‘อัลตร้าสมูท’ สร้างเรื่องมาก Grab บอกทำยอดเสิร์ช ‘เจลาโต้’ โต 6 เท่า-ออร์เดอร์ไอศกรีมพุ่ง 70%
Grab เผยกระแส “Ultra Smooth” ดันยอดค้นหาเมนู “เจลาโต้” โตจากปกติ 6 เท่า ขณะที่ยอดสั่งไอศกรีมพุ่ง 70% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา “ช็อกโกแลต” ขึ้นแท่นรสชาติขายดีที่สุด ส่วน “พิสตาชิโอ” กลายเป็นรสชาติดาวรุ่งที่มาแรง
นายจิรกิตติ์ กว้างสุขสถิตย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจดีลิเวอรี่ แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยว่า โดยปกติแล้วผลิตภัณฑ์ “ไอศกรีม” มักจะได้รับความนิยมและมียอดขายเติบโตขึ้นในช่วงหน้าร้อน รวมถึงช่วงเทศกาลที่มีการเฉลิมฉลอง
แต่ในปีนี้เทรนด์การบริโภคไอศกรีม ทั้งแบบตักทานที่ร้านและแบบบรรจุภัณฑ์ พุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเดือนกรกฎาคมทั้ง ๆ ที่เป็นฤดูฝน ซึ่งเป็นผลมาจากกระแสไวรัล “เจลาโต้ระดับอัลตร้าสมูท” (Ultra Smooth Gelato Effect) ที่สร้างแรงกระเพื่อมให้ทั้งอุตสาหกรรมไอศกรีมที่มีมูลค่ารวมกว่า 25,000 ล้านบาท กลายเป็น Ripple Effect ที่ส่งผลบวกให้ทั้งกับแบรนด์ขนาดใหญ่ ร้านขายไอศกรีมขนาดเล็ก รวมถึงแพลตฟอร์มดีลิเวอรี่ด้วย

โดยอินไซต์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นดังนี้
- ออร์เดอร์การสั่งไอศกรีมผ่านบริการ GrabFood เติบโตขึ้นถึง 70%
- ผู้ใช้บริการหันมาสั่งไอศกรีมแบบบรรจุภัณฑ์ผ่านบริการ GrabMart เพื่อไปรับประทานที่บ้านสูงขึ้นถึง 2 เท่าตัว
- ร้านไอศกรีมที่ขายดีที่สุดบนแพลตฟอร์มดีลิเวอรี่ยังคงเป็นแบรนด์ใหญ่อย่างสเวนเซ่นส์ (Swensen’s) แดรี่ควีน (Dairy Queen) และมี่เสวี่ย (MIXUE)
- ร้านไอศกรีมแบบสเปเชียลตี้มียอดขายโดยรวมพุ่งขึ้นถึง 2 เท่า อาทิ ร้าน Guss Damn Good ร้าน Molto Gelato ร้าน GERTO Gelato และร้าน Daddy Don’t Know
- รสชาติไอศกรีมที่ขายดีที่สุด คือ “ช็อกโกแลต” โดยมีสัดส่วนกว่า 70% รองลงมาคือ วานิลลา และมัทฉะ ขณะที่ “พิสตาชิโอ” กลายเป็นรสชาติที่มาแรงที่สุด
- ลูกค้าที่สั่งซื้อไอศกรีมส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่สั่งซื้อซ้ำสูงถึง 60% แต่ก็มีลูกค้าหน้าใหม่ถึง 40% โดยมูลค่าเฉลี่ยในการสั่งซื้อไอศกรีมต่อออร์เดอร์อยู่ระหว่าง 150-300 บาท
- 5 จังหวัดที่มียอดสั่งซื้อไอศกรีมผ่านแพลตฟอร์มสูงสุด คือ กรุงเทพฯ ชลบุรี เชียงใหม่ ภูเก็ต และขอนแก่น
- จำนวนการค้นหา (Menu Search) คำสำคัญอย่าง “Gelato” และ “เจลาโต้” ทั้งบน GrabFood และ GrabMart พุ่งขึ้นมากกว่า 6 เท่า
“ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของเทรนด์ในโลกโซเชียลที่มีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคของคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มคนเมือง ซึ่งแม้จะไม่ได้มีโอกาสไปทดลองสินค้าหรือบริการที่อยู่ในกระแส แต่ก็พยายามหาผลิตภัณฑ์ทางเลือกมาทดแทนในราคาที่เข้าถึงได้ ซึ่งถือเป็นโอกาสทางธุรกิจให้กับแบรนด์อื่น ๆ ที่อยู่ในตลาด”