UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
คอลัมน์ : สัมภาษณ์
ท่ามกลางปัจจัยลบรอบด้านของภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ทั้งเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจในประเทศ รวมถึงปัญหาในด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลกมีผลต่อบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก บวกกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงทุกวัน
ปัจจัยเหล่านี้นับว่าเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับผู้ประกอบการโรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในภาคการท่องเที่ยว
ชี้กรุงเทพฯ ดีมานด์ยังสูง
“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “วุฒิพล ถาวรธวัช” กรรมการผู้จัดการ “เออร์เบิน ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” หรือUrban Hospitality Group : UHG หรือยูเอชจี ผู้ลงทุนและบริหารโรงแรมระดับ 4 ดาว ภายใต้แบรนด์ The Quarter และอาคารสำนักงานให้เช่า ถึงมุมมองต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย แนวทางการปรับแผนการลงทุน รวมถึงการลงทุนในโครงการใหม่
“วุฒิพล” บอกว่า ปีนี้ภาพรวมการท่องเที่ยวของไทยชะลอตัวเล็กน้อย แต่ส่วนตัวยังคงเชื่อมั่นว่าภาคการท่องเที่ยวของไทยมีศักยภาพในการเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ซึ่งยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความชื่นชอบจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
“แม้กรุงเทพฯ จะเป็นเมืองที่มีโรงแรมจำนวนมาก แต่เรายังเห็นว่าโรงแรมใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรงแรมระดับ 5-6 ดาว สะท้อนว่าดีมานด์สำหรับตลาดกรุงเทพฯ ยังสูง ซึ่งในส่วนของกลุ่ม UHG ของเราก็มีการลงทุนเพิ่มขึ้นทุกปีเช่นกัน”
โดยปีที่ผ่านมาเราเปิดให้บริการเดอะควอเตอร์ สะพานควาย, เดอะควอเตอร์ รัชโยธิน, เดอะควอเตอร์ รามคำแหง รวมถึงเพิ่มห้องพักที่เดอะควอเตอร์ ลาดพร้าว เป็นต้น

เพิ่มมูลค่าในสินทรัพย์เดิม
“วุฒิพล” บอกด้วยว่า ควบคู่กับการลงทุนใหม่ดังกล่าวบริษัทยังมุ่งเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์เดิมที่มีอยู่ให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน เช่น การลงทุนเพิ่มในโรงแรม “เดอะควอเตอร์ ลาดพร้าว” ประมาณ 200 ล้านบาท เพื่อเพิ่มห้องพักอีก 200 ห้องในปีที่ผ่านมา
“ห้องพัก 200 ห้องที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นการปรับพื้นที่อาคารสำนักงาน ซึ่งเดิมมีผู้เช่ารายใหญ่ แต่ผู้เช่าได้ย้ายออก ทำให้โรงแรมแห่งนี้มีห้องพักทั้งหมดรวม 400 ห้อง ใหญ่ที่สุดของกลุ่ม UHG”
ทั้งนี้ มองว่าทำเลลาดพร้าวเป็นทำเลที่มีศักยภาพและมีดีมานด์สูง เนื่องจากอยู่ตรงข้ามกับห้างยูเนี่ยนมอลล์ และใกล้กับห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว รวมถึงอยู่ใกล้กับอาคารสำนักงานขนาดใหญ่จำนวนมาก และไม่ไกลท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง
ล่าสุดบริษัทยังอยู่ระหว่างการพัฒนาโรงแรม “เอเวอร์กรีน เพลส สยาม บาย ยูเอชจี” หรือ Evergreen Place Siam by UHG ที่ตั้งอยู่บนถนนพญาไท บริเวณสะพานหัวช้าง ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า BTS ราชเทวี โดยเมื่อกว่า 20 ปีก่อนโครงการนี้ถูกพัฒนาขึ้นเป็นเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์กับพื้นที่อาคารสำนักงาน (Mixed-use) ต่อมาได้ปรับเปลี่ยนเป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว
เอเวอร์กรีน เพลส สยาม เป็นอาคารสูง 23 ชั้น เปลี่ยนมาเป็นโรงแรมเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีห้องพักทั้งหมดรวม 161 ห้อง มีทั้งห้องมาตรฐานและห้องสวีต และส่วนของสำนักงานให้เช่า ตอนนี้มีสำนักงานบางส่วนย้ายออก จึงปรับพื้นที่มาเป็นห้องพัก (1 ชั้นได้ 30 ห้อง)
“ปัจจุบันตลาดสำนักงานให้เช่ามีแรงกดดันจากซัพพลายที่แข่งขันสูง ขณะที่ดีมานด์การเช่าลดลง เนื่องจากมีอาคารสำนักงานแห่งใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก ขณะที่ธุรกิจชะลอการขยายสำนักงาน และรูปแบบการทำงานในยุคนี้เปลี่ยนเป็นไฮบริดมากขึ้น บริษัทหลายแห่งจึงควบคุมต้นทุนโดยลดขนาดพื้นที่เช่า ไม่เพียงเท่านี้ธุรกิจบางกลุ่มยังต้องการสำนักงานที่ทันสมัย เป็นสำนักงานเกรด A และ A+ ย่านศูนย์กลางธุรกิจแทน”

รุกสู่โมเดล “ไฮบริดโฮเทล”
“วุฒิพล” ให้ข้อมูลอีกว่า สำหรับที่โรงแรมเอเวอร์กรีน เพลส สยาม นั้น จะลงทุนเพื่อปรับพื้นที่อาคารสำนักงานที่ว่างเป็นห้องพักโมเดลใหม่ เป็นรูปแบบ “ไฮบริดโฮเทล” คือเป็นโมเดลการผสมผสานระหว่างโรงแรมกับโฮสเทล โดยทำห้องส่วนตัว ห้องน้ำส่วนตัว ไม่ปนกับคนอื่น ขณะเดียวกันก็จะมีพื้นที่ส่วนกลางสไตล์โฮสเทล
ลูกค้าที่เข้าพักถ้าไม่อยากอยู่ในห้องก็มานั่งพื้นที่ส่วนกลาง ที่มีทีวีจอขนาดใหญ่ ครัวอุ่นอาหาร พื้นที่นั่งเอาต์ดอร์ เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ หรืออาจจะมีโต๊ะปิงปอง หรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่ลูกค้าสามารถทำร่วมกันได้ รวมถึงพื้นที่สำหรับรองรับการจัดกิจกรรมพิเศษ
“วันนี้เรายังไม่ได้สรุปว่าจะใช้ชื่ออะไร แต่จะเป็นรูปแบบ 2 โรงแรมอยู่ในอาคารเดียวกัน ซึ่งเป็นโมเดลใหม่ที่บริษัทยังไม่เคยทำมาก่อน”
พร้อมอธิบายว่า รูปแบบและคอนเซ็ปต์ใหม่นี้จะที่เป็นจับกลุ่มนักเดินทางมุ่งคนรุ่นใหม่และเด็กลง ห้องพักจะมีขนาดเล็กกว่า ราคาถูกกว่า แต่ยังมีความคุ้มค่าคุ้มราคาตามนโยบายของกลุ่มเดอะควอเตอร์

เปิดโครงการใหม่ตามแผน
“วุฒิพล” ยังบอกเพิ่มเติมถึงแผนการลงทุนในโครงการใหม่ด้วยว่า สำหรับปีนี้บริษัทยังมีแผนเปิดให้บริการโครงการใหม่ตามแผนที่วางไว้ ประกอบด้วย โรงแรมเดอะควอเตอร์ เอกมัย (สุขุมวิท 63) จำนวน 200 ห้อง คาดว่าจะเปิดให้บริการในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ โรงแรมเดอะควอเตอร์ พญาไท (ติดกับแอร์พอร์ตลิงก์) จำนวน 200 ห้อง คาดว่าจะเปิดให้บริการในช่วงไตรมาส 3/2570 โรงแรมเดอะควอเตอร์ นานา สุขุมวิท 8 จำนวน 300 ห้อง คาดว่าจะเปิดให้บริการในช่วงไตรมาส 4/2570
นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่อยู่ในแผนระยะยาวอีก 1 แห่งในย่านบางนา (ตรงข้ามศูนย์แสดงสินค้าไบเทค) ติดกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส บางนา ซึ่งมีแผนพัฒนาเป็นโรงแรมขนาด 220 ห้อง มูลค่าลงทุนประมาณ 600-700 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในช่วงกลางปีหน้า และเปิดให้บริการในช่วงปี 2572


“ไฮซีซั่น” เริ่มคึกคัก
“วุฒิพล” ยังทิ้งท้ายด้วยว่า ขณะนี้ยอดจองล่วงหน้า (Forward Booking) สำหรับช่วงไฮซีซั่นปีนี้เริ่มเข้ามาแล้วตั้งแต่ตุลาคม และดีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม โดยเฉพาะเดอะควอเตอร์ เจ้าพระยา (เจริญนคร ริมแม่น้ำเจ้าพระยา) ที่มียอดจองล่วงหน้าในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ต่อเนื่องถึงต้นปี 2570 อยู่ในระดับที่ดีมาก เช่นเดียวกับโรงแรมที่อยู่ใกล้พื้นที่จัดอีเวนต์และคอนเสิร์ต เช่น เดอะควอเตอร์ รามคำแหง
ขณะที่โรงแรมในเมืองซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีซัพพลายจำนวนมากพบว่ายอดจองล่วงหน้ายังไม่สูงนัก เนื่องจากพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจะจองห้องพักล่วงหน้าก่อนเดินทางในเวลาที่สั้นลง
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าบรรยากาศโดยรวมของการท่องเที่ยวไฮซีซั่นปีนี้จะคึกคักเหมือนเช่นทุกปี