เยอรมนียังซื้ออะไหล่สันดาป เดนมาร์ก EV บูม DITP แนะไทยเร่งยกระดับมาตรฐาน
ตลาดยานยนต์ยุโรปกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วจากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า แต่การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้ทำให้โอกาสของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยลดลง หากกลับเปิด “ตลาดสองทาง” ให้ผู้ประกอบการไทยเดินเกมพร้อมกัน ทั้งการรักษาฐานชิ้นส่วนเครื่องยนต์สันดาปเดิมในตลาดเยอรมนี และการเร่งปรับตัวสู่ชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่ และระบบจัดการพลังงานในตลาดเดนมาร์กและกลุ่มนอร์ดิก
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP ประเมินว่า ไทยยังมีโอกาสส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ไปยุโรป แต่เงื่อนไขการแข่งขันเปลี่ยนไปชัดเจน ผู้ประกอบการต้องยกระดับคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน และความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะตลาดเยอรมนีที่เข้มงวดด้าน ESG และตลาดเดนมาร์กที่ให้ความสำคัญกับกฎระเบียบของสหภาพยุโรป ทั้ง carbon footprint, circular economy, battery regulations และ traceability
DITP สั่งทูตพาณิชย์เร่งหาตลาดสินค้าไทย
นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เร่งขยายตลาดสินค้าไทยและบริการไทย ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ล่าสุดได้รับรายงานจากทูตพาณิชย์ 2 ตลาดสำคัญของยุโรป ได้แก่ นางสาวเนตรนภิศ จุลกนิษฐ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ถึงผลสำรวจธุรกิจชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ในเยอรมนี และนางสาวณิชพร วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ถึงโอกาสในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์ และบริการเกี่ยวเนื่องกับพลังงานสะอาด
เยอรมนียังต้องการอะไหล่สันดาป แต่เริ่มขยับสู่ไฮบริด-EV
รายงานจากทูตพาณิชย์ ณ กรุงเบอร์ลิน ระบุว่า ตลาดอะไหล่รถยนต์ในเยอรมนียังมีความต้องการชิ้นส่วนเครื่องยนต์สันดาปภายในอยู่ แต่ตลาดเริ่มเข้าสู่ระบบไฮบริดมากขึ้น หมายความว่าผู้ประกอบการยังต้องมีชิ้นส่วนเครื่องยนต์สันดาปเพื่อรักษาตลาดเดิม ขณะเดียวกันต้องเริ่มสต็อกสินค้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของรถยนต์ไฟฟ้า
ด้านพฤติกรรมผู้บริโภคในเยอรมนีให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ทั้งการเปรียบเทียบราคา การจัดหาสินค้าของผู้ประกอบการ และให้ความสำคัญกับราคาก่อนเป็นอันดับต้น ๆ จากภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ข้อมูลการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ และการรีไซเคิล
นางสาวสุนันทากล่าวว่า ไทยในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์สันดาปภายในมาเป็นเวลานาน ต้องเผชิญความท้าทายจากเทรนด์ใหม่ของตลาดยานยนต์ จึงต้องปรับตัวและวางตำแหน่งเป็นศูนย์กลางการผลิตในภูมิภาคสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญคือการที่ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จีนเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย และเกิดอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนใหม่ ทั้งแบตเตอรี่และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะเป็นโอกาสสำหรับการส่งออกอะไหล่รถยนต์ไปยังเยอรมนีเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ข้อพึงระวังคือผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ ESG ซึ่งเป็นประเด็นที่เยอรมนีให้ความสำคัญและเข้มงวดสูง
เครื่องหมาย E เงื่อนไขสำคัญ ชิ้นส่วนความปลอดภัยต้องผ่านรับรอง
DITP ระบุว่า การส่งออกชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์เข้าสู่ตลาดเยอรมนี ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และการรับรองมาตรฐาน โดยเฉพาะ “เครื่องหมาย E”
ชิ้นส่วนอะไหล่ที่มีผลต่อความปลอดภัยของยานพาหนะหรือสิ่งแวดล้อม เช่น เบรก ไฟ ยาง และกระจกหน้ารถ ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งหมด ขณะเดียวกันการส่งออกไปจำหน่ายต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขพิธีการศุลกากรอย่างเคร่งครัด
สำหรับการเข้าสู่ตลาดเยอรมนี ผู้ประกอบการไทยควรใช้งานแสดงสินค้าเป็นใบเบิกทางในการเปิดตัวและแนะนำสินค้า เช่น งาน WM Werkstattmesse ณ กรุงเบอร์ลิน ระหว่างวันที่ 24-26 เมษายน 2569 งานที่เมือง Dortmund ระหว่างวันที่ 4-6 กันยายน 2569 และงานที่เมืองมิวนิค ระหว่างวันที่ 16-18 ตุลาคม 2569
งาน WM Werkstattmesse เป็นงานแสดงสินค้าสำหรับอู่ซ่อมรถระดับท้องถิ่นขนาดใหญ่ สำหรับผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์สำหรับอู่ซ่อมรถ และอุปกรณ์เสริม ซึ่งจัดขึ้น 3 เมืองในเยอรมนีในช่วงเวลาต่างกัน
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังควรเข้าร่วมงาน Automechanika Frankfurt ระหว่างวันที่ 8-12 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติชั้นนำสำหรับตลาดอะไหล่รถยนต์โดยเฉพาะ และงาน AAGtechnika 2569 ที่เมือง Münster ระหว่างวันที่ 24-25 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับผู้ค้าปลีกชิ้นส่วนยานยนต์อิสระและอู่ซ่อมรถ
เดนมาร์ก EV บูม รถใหม่เกือบ 4 ใน 5 เป็นรถไฟฟ้า
ขณะที่รายงานจากทูตพาณิชย์ ณ กรุงโคเปนเฮเกน ระบุว่า เดนมาร์กกำลังก้าวเข้าสู่ยุคการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการขนส่งอย่างชัดเจน โดยข้อมูลล่าสุดจาก Mobility Denmark ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 รถยนต์ใหม่ที่จดทะเบียนในเดนมาร์ก 79.9% หรือเกือบ 4 ใน 5 คัน เป็นรถยนต์ไฟฟ้า
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ และความสำเร็จของเดนมาร์กในการเดินหน้าไปสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว หรือ Green Transition
ช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 เดนมาร์กมียอดขายรถยนต์ใหม่รวม 101,032 คัน เพิ่มขึ้น 12.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 41.2% เมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปี 2568 สะท้อนว่าตลาด EV กลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ของเดนมาร์ก
ราคาน้ำมัน-สินเชื่อ ดันผู้บริโภคหันหา EV
รายงานระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในเดนมาร์ก มาจากหลายด้าน ทั้งราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสถานการณ์ระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกา ทำให้ต้นทุนการใช้รถยนต์เบนซินและดีเซลเพิ่มขึ้น
ปัจจัยดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากหันมาพิจารณารถยนต์ไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว ขณะเดียวกัน การแข่งขันด้านสินเชื่อและเงื่อนไขทางการเงินของผู้ผลิตรถยนต์ยังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
สำหรับรุ่นรถยนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเดนมาร์กปีนี้ ได้แก่ Skoda Elroq ซึ่งมียอดจดทะเบียนกว่า 5,065 คัน รองลงมา ได้แก่ Toyota bZ4X และ Tesla Model Y โดยรถยนต์ 10 อันดับแรกที่ขายดีที่สุดในครึ่งปีแรกของปี 2569 ล้วนเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด
ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดยานยนต์เดนมาร์กกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ รถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกใหม่ แต่กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของผู้บริโภค และแนวโน้มนี้ยังสะท้อนทิศทางของกลุ่มประเทศนอร์ดิกโดยรวม ที่ให้ความสำคัญกับการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล เทคโนโลยีสะอาด และพฤติกรรมผู้บริโภคที่สอดคล้องกับนโยบายความยั่งยืน
ชิ้นส่วนยานยนต์-อิเล็กทรอนิกส์ไทยได้จังหวะเกาะห่วงโซ่ EV
นางสาวสุนันทากล่าวว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในเดนมาร์ก สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดยานยนต์ในเดนมาร์กและกลุ่มประเทศนอร์ดิก ที่กำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลอย่างจริงจัง
แนวโน้มดังกล่าวจะทำให้ความต้องการสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีพลังงานสะอาด และห่วงโซ่อุปทานใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว
นี่เป็นโอกาสทางการค้าสำหรับสินค้าที่ไทยมีศักยภาพการผลิตและกำลังเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมรองรับ เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สายไฟ แผงวงจร แบตเตอรี่ ระบบจัดการพลังงาน รวมถึงอุตสาหกรรมสนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับ EV ecosystem
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการที่อยู่ในกลุ่มพลังงานสะอาด เทคโนโลยีชาร์จไฟ ระบบซอฟต์แวร์อัจฉริยะ หรือ digital solutions สำหรับ mobility sector อาจมีโอกาสพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจกับผู้ประกอบการในภูมิภาคนอร์ดิกในอนาคต
ตลาดนอร์ดิกเข้มสิ่งแวดล้อม ต้องตามกฎ EU ใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม ตลาดเดนมาร์กและนอร์ดิกให้ความสำคัญสูงต่อมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน และกฎระเบียบด้านเทคนิคของสหภาพยุโรป โดยเฉพาะ carbon footprint, circular economy, battery regulations และ traceability ของ supply chain
ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องติดตามกฎระเบียบใหม่อย่างใกล้ชิด และปรับกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากขึ้น เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและรองรับความต้องการของตลาดยุโรปในระยะยาว
โจทย์อะไหล่ไทยในยุโรป ต้องขายได้ทั้งตลาดเดิมและตลาดใหม่
ภาพรวมจากเยอรมนีและเดนมาร์กสะท้อนว่า ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยยังมีพื้นที่ในตลาดยุโรป แต่ต้องอ่านจังหวะการเปลี่ยนผ่านของแต่ละประเทศให้แม่น
เยอรมนียังมีตลาดชิ้นส่วนเครื่องยนต์สันดาปและอะไหล่สำหรับอู่ซ่อมรถอยู่ ขณะเดียวกันต้องเตรียมรองรับรถไฮบริดและ EV ส่วนเดนมาร์กกำลังเข้าสู่ตลาด EV อย่างเต็มตัว ทำให้ความต้องการเปลี่ยนจากอะไหล่แบบเดิมไปสู่ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่ ระบบจัดการพลังงาน และโซลูชั่นที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางสะอาดมากขึ้น
โอกาสของไทยจึงไม่ได้อยู่ที่การขายสินค้าแบบเดิมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องยกระดับไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ยุคใหม่ ทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และความโปร่งใสของซัพพลายเชน หากผู้ประกอบการไทยปรับตัวได้ทัน ตลาดยุโรปยังเป็นสนามสำคัญที่ช่วยต่อยอดฐานการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยจากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่ EV ได้อย่างเป็นรูปธรรม