‘Mistine’ โหมต่างประเทศ-ออนไลน์ เจาะตลาดเด็ก ดัน “สาวมิสทิน” สู่ครีเอเตอร์
มิสทิน
“มิสทิน” สปีดรายได้ต่างประเทศ-ออนไลน์รับมือเศรษฐกิจ ประเดิมชิงฐานครอบครัวจีน-เวียดนาม ด้วยทัพครีมอาบน้ำ-สกินแคร์-ครีมกันแดดสำหรับเด็ก พร้อมผุดโรงงานแรกในจีนผลิตฮีโร่โปรดักต์ ก่อนรุกไกลถึงยุโรป-แคนาดาชูจุดเด่นมาตรฐานรักษ์โลก เล็งอัพเกรดสาวมิสทินสู่ครีเอเตอร์ดันยอดขายออนไลน์ ตามเป้าดันรายได้ต่างประเทศจาก 20% ทะยานสู่ 40%
นายปราการ สท้านโยธิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดความงามไทยในขณะนี้มีทั้งโอกาสและความท้าทาย อาทิ ผู้บริโภคต้องการสินค้ากลุ่มความงามที่ราคาจับต้องได้ รวมถึงเริ่มมองหาสินค้าที่มีขนาดเล็กลง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการดูแลตัวเองภายใต้งบประมาณที่จำกัด เนื่องจากกำลังซื้อที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ
ขณะเดียวกันผู้บริโภคมีความรู้เรื่องสกินแคร์มากขึ้น โดยเฉพาะที่มีนวัตกรรมและส่วนผสมกลุ่มลองเจฟวิตี้ (Longevity) หรือการดูดีในระยะยาวแม้อายุมากขึ้น เช่น PDRN ที่ช่วยลดเลือนริ้วรอย ตามเทรนด์สูงวัยอย่างมีคุณภาพที่กำลังมาแรง
รวมถึงต้องการเครื่องสำอางที่เอาอยู่ในทุก ๆ กิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นทนทานต่อมลภาวะ ปกป้องผิวจากแสงแดด สอดรับกับพฤติกรรมการมีกิจกรรมกลางแจ้งต่าง ๆ มากขึ้น ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน พร้อมผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่โปร่งใส-ชัดเจน
นอกจากนี้ยังมีโอกาสในเซ็กเมนต์สินค้าสำหรับเด็กในหลายประเทศ อาทิ จีน เวียดนาม ฯลฯ ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์สำคัญสำหรับสร้างฐานลูกค้ารุ่นใหม่ เพราะเมื่อเด็กทารกใช้สินค้าแบรนด์ใดแล้วไม่เกิดอาการแพ้ พ่อแม่มักจะใช้แบรนด์นั้นต่อไปโดยไม่เปลี่ยนแบรนด์จนลูกโต รวมถึงพ่อแม่จำนวนไม่น้อยยังหันมาใช้สินค้าแบรนด์เดียวกับลูกอีกด้วย
ส่วนด้านความท้าทายนั้น เริ่มมีสินค้าความงามแบรนด์จีนรุกเข้าสู่ตลาดในกลุ่มเครื่องสำอางตามกระแส C-Beauty ที่มาพร้อมกับสื่อบันเทิงจีน ด้วยจุดเด่นด้านราคาและเทคนิคการทำตลาดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น TikTok, Shopee แต่ผู้บริโภคไทยส่วนใหญ่ยังคงให้ความเชื่อมั่นกับสินค้าไทย ส่วนแบรนด์ไทยยังคงความได้เปรียบด้านอินไซต์ของผู้บริโภคจึงมีสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดีกว่า
ขณะเดียวกันการส่งออกยังถูกกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และสถานการณ์ตึงเครียดกับประเทศเพื่อนบ้าน จึงเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกสินค้าไปยังกลุ่มประเทศเหล่านี้
พลิกเกมขยายฐาน-สร้างเติบโต
นายปราการกล่าวต่อไปว่า ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 นี้บริษัทจะต่อยอดโอกาส พร้อมรับมือความท้าทายต่าง ๆ ในตลาด เพื่อบรรลุเป้าหมายชิงสร้างฐานลูกค้ารุ่นใหม่ในกลุ่มเด็กและครอบครัว ด้วยไลน์สินค้าสำหรับเด็กตั้งแต่ทารกไปจนถึง 10 ขวบ รวมไปถึงขยายสัดส่วนเจน Z เพิ่มเป็น 50% ของฐานลูกค้าทั้งหมด
เช่นเดียวกับรายได้จากออนไลน์ที่จะเพิ่มสัดส่วนให้มากกว่า 10% ในปัจจุบัน ด้วยกลยุทธ์การเปิดตัวสินค้าบนออนไลน์ และการผลักดันสาวมิสทินที่มีอยู่ระดับแสนทั่วประเทศให้เป็นครีเอเตอร์เพื่อโปรโมตและขายสินค้าผ่านออนไลน์
พร้อมขยายสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศส่วนที่ไม่รวมจีนจาก 20% เป็น 40% ด้วยการรุกเข้าสู่ประเทศใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพทั้งในยุโรป อเมริกาเหนือ และเอเชียใต้ ผ่านกระแส T-Beauty หรือความนิยม-เชื่อมั่นสินค้าความงามไทย ส่วนในจีนจะเดินหน้าขยายฐานลูกค้าทั้งกลุ่มเด็กและวัยรุ่นเช่นเดียวกัน
ชิงฐานเด็กและครอบครัว
ส่วนการชิงสร้างฐานลูกค้ากลุ่มเด็กและครอบครัวในจีนและเวียดนามนั้น จะมีสินค้า 3 กลุ่มเป็นหัวหอก คือ ครีมอาบน้ำสระผมแบบ Head-to-toe, สกินแคร์ และครีมกันแดดสำหรับเด็ก พร้อมแบ่งสินค้าตามช่วงอายุ คือ เด็กแรกเกิดถึงอายุ 3 ปี ซึ่งเป็นช่วงสำคัญที่ผู้ปกครองใส่ใจเรื่องการแพ้มาก ดังนั้นหากสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและคุณภาพได้แล้วจะเกิดลอยัลตี้สูงไม่เพียงลดโอกาสเปลี่ยนแบรนด์ แต่ผู้ปกครองมักหันมาใช้สินค้าชนิด-แบรนด์เดียวกับลูก ๆ ของตนด้วย
อีกกลุ่มคือ อายุ 3 ถึง 10 ปี ที่ร่างกายของเด็กเริ่มมีพัฒนาการ เช่น เริ่มคลานและมีกิจกรรมเพิ่มขึ้น จึงต้องพัฒนาสินค้าใหม่มารองรับโดยปรับเปลี่ยนรูปแบบ เช่น เลิกการใช้แบบ Head-to-toe แต่แยกเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดร่างกายและยาสระผมออกจากกันอย่างชัดเจน รวมไปถึงการปรับสูตรสกินแคร์ให้สอดคล้องกับสภาพผิวของเด็กที่โตขึ้น ไม่จำเป็นต้องเน้นความอ่อนโยนเป็นหลักเหมือนของเด็กเล็ก
ผุดโรงงานแรกในจีน
พร้อมกันนี้บริษัทยังลงทุนตั้งโรงงานผลิตในจีน โดยเป็นการลงทุนของบริษัท 100% มีกำหนดเดินเครื่องในอีกประมาณ 2 เดือน เพื่อใช้เป็นฐานการผลิตสินค้ากลุ่มฮีโร่โปรดักต์ เช่น สกินแคร์และครีมกันแดด โดยโรงงานแห่งนี้ไม่เพียงแก้โจทย์เรื่องต้นทุนภาษีและการขนส่ง แต่ยังสอดรับกับพฤติกรรมของวัยรุ่นจีนรุ่นใหม่ที่เปิดรับสินค้าที่ผลิตในประเทศ หรือ Made in China เพิ่มมากขึ้นด้วย
ขณะเดียวกันจะต่อยอดความสำเร็จของครีมกันแดดที่ครองยอดขายอันดับ 1 ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของจีนมาอย่างต่อเนื่องถึง 5 ปี ด้วยการพาเหรดสกินแคร์ตัวใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาดเพิ่มอีกเพื่อผลักดันยอดขาย
รุกไกลถึงยุโรป-แคนาดา
ขณะเดียวกันจะเปิดตลาดใหม่ ๆ เช่น ศรีลังกา, ภูฏาน, ยุโรป ไปจนถึงแคนาดา ชูจุดเด่นของสินค้าทั้งด้านประสิทธิภาพ เนื้อสัมผัส ความปลอดภัย และประสบการณ์การใช้งาน ที่ตอบโจทย์ภูมิอากาศร้อนชื้น และโนว์ฮาวการใช้สารสำคัญเป็นส่วนผสม
รวมไปจนถึงความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้บริโภคในยุโรปและแคนาดาให้ความสนใจ โดยมีครีมกันแดดที่ผ่านการรับรองจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งว่าไม่ทำอันตรายต่อประการัง เป็นสินค้าหัวหอก
หลังที่ผ่านมาสินค้ามิสทินขายดีมากในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านย่าน CLMV โดยมีเมียนมาเป็นตลาดอันดับ 1 โดยผู้บริโภครู้จักแบรนด์ 100% ตามมาด้วยลาวเป็นอันดับ 2 และบังกลาเทศเป็นอันดับ 3
สาวมิสทินสู่ครีเอเตอร์
นายปราการเสริมว่า นอกจากนี้บริษัทยังวางแผนปั้นสาวมิสทิน หรือตัวแทนจำหน่ายสินค้าซึ่งปัจจุบันมีระดับแสนคน และ 70% กระจายตัวอยู่ในต่างจังหวัดทั่วประเทศ ให้เป็นครีเอเตอร์เพื่อทำ Affiliate และขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ อาศัยต่อยอดความถนัดของเหล่าสาวมิสทินในการนำสินค้าไปจำหน่าย และแนะนำให้คนรอบตัว เช่น กลุ่มเพื่อน แม่บ้าน หรือสาวโรงงาน รวมถึงมีความชื่นชอบในการเปิดแค็ตตาล็อกสินค้าและพูดคุยปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าอยู่แล้ว
โดยตั้งหน่วยงาน MCN (Multi-Channel Network) เพื่อบริหารจัดการและสนับสนุนระบบนี้ พร้อมดึงเหล่าสาวมิสทินให้สมัครเข้ามาเป็นครีเอเตอร์ในสังกัดของบริษัท ภายใต้เงื่อนไขว่าการขายของออนไลน์หรือการทำคอนเทนต์นั้นจะต้องอยู่ภายใต้แนวทางที่บริษัทกำหนดไว้ เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงของการเริ่มต้นสร้างและพัฒนาระบบนี้
ออนไลน์เฟิรสต์
ไม่เพียงการผลักดันสาวมิสทินเป็นครีเอเตอร์ บริษัทยังเดินหน้ากลยุทธ์เปิดตัวสินค้าบนออนไลน์ก่อน เพื่อสร้างเอ็นเกจเมนต์กับผู้บริโภคบนออนไลน์ และดึงคนรุ่นใหม่เจน Z เข้ามามีส่วนร่วมกับแบรนด์ ตัวอย่างเช่น การเปิดตัวและวางจำหน่าย MISTINE PRO ACTIVE PERFECTION หรือ “แป้งหลิงหลิง” บนออนไลน์แบบ 100% ในเดือนแรกเพื่อสร้างกระแสและยอดขายบนออนไลน์ ก่อนกระจายลงสู่ช่องทางออฟไลน์เต็มรูปแบบทั้งร้านค้าปลีกความงาม หรือไฮเปอร์มาร์เก็ต
ควบคู่ไปกับการจัดงานอีเวนต์เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์อย่างเป็นทางการ และแคมเปญลุ้นเป็นสิทธิเข้าร่วมงานและใกล้ชิดกับพรีเซ็นเตอร์ เมื่อซื้อสินค้าตามเงื่อนไขที่กำหนด
ทั้งนี้มั่นใจว่าด้วยกลยุทธ์เหล่านี้จะสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้แน่