“โกเธอร์” มุ่งเชื่อมโยง Travel-Lifestyle รับเทรนด์ใหม่ ตั้งเป้ามูลค่าการจองพุ่ง 3.7 พันล.ในปี’70
“โกเธอร์” เดินหน้ากลยุทธ์ “Gother Beyond OTA” ขยายบทบาทจากแพลตฟอร์มจองการเดินทางสู่การเชื่อมโยง Travel-Lifestyle เข้าด้วยกัน พร้อมต่อยอด Gother KLUB ภายใต้แนวคิด “Book Your Moment with Gother” ขยายบริการด้านการเดินทางเพื่อกีฬา ความบันเทิงให้ครอบคลุมพร้อมพัฒนาเป็นประสบการณ์แบบครบวงจร ตั้งเป้าผลักดันมูลค่าการจองพุ่ง 3.7 พันล้านบาท ภายในปี’70 เติบโต 4.6 เท่าจากปี’68 ชี้พฤติกรรมของนักเดินทางเปลี่ยน มุ่งหาโมเมนต์ที่ช่วยเติมเต็มชีวิตในแต่ละช่วงเวลา เทรนด์เดินทางคนเดียวพุ่ง ครองสัดส่วนกว่า 70%
นายอนุพงษ์ เกรียงไกรลิปิกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสิร์ชเอ็นจินอ็อปทิไมเซชั่น จำกัด และผู้ก่อตั้งโกเธอร์ (Gother) แพลตฟอร์มท่องเที่ยวสัญชาติไทย ให้บริการจองกิจกรรมท่องเที่ยวผ่านเว็บไซต์ www.gother.com และแอปพลิเคชั่น Gother เปิดเผยว่า ในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 ของการดำเนินงานในเดือนตุลาคมนี้บริษัทได้เตรียมเดินหน้ากลยุทธ์ “Gother Beyond OTA” ขยายบทบาทจากแพลตฟอร์มจองเที่ยวบินและที่พักสู่แพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการเดินทาง ประสบการณ์ และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน (Travel+Lifestyle)
โดยหนึ่งในทิศทางสำคัญคือการต่อยอด Gother KLUB ภายใต้แนวคิด “Book Your Moment with Gother” ซึ่งจัดประสบการณ์ออกเป็น 3 โมเมนต์หลัก ได้แก่ 1.Cheerful Moment โมเมนต์แห่งความสนุก ความสุข และการเฉลิมฉลอง 2.Active Moment โมเมนต์ของการออกไปเคลื่อนไหว ท้าทายตัวเอง และทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ และ 3.Recharge Moment โมเมนต์ของการพักผ่อน ฟื้นฟูร่างกาย และเติมพลังให้กับจิตใจ
รวมทั้งเตรียมขยายบริการด้านการเดินทางเพื่อกีฬาและความบันเทิงให้ครอบคลุมกีฬาที่คนไทยสนใจ เช่น ฟุตบอล เทนนิส กอล์ฟ ฟอร์มูล่าวัน และโมโตจีพี โดยพัฒนาเป็นประสบการณ์แบบครบวงจร ตั้งแต่บัตรเข้าชม เที่ยวบิน ที่พัก การเดินทางในจุดหมาย ไปจนถึงกิจกรรม อาหาร และไลฟ์สไตล์ก่อนหรือหลังการแข่งขัน
มีทีมบริการ 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ อีกหนึ่งกลไกสำคัญของการเติบโตคือ การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) ข้อมูล และเทคโนโลยีมาใช้ ตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการเดินทาง การแนะนำเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมที่สอดคล้องกับความสนใจของลูกค้า ไปจนถึงการติดตามสถานะการเดินทางแบบเรียลไทม์ โดยจะพัฒนาระบบนำเสนอสินค้าและประสบการณ์เฉพาะบุคคลให้ครอบคลุมตั้งแต่การค้นหา การจอง ไปจนถึงระหว่างการเดินทาง พร้อมขยายบริการ Flight Disruption Care เพื่อช่วยแจ้งเตือน ดูแลการจองเที่ยวบินใหม่ หรือคืนเงินเต็มจำนวนเมื่อตรงตามเงื่อนไข
“เทคโนโลยีดังกล่าวนี้จะทำงานควบคู่กับทีมบริการภาษาไทยตลอด 24 ชั่วโมง โดยระบบอัตโนมัติช่วยจัดการข้อมูลและขั้นตอนที่เกิดขึ้นซ้ำ ขณะที่บุคลากรยังคงมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และดูแลสถานการณ์ที่ต้องอาศัยความเข้าใจในบริบทของลูกค้า” นายอนุพงษ์กล่าว
ขณะเดียวกันยังเตรียมขยาย Gother Partner, Gother Agent และ Gother Affiliate เพื่อช่วยให้โรงแรม SMEs ผู้ประกอบการท้องถิ่น ตัวแทนท่องเที่ยว และครีเอเตอร์เข้าสู่ตลาดดิจิทัลได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่การนำสินค้าและประสบการณ์ท้องถิ่นเข้าสู่แพลตฟอร์ม การสร้างและแปลเนื้อหา ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับลูกค้าผ่านเครือข่ายพันธมิตร สถาบันการเงิน และลูกค้าองค์กร
โดยมีเป้าหมายคือการทำให้ Gother เป็นแพลตฟอร์มที่เข้าใจว่าลูกค้าอยากใช้เวลาและใช้ชีวิตอย่างไร และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ตรงกับสินค้าและประสบการณ์ของตนเองมากขึ้น เพื่อให้ทุกการจองสร้างทั้งโมเมนต์ที่มีความหมายสำหรับนักเดินทาง และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการในระบบนิเวศไปพร้อมกัน

ตั้งเป้ารายได้ 3.7 พันล้านในปี’70
นายอนุพงษ์กล่าวว่า ปี 2568 ที่ผ่านมาบริษัทมีมูลค่าการจองรวมผ่านแพลตฟอร์มประมาณ 810 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 1,300 ล้านบาทในปี 2569 หรือเติบโตราว 60% และตั้งเป้าผลักดันมูลค่าการจองรวมให้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 3,700 ล้านบาทภายในปี 2570 คิดเป็นการเติบโตราว 4.6 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2568
เป้าหมายดังกล่าวนี้สะท้อนศักยภาพของแพลตฟอร์มท่องเที่ยวสัญชาติไทยในการขยายฐานลูกค้าและพัฒนาบริการให้ครอบคลุมมากขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดท่องเที่ยวออนไลน์ที่มีผู้ให้บริการระดับโลกเป็นผู้เล่นสำคัญ
“ปัจจุบัน Gother เชื่อมต่อที่พักมากกว่า 800,000 แห่งทั่วโลก ในจำนวนนี้เป็นที่พักในประเทศไทยมากกว่า 40,000 แห่ง ให้บริการลูกค้าองค์กรผ่าน Gother Business มากกว่า 200 บริษัท และพัฒนา Gother KLUB ให้ครอบคลุมประสบการณ์ด้านการเดินทางและไลฟ์สไตล์แล้ว 52 หมวดหมู่” นายอนุพงษ์กล่าว
พฤติกรรมการท่องเที่ยวเปลี่ยน
นายอนุพงษ์กล่าวว่า ปัจจุบันพฤติกรรมของนักเดินทางกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยลูกค้าไม่ได้มองหาการเดินทางเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวอีกต่อไป แต่กำลังมองหาโมเมนต์ที่ช่วยเติมเต็มชีวิตในแต่ละช่วงเวลา บางคนอยากเดินทางคนเดียว บางคนอยากไปชมการแข่งขันกีฬาที่รอคอยมานาน ขณะที่บางคนต้องการใช้วันหยุดสั้น ๆ เพื่อพักผ่อนและกลับมาดูแลตัวเอง
โจทย์ของ Gother จึงไม่ใช่เพียงการช่วยให้ลูกค้าจองการเดินทางได้ แต่คือการเปลี่ยนสิ่งที่เคยเป็นเพียงแผนเที่ยวในใจให้เกิดขึ้นจริงได้ง่ายขึ้น พร้อมใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีนำเสนอประสบการณ์ที่สอดคล้องกับความสนใจและช่วงเวลาของลูกค้าแต่ละคน เพื่อให้นักเดินทางไทยได้รับประสบการณ์ที่ตอบโจทย์มากขึ้น และช่วยให้การเติบโตของ Gother สามารถสร้างโอกาสกลับคืนสู่ผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยไปพร้อมกัน
70% เป็นทริปเที่ยวคนเดียว
ทั้งนี้ พบว่าปัจจุบันการจองสำหรับผู้เดินทางคนเดียว (Solo Travel) มีสัดส่วนสูงมากกว่า 70% รองลงมาคือการเดินทางกับคู่รัก 12% และการเดินทางแบบกลุ่ม 8% สะท้อนให้เห็นว่านักเดินทางจำนวนมากไม่ได้มองว่าการเที่ยวคนเดียวเป็นเพียงทางเลือกเมื่อหาเพื่อนร่วมทริปไม่ได้ แต่กำลังเลือกออกเดินทางด้วยตนเอง เพื่อให้สอดคล้องกับเวลา ความสนใจ และรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคน
โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานกำลังซื้อสูงซึ่งเป็นหนึ่งในฐานลูกค้าสำคัญของ Gother มีแนวโน้มตัดสินใจใช้จ่ายกับประสบการณ์ที่สร้างคุณค่าให้กับชีวิตมากขึ้น ตั้งแต่ทริปพักผ่อนระยะสั้น กิจกรรมสุขภาพ กีฬา คอนเสิร์ต อาหาร ไปจนถึงประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องรอโอกาสพิเศษ
นายอนุพงษ์กล่าวด้วยว่า พฤติกรรมดังกล่าวยังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงจากการเดินทางที่มี “จุดหมายปลายทาง” เป็นตัวตั้ง ไปสู่การเลือกจาก “โมเมนต์” ที่ต้องการสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการเติมความสนุกให้ชีวิต การออกไปทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ หรือการใช้วันหยุดสั้น ๆ เพื่อพักและกลับมาดูแลตัวเอง ทำให้เส้นแบ่งระหว่างการท่องเที่ยวกับไลฟ์สไตล์เชื่อมเข้าหากัน และเปิดโอกาสให้ธุรกิจท่องเที่ยวพัฒนาบริการได้มากกว่าการจำหน่ายตั๋วเครื่องบินหรือที่พักเพียงอย่างเดียว
“ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาเราเติบโตในฐานะแพลตฟอร์มท่องเที่ยวสัญชาติไทย ซึ่งพัฒนาโดยคนไทยและเข้าใจความต้องการของนักเดินทางไทยอย่างแท้จริง เราไม่เพียงช่วยให้การวางแผนและจองการเดินทางเป็นเรื่องง่ายขึ้น แต่ยังมุ่งใช้เทคโนโลยีและเครือข่ายของแพลตฟอร์มเพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย”นายอนุพงษ์กล่าว