเพชรกล่าวต่อไปว่า ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทจะทยอยเปิดตัวมาม่ารสชาติใหม่อีกหลายรสชาติ โดยซอง 7 บาทจะมี 2 รสชาติใหม่คือ “ซุปปลาหมึกจริงใจ” จากไอเดียของ “นนท์ ธนนท์” ซึ่งเป็นพรีเซ็นเตอร์ที่อยากได้บะหมี่รสจืดกว่าที่มีในตลาด กับ “ไก่เผ็ดซอสเกาหลี” ที่มีจุดประสงค์เพื่อพิสูจน์ว่า รสชาติที่เคยมีเฉพาะในระดับพรีเมี่ยมนี้สามารถอยู่ในซอง 7 บาทได้
ส่วนสินค้าใหม่อื่น ๆ จะมีก๋วยเตี๋ยว 2 รสชาติคือ เส้นหมี่ไก่ฉีกกับก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ต่อยอดโมเมนตัมหลังปี’68 เปิดตัวก๋วยเตี๋ยวไป 2 รสชาติ และมาม่าคัพรสคาโบนาร่า เป็นต้น
“เราเชื่อว่าตลาดแมสระดับราคา 7 บาทยังมีความสำคัญอยู่ และมาม่าจะต้องเป็นผู้นำในเซ็กเมนต์นี้”
นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) เสริมว่า อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ไม่มีผู้เล่นรายใดเปิดตัวสินค้าซอง 7 บาทมาอย่างยาวนาน คือสัดส่วนกำไรต่ำมาก แต่ละรายจึงหันไปทำตลาดกลุ่มพรีเมี่ยมราคา 10-15 บาทขึ้นไป ซึ่งเติบโตต่อเนื่องสวนทางกับซอง 7 บาท
“แม้สินค้าราคา 7 บาทอาจจะไม่มีกำไร แต่เรามองว่าในสถานการณ์ปัจจุบันยากที่จะคาดเดาได้ว่าผู้บริโภคจะมีกำลังซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปราคา 10-15 บาทไปได้อีกนานแค่ไหน จึงน่าจะต้องมีตัวเลือกใหม่ในกลุ่มราคา 7 บาทเพิ่มขึ้นบ้างเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค”
ผนึกเทพลีลายกทัพ 9 ลูกเทพ
ด้านการสร้างแบรนด์จะมีไฮไลต์เป็นโครงการ “เทพลีลาทะเล้นกับมาม่า” ที่บริษัทผนึกกำลังกับช่อง “เทพลีลา” ช่องยูทูบและผู้ผลิตสื่อบันเทิงแนววาไรตี้ชื่อดัง พร้อมทีมลูกเทพ 9 คน ซึ่งเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่แต่ละคนมีเอกลักษณ์และแคแร็กเตอร์ที่แตกต่างกัน เตรียมพร้อมสร้างสีสันและคอนเทนต์รูปแบบใหม่ให้ผู้บริโภคได้ติดตามในอนาคต
ประเดิมด้วยกิจกรรม “มาม่า x เทพลีลา กับวิธีการใช้ Influencer 2026” มี เติ๊ด ภูถิรพัฒน์ และ เหว่ง ภูศณัฎฐ์ จากช่อง “เทพลีลา” มาเผยเบื้องหลังการทำงานร่วมกันระหว่างแบรนด์และครีเอเตอร์ พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการใช้การตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer Marketing) ในปี 2026 การสร้าง Friend of Brand และแนวทางการพัฒนาอินฟลูเอนเซอร์ให้สามารถสื่อสารแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างเป็นธรรมชาติ
นอกจากนี้จะมีภาพยนตร์โฆษณาอีก 3 ตัว ซึ่งมี “อิ้งค์ วรันธร” พรีเซ็นเตอร์ของมาม่า OK และ “นนท์ ธนนท์” รวมถึงพี่เสือ แห่งช่องยูทูบ tigercrychannel แสดงนำ และยังมีรายการใหม่ของทีมมาม่าครูวทั้ง 6 คนอีก 6-7 ตอนแน่นอน