เซ็นทรัลพัฒนา รายได้ค่าเช่า-บริการไตรมาส 2 นิวไฮด์ 4 ไตรมาสต่อเนื่องแตะ 11,530 ล้านบาท
การทำนิวไฮด์ที่ 11,530 ล้านบาทนี้เป็นผลจากเซ็นทรัลขอนแก่น-กระบี่และเซ็นทรัลพาร์คมีอัตราการเช่า จํานวนผู้ใช้บริการและยอดขายร้านค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN แจ้งผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ต่อตลอดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ระบุว่า รายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการทําจุดสูงสุดใหม่ มาอยู่ที่ 11,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน
ซึ่งเป็นการทำลายสถิติต่อเนื่อง 4 ไตรมาสติดต่อกัน รวมถึงมีอัตรากําไรขั้นต้นจากธุรกิจให้เช่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญถึง 160bps จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
สำหรับสาเหตุของการทำนิวไฮด์นี้ เซ็นทรัลพัฒนา ระบุว่า มาจาก 3 ปัจจัย คือ ความสําเร็จของการเปิด เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัสในเดือนพฤษภาคมที่ผานมา และการเพิ่มขึ้นของอัตราการเช่าศูนย์ฯ ที่เปิดใหมในครึ่งหลังของปี 2568 ได้แก่ เซ็นทรัล พาร์ค, เซ็นทรัล กระบี่ และของศูนย์การค้าที่ปรับปรุงแล้วเสร็จ
อีกปัจจัยคือ รายได้ค่าเช่าและบริการในศูนย์การค้าเดิมที่เติบโตอย่างต่อเนื่องจากจํานวนผูใช้บริการศูนย์การค้าที่เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับยอดขายร้านค้าที่เพิ่มขึ้น จากการปรับสัดสวนผู้เช่าที่ดี
ปัจจัยสุดท้ายคือ การดําเนินการเพิ่มประสิทธิภาพตามแผนงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น ติดตั้งแผงผลิตพลังงานจากแสงอาทิตยเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ธุรกิจให้เช่าและบริการยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันการเติบโตของเซ็นทรัลพัฒนา โดยรายได้ส่วนนี้คิดเป็น 88% ของรายได้รวมของบริษัทฯ
3 ธุรกิจโตยกแผง
ในส่วนของรายได้รวมไตรมาส 2 ปี 2569 เซ็นทรัลพัฒนา มีรายได้รวมจากการดําเนินงาน 13,105 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน แต่ลดลง 2% จากไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตามหากไม่รวมรายได้อื่น บริษัทฯ จะมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน และ 0.3% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยแยกตามกลุ่มธุรกิจได้เป็น
- ธุรกิจให้เช่าและบริการ 11,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน
- ธุรกิจโรงแรม 464 ล้านบาท เติบโต 5% จากปีก่อน ด้วยผลงานของโรงแรมแบรนด์ Hilton และ Centara และการเปิด GO! Hotel เพิ่ม 3 แห่ง คือ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต (29 พ.ย. 2568) ขอนแก่น แคมปส (20 พ.ค. 2569) และ นครสวรรค์ (1 มิ.ย. 2569) โดยอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 74% ในไตรมาส 2 ปี 2569 ลดลงจาก 75% ในไตรมาส 2 ปี 2568 และ 79% ในไตรมาส 1 ปี 2569
- ธุรกิจอสังหาริมทรัพยเพื่อขาย 640 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% จากปีก่อน โดยยอดโอนบ้านแนวราบเติบโตจากปีก่อนและไตรมาสก่อน ช่วยผลักดันรายได้ ขณะที่ยอดโอนคอนโดมิเนียมลดลง 18% จากไตรมาสก่อน จากการโอนโครงการคอนโดมิเนียม ESCENT NAKHONSAWAN และ ESCENT NAKHONPATHOM ลดลงเนื่องจากเริ่มโอนมาตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2568
- รายได้อื่น 471 ล้านบาท ลดลง 3% จากปีก่อน โดยหลักเป็นผลกระทบทางบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยนของการดําเนินงานในต่างประเทศและการลงทุนอื่น ๆ ของบริษัทฯ