‘ทีเส็บ’ ยกระดับ Platform เชื่อมเครือข่ายข้อมูลอุตฯ ไมซ์
นับเป็นการปรับตัวครั้งใหญ่ของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ ที่ประกาศยกเครื่อง
MICE Intelligence Center สู่ “MICE Super Platform” เพื่อเชื่อมเครือข่ายข้อมูล ให้ผู้ประกอบการไมซ์เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลก
โดยการรวมข้อมูล บทวิเคราะห์ และเครื่องมือบริการ (Digital Services) ไว้บนแพลตฟอร์มเดียวผ่าน Single Sign On เพิ่มความสะดวกครอบคลุมทุกขั้นตอนการตัดสินใจของผู้ประกอบการ

“ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์” ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ บอกว่า “MICE Super Platform” เป็นการปรับบทบาทครั้งสำคัญของทีเส็บจาก “ผู้ให้ข้อมูล” สู่ “ผู้วางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล” ของทั้งอุตสาหกรรม โดยสิ่งที่เปลี่ยนไปในทางปฏิบัติคือข้อมูลภาครัฐที่เคยอยู่ในรายงานและต้องร้องขอเป็นครั้ง ๆ กลายเป็นบริการที่ผู้ประกอบการเปิดใช้เองได้ทันทีตลอดเวลา
สอดรับกับแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย (ปี 2568-2570) ที่มุ่งให้บริการภาครัฐ “สะดวก มั่นใจ สำหรับทุกคน” และยกระดับข้อมูลภาครัฐให้เป็นสินทรัพย์ที่ภาคธุรกิจใช้สร้างมูลค่าได้จริง
การปรับโฉมครั้งนี้จึงเป็นการลงทุนครั้งเดียวในโครงสร้างพื้นฐานที่ทั้งอุตสาหกรรมใช้ร่วมกัน แทนการเพิ่มเว็บไซต์รวมรายงาน เพื่อสร้าง Data Equity ที่ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงข้อมูลและโอกาสได้เท่ากับรายใหญ่

พร้อมให้ข้อมูลว่า การยกระดับ “MICE Super Platform” ในครั้งนี้ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1. การออกแบบให้เป็นบริการดิจิทัลที่ผู้ใช้ทำงานจบได้ในที่เดียว ทั้งค้นข้อมูล วิเคราะห์ตลาด ประเมินความคุ้มค่าของงาน และเชื่อมโยงคู่ค้า โดยไม่ต้องยื่นเอกสารหรือรอติดต่อเจ้าหน้าที่
2. การเปิดข้อมูล (Open Data) ผ่าน MICE Data Hub ที่นำสถิติอุตสาหกรรมซึ่งเคยอยู่ในรายงานภายในออกมาให้ผู้ใช้วิเคราะห์ต่อได้ด้วยตนเอง พร้อมระบุแหล่งที่มาและช่วงเวลาของทุกชุดข้อมูล ทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงข้อมูลระดับอุตสาหกรรมได้โดยไม่มีต้นทุนวิจัย สามารถนำชุดข้อมูลไปต่อยอดธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำ
3. วางธรรมาภิบาลข้อมูลเป็นรากฐานของความเชื่อมั่น โดยเปิดเผยเฉพาะข้อมูลระดับภาพรวมที่ผ่านการคัดกรองและตีความโดยผู้เชี่ยวชาญภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) มีช่องทางแจ้งแก้ไขข้อมูล และออกแบบให้เชื่อม API แลกเปลี่ยนข้อมูลข้ามหน่วยงานถึงศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ (data.go.th)
และ 4. การยกระดับจากคลังสถิติ สู่บทวิเคราะห์ที่มีบริบทธุรกิจกำกับ ผ่าน Editor’s Picks, M2I Future Lens และพันธมิตรคอนเทนต์House of Wisdom (HOW)
โดยคำว่า Super Platform ในบริบทของทีเส็บไม่ได้วัดกันที่ขนาดของระบบ แต่อยู่ที่ 5 คุณลักษณะที่ทำให้ผู้ประกอบการทำงานจบได้จริงบนแพลตฟอร์มเดียว ได้แก่ 1. การรวมทุกเครื่องมือดิจิทัลที่เคยกระจายอยู่หลายแหล่งไว้ในที่เดียว และเข้าใช้งานด้วย Single Sign-On (Single, Secured, Connected) 2. เครื่องมือประเมินคุณค่างานไมซ์ครบสามมิติ ทั้ง Return on Investment (ROI) / Economic Impact, Social Impact และ Carbon Footprint (Digital Business Evaluation)
3. กระบวนการทำงานครบวงจร ตั้งแต่เข้าใจตลาด ออกแบบงาน ประเมินความคุ้มค่า จับคู่ธุรกิจ ไปจนถึงวัดผลกระทบหลังงาน (End-to-End Digital Workflow) 4. ข้อมูลที่ผ่านการคัดกรองและตีความจนพร้อมใช้ตัดสินใจ แทนการส่งรายงานดิบให้ผู้ใช้ตีความเอง (Intelligence, Not Just Data) และ 5. การเปิดเชื่อม API กับพันธมิตรด้านข้อมูล คอนเทนต์ และเทคโนโลยีทั้งในและต่างประเทศ (Open Digital Ecosystem)
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถสร้างมุมมองในแบบของตัวเองได้ทันทีด้วย Drag-and-Drop Dashboard ที่ปรับแต่งได้เอง โดยไม่ต้องรอทีมวิจัย ประเมินศักยภาพงานของตนเองผ่านชุดเครื่องมือ Self-Assessment Tools ทั้ง MICE for Creative Curve Model และ Realtime City Dashboard เพื่อเลือกจัดงานให้ถูกที่ถูกเวลา เชื่อมผู้จัดงานให้เข้าถึงซัพพลายเออร์ทั่วประเทศผ่าน Thailand MICE Marketplace บน Thai MICE Connect
และเปลี่ยน “คุณค่า” ของงานให้เป็น “ตัวเลข” ที่พิสูจน์ได้ และใช้อ้างอิงในการเจรจากับเจ้าของงานและผู้สนับสนุน อำนวยความสะดวกให้ผู้จัดงานด้วย Biz Connect และดูแลทุกจังหวะการเดินทางของผู้ร่วมงานอย่างไร้รอยต่อด้วยบริการ Application “เจอกัน”
ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่บุคลากรในอุตสาหกรรมไมซ์ไทยใช้ทำงานได้จริง โดยผลลัพธ์ที่ตั้งเป้าไว้คือผู้ประกอบการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่มีต้นทุนวิจัย ตัดสินใจได้เร็วขึ้นบนหลักฐานแทนความเคยชิน และวัดผลกระทบของงานได้ครบทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม