ไมเดีย ส่ง Portasplit แก้เกมยุโรปติดแอร์ยาก
ขณะที่วิกฤตฮีตเวฟปี 2026 ในยุโรปกำลังทวีความรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตในฝรั่งเศสและสเปนรวมแล้วกว่า 2,000 คนนั้น แอร์รุ่น Portasplit ของไมเดียกลายเป็นสินค้าฮอตฮิตที่ผู้คนในยุโรปตะวันตก อาทิ ฝรั่งเศส, สเปน, เยอรมนี รวมถึงสหราชอาณาจักรมองหาจนสินค้าขาดตลาด และไมเดียต้องเดินสายการผลิตของโรงงานในจีนเต็มกำลัง เพื่อปั๊มสินค้าออกมาให้ทันกับความต้องการ
หลังแอร์ลูกผสมระหว่างแอร์เคลื่อนที่, แอร์บ้าน และแอร์ติดหน้าต่างรุ่นนี้ สามารถตอบโจทย์ความยากและซับซ้อนของการติดตั้งแอร์ในยุโรป ทั้งด้านกฎหมาย, ค่าใช้จ่ายและความสะดวก
โดยไมเดียเปิดเผยกับสำนักข่าว “เดอะ สเตรทส์ ไทมส์” ว่า เมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 ยอดขายแอร์รุ่น Portasplit ผ่านอีคอมเมิร์ซในเยอรมนีเพิ่มขึ้นประมาณ 37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2025 ขณะที่ยอดการจัดส่งสินค้าในสเปนและฝรั่งเศสเพิ่มขึ้นถึง 108% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วด้วยเช่นกัน
เช่นเดียวกับข้อมูล ChinaIOL.com สถาบันวิจัยที่เน้นการติดตามข้อมูลตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งระบุว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2026 การส่งออกแอร์สำหรับครัวเรือนจากจีนไปยังยุโรปตะวันตกเพิ่มขึ้น 9.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยแอร์แบบพกพาเติบโตมากกว่า 70%
ทั้งนี้ การติดตั้งแอร์ในหลายประเทศของยุโรปเป็นเรื่องยากและมีค่าใช้จ่ายสูงผิดกับในประเทศอื่น ๆ อย่างสหรัฐอเมริกาหรือเอเชีย เนื่องจากการมีอาคารเก่าแก่อายุนับร้อยปีจำนวนมาก ทำให้ข้อกฎหมายเกี่ยวกับการอนุรักษ์อาคารเก่าเข้มงวดมากตามไปด้วย
ตัวอย่างเช่น ในกรุงปารีส การติดตั้งแอร์ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานรัฐก่อน และคำขออนุญาตมักถูกปฏิเสธเนื่องจากความกังวลว่าคอมเพรสเซอร์หรือเอาต์ดอร์ยูนิต จะไปรบกวนความงามของสถาปัตยกรรมอาคารยุคฮอสส์มันน์ (Haussmann) ที่สร้างในช่วงปี ค.ศ. 1850-1870 เช่นเดียวกับในอังกฤษ อาคารหลายแห่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอาคารอนุรักษ์ ทำให้ไม่สามารถเจาะกำแพง เพื่อเดินต่อน้ำยาและท่อระบายน้ำทิ้งสำหรับแอร์ได้ เป็นต้น
ส่วนไมเดียอธิบายว่า เฉพาะค่าใช้จ่ายในการติดตั้งแอร์ในยุโรปอาจสูงกว่า 1,000 ยูโร หรือมากกว่า 38,000 บาทแล้ว ทำให้หลายครัวเรือนไม่สามารถติดแอร์ได้
เงื่อนไขเหล่านี้ ทำให้ตามข้อมูลของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ สัดส่วนการครอบครองแอร์ในยุโรปอยู่ที่ประมาณ 20% เท่านั้น นับว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับตลาดสหรัฐอเมริกาที่มีอัตราครอบครองถึง 88% ส่วนในไทยอยู่ที่ประมาณ 44% ส่วนใหญ่กระจุกตัวใน กทม.และจังหวัดหัวเมือง
สำหรับสาเหตุที่แอร์รุ่น Portasplit ได้รับความนิยมนั้น ไมเดียระบุว่า เป็นผลจากกลยุทธ์การออกแบบที่มุ่งตอบโจทย์ตลาดยุโรปโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นสามารถติดตั้งได้โดยไม่ต้องใช้ช่างและไม่ต้องเจาะผนัง แต่ใช้การแขวนอยู่ใต้หน้าต่าง
โดยรองรับหน้าต่างทุกรูปแบบที่พบในบ้านเรือน-อาคารของยุโรป รวมถึงเคลื่อนย้ายได้เหมือนแอร์เคลื่อนที่ จึงตอบโจทย์เรื่องกฎหมายควบคุมอาคาร ขณะเดียวกันยังใช้ระบบฮีตปั๊มจึงทำได้ทั้งความเย็นและความร้อน ในระดับราคาประมาณ 700-1,000 ยูโร สำหรับขนาดทำความเย็น/ร้อน 12,000 บีทียู ตอบโจทย์เรื่องความคุ้มค่าในการใช้งานในยุโรปซึ่งมี 4 ฤดู
นอกจากนี้ ประสิทธิภาพการทำความเย็นและเสียงรบกวนประมาณ 39-49 เดซิเบล ใกล้เคียงกับแอร์ติดผนัง เนื่องจากการออกแบบที่แยกส่วนคอยล์เย็นและคอยล์ร้อนออกจากกันแล้วเชื่อมด้วยท่ออ่อน แทนที่จะอยู่รวมกันเหมือนแอร์เคลื่อนที่ ช่วยให้มีประสิทธิภาพการทำความเย็นสูง และเสียงรบกวนต่ำเพราะตัวคอมเพรสเซอร์อยู่นอกอาคาร
สำนักข่าวโกลบอล ไทม์ รายงานถึงสิ่งที่สะท้อนความนิยมแอร์รุ่นนี้ โดยชาวเน็ตในเยอรมนีถึงกับลงมือสร้างเว็บไซต์สำหรับติดตามสต๊อกสินค้าแอร์รุ่น Portasplit โดยเฉพาะขึ้นมา พร้อมเปิดให้ใช้งานได้ฟรี
รวมถึงชาวเยอรมันรายหนึ่งระบุว่า ตนยอมขับรถเป็นระยะทาง 200 กิโลเมตร เพื่อไปซื้อแอร์รุ่นนี้จากร้านค้าที่มีสต๊อกเหลืออยู่ แม้ราคาจะสูงกว่าท้องตลาดถึง 100 ยูโร หรือประมาณ 3,800 บาทก็ตาม
ด้านสำนักข่าวไชน่าเดลี่รายงานว่า ช่วงที่ผ่านมาไมเดียเดินสายการผลิตของโรงงานในเมืองฝอซาน มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน แบบเต็มกำลังระดับมีโอที เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตแอร์รุ่น Portasplit นี้ให้ทันกับความต้องการ ก่อนจะขนส่งไปยังยุโรปผ่านเส้นทางรถไฟยุโรป-จีน
ทั้งนี้ นอกจากไมเดียแล้ว ผู้ผลิตแอร์รายอื่น ๆ ทั้งแบรนด์เกาหลีและญี่ปุ่นต่างมียอดขายเพิ่มขึ้นในช่วงนี้เช่นกัน โดยบริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ ว่า ตอนนี้ในยุโรปยอดขายแอร์แข็งแกร่งมาก โดยเฉพาะในฝรั่งเศส สเปน สหราชอาณาจักร และเยอรมนี ซึ่งได้รับผลกระทบจากคลื่นความร้อน
ความเคลื่อนไหวนี้ สะท้อนถึงโอกาสของแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าเอเชียที่จะชิงดีมานด์แอร์ในตลาดยุโรป รวมถึงศักยภาพของยุทธศาสตร์การออกแบบและผลิตสินค้าแบบโลคัลไลซ์ที่มุ่งตอบโจทย์เฉพาะตลาดเป้าหมาย